ข้อความต้นฉบับในหน้า
ย่อมมากกว่าความรู้สึกที่มีต่อพระราช
อาคันตุกะองค์อื่น ๆ ในการเสด็จ
ทรงเยือนออสเตรเลีย พระองค์มีพระราช
ภารกิจทางด้านการทหารเป็นภารกิจที่
สำคัญ แต่นอกเหนือจากนั้นทรงตระ
หนักว่า การเสด็จไปต่างประเทศนั้น พระ
องค์ต้องทรงพยายามทำประโยชน์ให้แก่
ประเทศชาติให้มากที่สุด เพราะฉะนั้น
การที่พระองค์ท่านมีพระราชกระแสสุนทร
พจน์เชิงต่างประเทศ และในเชิงความ
ร่วมมือทางด้านการทหารและอื่น ๆ
การที่ได้ทรงพบปะกับบุคคลสำคัญ
ของออสเตรเลีย ตั้งแต่นายกรัฐมนตรี
รัฐมนตรีกลาโหม ผู้บัญชาการ
ทหารบก ผู้บัญชาการทหารสูงสุด นับว่า
มีประโยชน์มากต่อการกระชับความสัม
พันธ์อันดี และในคราวที่ผมตามเสด็จ
ครั้งนี้เป็นช่วงเสด็จพระราชดำเนินไม่ใช่
ระยะเวลายาวนานนัก แต่พระองค์ทรง
ประกอบพระราชภารกิจเต็มที่ตลอด
ถึงแม้จะมีพระราชภารกิจพิเศษทางการ
ทหาร หากทรงตระหนักว่าไหน ๆ มา
แล้วก็จะต้องมีหมายกำหนดการเกี่ยวกับ
เรื่องการพบปะแลกเปลี่ยนความคิดเห็น
ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อความร่วมมือ
ระหว่างประเทศออสเตรเลียกับประเทศ
ไทย ซึ่งได้ทรงทำพระราชภารกิจทาง
ด้านนี้มากทีเดียว”
กัลยาณมิตร : ในกรณีที่มีโอกาสเสด็จ
เป็นการส่วนพระองค์ พระองค์ทรงสน
พระทัยในเรื่องใดบ้าง”
ดร.จิรายุ : “เท่าที่ผมได้ประสบด้วยตัว
เองในเรื่องนี้ระหว่างตามเสด็จ จริง ๆ
มีหมายกำหนดการมากทีเดียว ทรง
ตระหนักในพระราชภารกิจของพระองค์
ว่า จะทรงทำหน้าที่ให้ดีที่สุดตามหมาย
กำหนดการ แต่ก็ได้ทรงปรารภ
๓๐
ว่าทรงสนพระทัยเรื่องของประวัติ
ศาสตร์-วัฒนธรรมมาก พระองค์
ตรัสว่าถ้ามีโอกาสเสด็จพระราช
ดำเนินมาเป็นการส่วนพระองค์ จะใช้
เวลากับพระราชวังโบราณหรือเรื่องที่
เกี่ยวกับศิลปะให้มากกว่านี้ แต่
ที่ผมมีโอกาสตามเสด็จทั้งสองประเทศ
ครั้งนี้ ในตอนแรกผมมีภาพพจน์ว่า
พระองค์ท่านทรงเป็นทหารคงสนพระทัย
ในเรื่องของกิจการทหารมาก แท้ที่จริง
แล้วเท่าที่ได้สังเกตทรงสนพระทัย ทรงมี
ความรอบรู้กว้างขวางมากทั้งในเชิง
ประวัติศาสตร์และการเมือง พระองค์
มีพระราชดำรัสว่า
ในการที่เราจะทำประโยชน์ให้
กับประเทศชาติได้ เราจะต้องสร้าง
สัมพันธไมตรีกับประเทศต่าง ๆ คือ
สร้างความสัมพันธ์ระดับรัฐบาลกับ
รัฐบาล แต่ว่าสิ่งที่มีความสำคัญไม่
น้อยกว่านั้นหรืออาจจะมากกว่าก็ได้
ก็คือการที่บุคคลระดับสูงของประเทศ
จะต้องไปสร้างสัมพันธไมตรีในระดับ
ประมุขกับระดับบุคคลที่สำคัญ คล้าย
กับเป็นการเก็บสะสมความสัมพันธ์
ในด้านจิตใจระหว่างประเทศ และ
อยู่หัวให้เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์
ทำให้พระองค์ต้องทรงนึกถึงเรื่องที่กว้าง
กว่านั้น คือเรื่องของการเจริญสัมพันธ
ไมตรี เรื่องการทหารก็เป็นภารกิจส่วน
หนึ่ง แต่นอกจากนั้นจะต้องสร้างสัมพันธ
ไมตรีทางด้านวัฒนธรรม ความเข้าใจกัน
ทางด้านประวัติศาสตร์ และทางด้าน
ระดับบุคคลทุกระดับ ตรงนี้แหละที่ผมว่า
เป็นบทเรียนที่ผมได้รับมาอย่างเต็มที่”
สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ
สยามมกุฎราชกุมาร มีพระราชดำริที่
เฉียบแหลมลึกซึ้งในกุศโลบายด้านต่าง
ประเทศ ทรงเล็งเห็นการณ์ไกลด้วย
ให้ความสำคัญกับบุคคลทุกระดับชั้น
ทรงมีปฏิภาณไหวพริบสามารถสร้าง
ความชื่นชมภูมิใจให้เกิดขึ้นกับข้าราช
บริพารผู้ตามเสด็จเบื้องพระยุคลบาทเป็น
อย่างมาก
ดร.จิรายุ : “ตอนที่ผมตามเสด็จไปเมือง
จีน สิ่งที่ผมสังเกตอย่างหนึ่งคือ เราไปถึง
เมืองไหนก็มีการเลี้ยงถวายพระกระยาหาร
ค่ำทุกมื้อ แล้วในพิธีการจะมีการกล่าว
สุนทรพจน์ ผมสังเกตว่าทุกเมืองพระ
องค์มีพระราชกระแสสุนทรพจน์ไม่
เหมือนกันเลย แต่ว่าได้ใจความที่ดีสำหรับ
ยังทำให้เกิดประโยชน์ด้านความร่วม ทุกเมือง ผมเข้าใจเอาเองนะครับว่า
มือและความเข้าใจอันดีระหว่างประ
เทศ
เพราะฉะนั้นภาพพจน์ของผม
เกี่ยวกับพระองค์ท่านตอนเริ่มต้นที่
นึกว่า พระองค์ทรงสนพระทัยเรื่องการ
ทหารเท่านั้นกลับต้องเปลี่ยนไปอย่างสิ้น
เชิง แท้ที่จริงแล้วทรงตระหนักในพระ
ราชภารกิจมาก พระองค์รับสั่งว่า ท่าน
เป็นทหารเรียนมาด้านนี้คิดว่ารู้เรื่องเกี่ยว
กับทหารดีมาก แต่เนื่องจากว่าทรงได้
รับมอบหมายจากพระบาทสมเด็จพระเจ้า
พระองค์ไม่ได้ทรงอ่านธรรมดา แต่ว่าคง
ทรงเตรียมพระองค์มาอย่างดีในการ
กล่าวสุนทรพจน์..."
กัลยาณมิตร : “จากการติดตามข่าวใน
การเสด็จทรงเยือนสาธารณรัฐประชาชน
จีนนั้น รู้สึกว่าประชาชนชาวจีนเทิดทูน
และประทับใจในสมเด็จพระบรมโอรสา
ธิราชฯ มาก ๆ พระองค์เสด็จพระราช
ดำเนินทรงเยี่ยมตามบ้านต่าง ๆ ทรงเป็น
กันเองไม่ถือพระองค์ ขอให้ ฯพณฯ ได้
กรุณาเล่าความประทับใจเรื่องต่าง ๆ
กัลยาณมิตร / กรกฎาคม ๒๕๓๐
Kalyanamitra.org