ข้อความต้นฉบับในหน้า
UEF
ว่า “คุณมาจากจังหวัดไหน?” เนื่องจาก
พูดภาษาญี่ปุ่นเสียงเหน่อ และเขาเข้าใจ
ว่าเป็นคนท้องถิ่น เพราะภาษาญี่ปุ่น
ในแต่ละท้องถิ่นก็มีสำเนียงแตกต่างกันไป
ข้าพเจ้ามีความรู้สึกว่า การใช้ชีวิตใน
ญี่ปุ่นนั้น ทำให้ภาษาของข้าพเจ้าวิบัติ
ไปมาก ภาษาญี่ปุ่นก็ไม่สามารถที่จะพูด
ได้ดีเหมือนคนญี่ปุ่นทีเดียว ภาษาอังกฤษ
ก็ไม่ดีขึ้น แถมภาษาไทยก็สำนวนแปลก ๆ
บางทีก็แต่งสำนวนเอาเอง
เดือนหรือสองเดือนแรกในญี่ปุ่น
ข้าพเจ้าพอที่พูดภาษาญี่ปุ่นคำง่าย ๆ ได้
ข้าพเจ้าพอที่จะมีความรู้ความเข้าใจ
ในภาษาญี่ปุ่นมากขึ้น แต่พูดไม่ค่อย
จะเก่ง เนื่องจากเป็นคนไม่ใคร่จะพูด
เรามักจะพูดภาษาญี่ปุ่นกับเพื่อน ๆ
นักเรียนต่างชาติด้วยกัน ซึ่งบางครั้งก็เป็น
ภาษาญี่ปุ่นวิบัติ ชนิดที่ทำให้ครูผู้สอน
ภาษาญี่ปุ่นเวียนศีรษะ
มีอยู่วันหนึ่ง ขณะที่ข้าพเจ้าได้ล้าง
จาน ล้างภาชนะ หลังจากที่ได้รับประทาน
อาหารเย็นแล้ว ปรากฏว่า โอย่าซัง
(เจ้าของบ้าน) และคนญี่ปุ่นอีก ๒ คน
ได้ขึ้นมาที่ห้องพักและเตือนว่า “เวลาใช้
อ่างล้างภาชนะ อย่าเทน้ำที่เดียวเยอะ ๆ
ให้ค่อย ๆ เท เพราะน้ำหยดลงไปชั้นล่าง
(ซึ่งเป็นร้านตัดเสื้อผ้าของโอย่าซัง)”
ไม่ทราบว่าเป็นความผิดของตัว
ข้าพเจ้า หรือเป็นความผิดของอ่างล้าง
ภาชนะที่ทำให้น้ำหยดลงไปข้างล่าง
แต่ข้าพเจ้าก็รับคำ ดูเหมือนหนึ่งในจำนวน
คนที่ขึ้นมานั้นจะมีฟูโดซัง (นายหน้า
ขายที่ดิน, หาห้องพัก, เป็นต้น ซึ่งใน
ญี่ปุ่นนั้น การซื้อขายบ้านหรือหาห้องเช่า
มักจะผ่านนายหน้าทั้งนั้น) ด้วย และแล้ว
พวกเขาก็บ่นกันเป็นภาษาญี่ปุ่นต่อหน้า
ข้าพเจ้า เชิงว่า “เห็นไหมล่ะ ? รับคน
ต่างชาติเข้ามาอยู่แล้วเป็นปัญหา”
พวกเขาบ่นกันเองโดยที่คิดว่า
ข้าพเจ้าคงไม่เข้าใจภาษาที่พวกเขาพูดกัน
ข้าพเจ้าไม่ทราบเหมือนกันว่า ทำไม
ข้าพเจ้าจึงเข้าใจและรู้ว่า เขากำลังพูดคุย
อะไรกัน แต่เมื่อข้าพเจ้ามาเข้าวัดฝึก
สมาธิในภายหลังจึงทราบว่า ภาษาที่
คนเราใช้กันไม่ว่าจะเป็นภาษาไหน
ก็ตาม เป็นเพียงสื่อที่แสดงออกมา
หยาบ ๆ เท่านั้น เพื่อให้คนที่ต้องการ
จะติดต่อสื่อสารนั้นเข้าใจกัน ความจริง
แล้วคนเราสามารถติดต่อกันได้ด้วย
กระแสจิต โดยที่ไม่ต้องใช้ภาษาเป็น
สื่อกลางก็ได้ ถ้าหากได้รับการฝึกฝน
จิตไว้อย่างดีแล้ว
( อ่านต่อฉบับหน้า )
๑๑๔
Kalyanamita org