ข้อความต้นฉบับในหน้า
n
เสิร์ฟ ว่ามีความสวยงามยิ่งเพียงใด
คนจีนก็บอกว่า คราวนี้เยี่ยมเลยนะ
เพราะมีนกหยกซึ่งสลักด้วยฟักใช้เวลา
สลักถึง ๔ วัน นี่เป็นบรรยากาศของ
ระดับรัฐ ในการถวายพระเกียรติอย่าง
สูง...”
สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ มี
พระราชอัธยาศัยละเอียดอ่อนช่างสังเกต
และทรงดำเนินนโยบายระหว่างประเทศ
ให้เกิดความเข้าใจในระดับต่าง ๆ ได้
เป็นอย่างดี ทรงเป็นนักวางแผนที่ละ
เอียดรอบคอบ ทรงคำนึงถึงความรู้สึก
ผูกพันความประทับใจของบุคคล
มากกว่าความโอ่โถงของสถานที่ ทรง
เป็นนักการทูตผู้เชี่ยวชาญโดยแท้ ดร.
จิรายุ อิศรางกูร ณ อยุธยา ได้เล่าถึง
บรรยากาศในงานเลี้ยงพระกระยาหาร
ค่ำที่พระราชทานเลี้ยงตอบประธานาธิบดี
หลี่ เสียน เหนียนว่า
“สำหรับพระกระยาหารค่ำที่ทรง
เป็นเจ้าภาพพระราชทานเลี้ยงตอบนั้น
ได้แสดงถึงการที่ทรงวางแผนอย่างละ
เอียดลึกซึ้ง ทรงเนรมิตให้สถานทูตซึ่ง
ค่อนข้างคับแคบกลายเป็นมีบรรยากาศ
แบบไทย พระองค์รับสั่งว่าที่จริง
สามารถไปเลี้ยงที่โรงแรมก็ได้ แต่ก็ไม่ได้
บรรยากาศแบบไทย
และเมื่อไม่สามารถที่จะทรงเลี้ยงที่
เมืองไทยได้ ก็ขอมาเลี้ยงบนผืนแผ่นดิน
เล็ก ๆ คือที่สถานทูตนี้ เรียกว่าเนรมิต
ของมาจากเมืองไทยทั้งสิ้น ทำให้บรรยา
กาศเป็นไทยแท้ และที่สำคัญที่สุดคือ
มีพระบรมฉายาลักษณ์ที่พระบาทสมเด็จ
พระเจ้าอยู่หัวทรงประคองประธานาธิบดี
หลี เสียน เหนียน ขึ้นเครื่องบินประดับอยู่
ด้วย คนจีนเขาเห็นเข้าก็ประทับใจ
มาก นี่เป็นจุดแสดงถึงความละเอียด
อ่อนของพระองค์ท่าน
ต่อจากนั้นก็ลงมาระดับกลาง คือ
การเสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตร
โรงงานอุตสาหกรรม กิจกรรมต่าง ๆ ที่
น่าประทับใจที่สุดในความรู้สึกของผมก็
คือวัด วัดในพระพุทธศาสนา เราเอง
ก็มีภาพพจน์ใช่ไหมครับว่า เมืองจีนเขา
ทั้งศาสนาไปแล้ว แต่ภาพพจน์อันนี้จะ
เปลี่ยนไปทันทีเมื่อเราได้เห็นว่า วันที่พระ
องค์ท่านเสด็จพระราชดำเนินไปที่วัด
ต่าง ๆ มีคนมากมายแค่ไหน คนจำนวน
มากเหลือเกินที่ไปจุดธูปเทียนแสดงการ
เคารพกราบไหว้พระ แสดงถึงว่าใน
ใจของประชาชนคนจีนยังนับถือศาสนา
อยู่ เมื่อเขาเห็นว่ามีพระราชอาคันตุกะ
มาจากประเทศที่มีพุทธศาสนาเจริญรุ่ง
เรื่องเสด็จมาแล้วทรงนำของมาถวายเจ้า
อาวาส เหมือนกับว่าพระองค์ทรง
มาสร้างความเลื่อมใสทางศาสนา
มาสร้างสะพานเชื่อมระหว่างประชาชน
ของสองประเทศให้เกิดความรู้สึกร่วมกัน
เข้าใจกัน เป็นจุดที่น่าประทับใจมาก
แล้วทีนี้ก็ลงมาถึงระดับที่ว่า
เสด็จทรงเยี่ยมตามบ้านราษฎร เสด็จเข้า
ไปประทับนั่งในบ้าน แล้วก็มีพ่อแม่ลูก
นำน้ำชามาถวาย ก็เป็นภาพแห่งความ
ประทับใจสำหรับผู้ตามเสด็จ และ
เจ้าของบ้านเองเขาก็ดีใจมากกล่าวขวัญ
ถึงอย่างไม่หยุดปาก นี่เป็นการแสดง
ว่าทรงเชื่อมสัมพันธไมตรีตั้งแต่ระดับสูง
ที่สุดมาจนถึงระดับชาวบ้าน จึงเป็น
ความประทับใจไปอีกรูปแบบหนึ่ง มี
พระราชดำริว่าทรงอยากจะพบปะกับ
ประชาชนตั้งแต่ระดับสูงจนถึงระดับชาว
บ้านธรรมดา ทางรัฐบาลจีนก็จัดถวาย
ตามพระราชประสงค์
กัลยาณมิตร : “มีความประทับใจส่วน
ตัวที่ ฯพณฯ ได้ทำหน้าที่ตามเสด็จและ
ในหน้าที่แห่งความจงรักภักดีต่อสมเด็จ
พระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราช
กุมาร อย่างไรบ้าง”
ดร.จิรายุ : “ผมมีความรู้สึกอยู่สามประ
การด้วยกันที่อยากจะเรียนให้ทราบ
ประการแรกคือ ได้เข้าใจอย่างชัดเจนว่า
สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ นั้นเวลาที่
ทรงประกอบพระราชภารกิจ พระองค์
ทรงตระหนักถึงความรับผิดชอบของ
พระองค์ว่าอยู่ในฐานะที่จะสบายไม่ได้เลย
จะต้องทรงระวังพระองค์ วางพระองค์ให้
เหมาะสมอยู่ตลอดเวลา ทรงใช้โอกาส
ได้ดีที่สุด และทรงทำได้เช่นนี้ด้วย
การทรงวางแผน และด้วยการทรงทำ
ให้คณะทั้งหมดทำงานอย่างเต็มที่โดย
มีพระองค์ทรงเป็นผู้นำของคณะ
ประการที่สอง คือมีความภูมิใจ
เป็นอย่างมากเหลือเกินที่ตัวเองเกิดมา
โชคดี ที่ได้มีโอกาสตามเสด็จไปร่วมอยู่
ในเหตุการณ์ซึ่งผมถือว่าเป็นเหตุการณ์
ประวัติศาสตร์ในประเทศจีน
ประการที่สาม ได้เรียนรู้มาก
เหลือเกิน ผมเคยเป็นอาจารย์สอนหนัง
สื่อแล้วมาทำงานบริหาร เราก็คิดว่าเรา
มีความสามารถทางด้านบริหาร
มากพอสมควร แต่ว่าในระหว่างที่ตาม
เสด็จไม่ว่าจะไปเมืองจีนหรือออสเตรเลีย
ก็ตาม ช่วงระยะเวลาอาจจะเป็นเพียงแค่
๑๐ กว่าวัน แต่ไม่นึกเลยว่าจะได้เรียนรู้
มากมายอย่างนี้ ทั้งในแง่ของแนวความ
คิดระดับสูงและการบริหารเพื่อจะให้เกิด
ความสำเร็จ นี่คือความประทับใจใน
ชีวิตที่มีโอกาสตามเสด็จของผมอย่างที่สุด
ทั้งสามประการ
๓๒
กัลยาณมิตร / กรกฎาคม ๒๕๓๐