มนุษย์มหัศจรรย์ในโลก วารสารกัลยาณมิตร ปี 2530 ฉบับที่ 7 เดือนกรกฎาคม หน้า 93
หน้าที่ 93 / 132

สรุปเนื้อหา

สิ่งแปลกประหลาด ซึ่งเป็นวัตถุ โบราณ และคนในสมัยปัจจุบันเห็น ว่ามีความลึกลับบางประการ ซึ่งยัง ไม่สามารถจะกล่าวออกมาให้เห็น แจ้ง จนเป็นที่ยอมรับกันเป็นเอกฉันท์ ได้ และจัดเข้าไว้ว่าเป็น “สิ่งมหัศ จรรย์ในโลก” เช่นพีรามิดและ สฟิงซ์ในประเทศอียิปต์ เป็นต้นนั้น ล้วนแล้วแต่เป็นวัตถุไร้วิญญาณ วัตถุมหัศจรรย์เหล่านั้น ถ้าพิจาร ณากันให้ลึกลงไปอีกแล้วก็จะเห็นว่า เป็นแต่เพียงปลายเหตุเท่านั้น ยังมี ต้นเหตุซึ่งถ้าไร้สิ่งนั้นเสียแล้ว สิ่ง มหัศจรรย์เหล่านี้ก็ไม่อาจเกิดขึ้นได้ ต้นเหตุนั้นก็คือ “มนุษย์” มนุษย์ เป็นต้นคิดสร้างสรรค์สิ่งเหล่านั้นขึ้น เพราะฉะนั้น มนุษย์จึงควรได้รับ สมญาว่า "มหัศจรรย์ที่สุดในโลก” นอกจากมนุษย์จะสร้างสิ่งมหัศ จรรย์ดังกล่าวมาแล้ว มนุษย์ยังบันดาล กิจกรรมในด้านอื่น ๆ ต่าง ๆ นานาอัน เป็นที

หัวข้อประเด็น

- มนุษย์มหัศจรรย์ในโลก

ข้อความต้นฉบับในหน้า

สิ่งแปลกประหลาด ซึ่งเป็นวัตถุ โบราณ และคนในสมัยปัจจุบันเห็น ว่ามีความลึกลับบางประการ ซึ่งยัง ไม่สามารถจะกล่าวออกมาให้เห็น แจ้ง จนเป็นที่ยอมรับกันเป็นเอกฉันท์ ได้ และจัดเข้าไว้ว่าเป็น “สิ่งมหัศ จรรย์ในโลก” เช่นพีรามิดและ สฟิงซ์ในประเทศอียิปต์ เป็นต้นนั้น ล้วนแล้วแต่เป็นวัตถุไร้วิญญาณ วัตถุมหัศจรรย์เหล่านั้น ถ้าพิจาร ณากันให้ลึกลงไปอีกแล้วก็จะเห็นว่า เป็นแต่เพียงปลายเหตุเท่านั้น ยังมี ต้นเหตุซึ่งถ้าไร้สิ่งนั้นเสียแล้ว สิ่ง มหัศจรรย์เหล่านี้ก็ไม่อาจเกิดขึ้นได้ ต้นเหตุนั้นก็คือ “มนุษย์” มนุษย์ เป็นต้นคิดสร้างสรรค์สิ่งเหล่านั้นขึ้น เพราะฉะนั้น มนุษย์จึงควรได้รับ สมญาว่า "มหัศจรรย์ที่สุดในโลก” นอกจากมนุษย์จะสร้างสิ่งมหัศ จรรย์ดังกล่าวมาแล้ว มนุษย์ยังบันดาล กิจกรรมในด้านอื่น ๆ ต่าง ๆ นานาอัน เป็นที่น่าพิศวงและเป็นประโยชน์แก่ มวลชนอย่างไม่น่าเชื่ออีกมาก ด้วยเหตุ นี้ เมื่อมนุษย์ประกอบกรรมใดๆ อันเป็น ที่น่ายกย่องสรรเสริญ ก็ควรนับว่ามนุษย์ ผู้นั้นเป็น “อัจฉริยชาติ” หรือเป็นผู้ “มหัศจรรย์ในโลก” ด้วย มนุษย์อาจเลือกประกอบกิจกรรม ได้แตกต่างกัน ถ้าคิดถึงกิจกรรมทั่ว ๆ ไป ไม่เฉพาะแต่ที่เป็นพิเศษแล้ว อาจ จําแนกให้ครบถ้วนได้ยาก แต่หากรวม เป็นด้าน ๆ หรือเป็นกลุ่มใหญ่ ๆ มุ่ง เอาความสำคัญเฉพาะด้านมาประมวล ก็พอทำได้ ในที่นี้จะขอยกเอาการประกอบ กิจกรรมเพื่อประโยชน์ตอบแทนมากล่าว มนุษย์ประกอบกิจกรรมเพื่อหวัง ประโยชน์ตอบแทน มีต่างกันเป็นสาม จ่าพวก คือ ทำประโยชน์ให้แก่ตนเอง ฝ่ายเดียวหนึ่ง ทำประโยชน์ให้แก่ทั้ง ตนเองและผู้อื่นหนึ่ง กับ ทำประโยชน์ ให้แก่ผู้อื่นฝ่ายเดียวโดยหวังทางใจ เป็นการตอบแทนอีกหนึ่ง ผู้ทำประโยชน์ให้แก่ตนเองแต่ ถูกต้อง และยึดถือเป็นแนวทางของชีวิต ต่อไป ถ้าพิจารณาแล้ว แต่ยังไม่แน่ใจ ก็อาจหาตัวอย่างชีวิตจริงมาเป็นครูได้ เรื่องที่ท่านกำลังอ่านอยู่นี้ เป็นชีวิตจริง ของมนุษย์มหัศจรรย์ในโลกคนหนึ่ง จงดู ชีวิตของเขาในด้านทำประโยชน์ แล้วจะ เห็นว่า เขาไม่ตายไปจากโลกนี้เลย ฝ่ายเดียว ย่อมพอใจในผลแห่งการกระทำ เด็กเล็กมีค่าคุ้มกับ ของตน เพราะทำให้ตนมีความสุข ทันตาเห็น และมักติเตียนและยิ้มเยาะ คนที่ชอบทำประโยชน์ให้แก่ผู้อื่น ส่วน คนที่ชอบทำประโยชน์ให้คนอื่น ก็ย่อม มีความพอใจในผลงานของตนเหมือนกัน แต่เป็นความพอใจคนละอย่าง พวกที่ เห็นแต่แก่ตนพอใจในแง่วัตถุ เอาผลงาน ไปบำรุงและทวีความสุขทางกาย ส่วน คนที่กล่าวทีหลังได้รับความสุขทางใจ มีจิตใจสบาย มีปีติ ใจคอสงบ ปราศจาก ความทุรนทุรายฟุ้งซ่าน ถ้าคนทั้งสอง จ่าพวกนี้ต่างก็มีชีวิตอยู่ไปนาน ๆ คน จ่าพวกแรกย่อมจะเสื่อมเสียหรือตกต่ำลง ไปทุกทีๆ เพราะเหตุที่ชอบมั่วสุมอยู่กับ กองกิเลส ซึ่งมีแต่จะชักน่าตนให้ตกต่ำลง ไปอย่างไม่มีขอบเขตโดยไม่รู้ตัว ส่วน คนจําพวกหลังห่างจากกิเลสออกไปเรื่อยๆ จึงมีแต่จะสูงขึ้น ๆ เป็นลำดับ เมื่อสิ้น ชีวิตไปแล้วชื่อเสียงก็จะมีอยู่ในทางที่ ต่างกัน พวกที่ชอบทำตัวให้ตกต่ำลงไป เป็นลำดับ โปรดเข้าใจด้วยว่า ตกต่ำใน ที่นี่หมายถึงทางใจ คนที่มีทรัพย์สินแม้ จะสมบูรณ์เพียงไรก็ตาม ทางใจก็อาจ ตกต่ำได้) เมื่อตายไปแล้วชื่อเสียงก็จะ เหม็นอยู่ตลอดไป ส่วนพวกที่ชอบท่า ตัวให้สูงขึ้นก็จะกลับตรงกันข้าม ทฤษฎีนี้ควรที่ทุกคนจะสนใจ พิจารณาอย่างหนัก เพื่อหาคำตอบที่ ราคาม้าหรือไม่ รัฐมิสสุรี (Missouri) ได้ถูกทำลาย ลงมากกว่ารัฐชายแดนอื่น ๆ เพราะ สงครามกลางเมืองในระหว่างรัฐต่าง ๆ ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๓๙๗ (ค.ศ. ๑๙๕๔) เมื่อ สภาคองเกรสส์ได้ออกกฎหมายให้อำนาจ แก่รัฐต่าง ๆ ในอันที่จะวินิจฉัยและออก กฎหมายเรื่องทาสได้เองตามที่แต่ละรัฐ เห็นสมควรแล้ว รัฐแคนสาส (Kansas) กับมัสสุรีก็ได้ตกไปอยู่ในท่ามกลางการ สู้รบระหว่างกลุ่มรัฐที่เลิกทาสกับกลุ่มรัฐ ที่ยังมีทาส หรืออีกนัยหนึ่งว่า กลุ่มนิยม สหพันธ์รัฐกับกลุ่มนิยมรัฐฝ่ายใต้ ได้ทำ สงครามต่อกันอย่างน่าสะพรึงกลัว กสิกร ชาวเยอรมันผู้มั่งคั่งบนที่ราบสูงโอซาร์ก (Ozark) ได้รับทุกข์มากที่สุด กสิกรชาว เยอรมันเหล่านั้นเป็นคนขยันทำงาน เข้มแข็งมาก เขาได้อพยพเข้ามาใหม่ และ ตั้งถิ่นฐานบ้านช่องอยู่ ณ พื้นที่อันอุดม สมบูรณ์นี้ ชนเหล่านี้เกลียดชังระบบ ทาส เมื่อเขาต้องการแรงงานเป็นพิเศษ บางทีเขาก็ซื้อทาสมาสองสามคน แล้ว ก็ยอมให้ทาสเหล่านั้นมีฐานะอย่างลูกจ้าง เช่นเดียวกับที่เขาเคยกระทำในทวีปยุโรป คือให้มีฐานะเหมือนคนที่มีอิสระใน ครอบครัวทุกคน พฤติการณ์ดังกล่าวนี้ กัลยาณมิตร/กราคม ๒๕๓๐ Kalyanamitra.org KO
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More