ข้อความต้นฉบับในหน้า
สินประหารชีวิตแล้ว และพระราชารับสั่ง
ให้ปล่อยฉะนั้น นางถวายบังคมลาพระ
ศาสดา เดิมอย่างร่าเริงกลับออกมาทาง
เดิม พบพระอานนท์ยังเดินจงกรมอยู่
จึงเล่าเรื่องทั้งหมดให้พระอานนท์ทราบ
ท่านกล่าวว่า
“อุบาสิกา! ท่านเป็นผู้มีโชคดี ต่อ
ไปนี้ท่านปรารถนาสิ่งใดลงได้สิ่งนั้นสม
ประสงค์ พระศาสดาไม่เคยตรัสอะไร
ที่ปราศจากเหตุ การห้ามของพระองค์นำ
จะมีเหตุผล ที่จะเป็นประโยชน์แก่ท่าน
จงเบาใจเถิด"
นางมัลลิกา ภรรยาแห่งท่านพันธุละ
เสนาบดีนี้เป็นสตรีมีบุญผู้หนึ่งในสมัย
พุทธกาล มีเครื่องประดับที่มีค่าและทรง
เกียรติ ซึ่งเรียกว่า “มหาลดาปสาธน์”
ในสมัยเดียวกัน มีสตรีอยู่สามคนเท่านั้น
ที่สามารถมีเครื่องประดับนี้ คือนาง
วิสาขามหาอุบาสิกาคนหนึ่ง นางมัลลิกา
ภรรยาพันธุละ เสนาบดีคนหนึ่ง และธิดา
แห่งเศรษฐีกรุงพาราณสีอีกคนหนึ่ง
นางกลับไปหาท่านพันธุละด้วย
อาการลิงโลดใจ แจ้งเรื่องที่พระ
ศาสดาทรงทัดทานมิให้กลับไปกุสินารา
พันธุละคิดว่า พระศาสดาคงทรงเห็นเหตุ
สําคัญเป็นแน่ จึงทรงห้ามไว้ เขาเชื่อใน
พระสัพพัญญุตญาณแห่งพระพุทธองค์
จึงพลอยดีใจกับชายาด้วย เข้าประคอง
มัลลิกาด้วยความถนอมรักใคร่พลาง
กล่าวว่า
“ที่รัก! การที่พี่บอกให้น้องกลับ
กุสินารานั้นจะเป็นเพราะไม่รักน้องก็หา
มิได้ น้องก็คงทราบว่าวงศ์ตระกูลเป็นสิ่ง
สำคัญ ตระกูลที่ไม่มีบุตรสืบต่อ ย่อม
ขาดสูญ พี่ไม่ปรารถนาเช่นนั้น พี่เพียง
ท่าตามประเพณีของพวกเราเท่านั้น
หญิงที่เป็นหมันย่อมให้สิทธิแก่สามีตน
๖๖
เพื่อมีหญิงอื่นเป็นภรรยาสำหรับมีบุตร
สืบสกุลวงศ์ เพราะพี่รักน้องจึงไม่อยาก
ให้น้องอยู่อย่างหน้าชื่นอกตรม พี่
ทราบกฎธรรมดาดีว่า ไม่มีใครคนใดอยาก
เห็นสามีของตนมีภรรยาอื่นอย่างต่ำหู
ต่าตา น้องเป็นสุดที่รักของพี่ แต่ความ
จำเป็นควรจะอยู่เหนือความรักมิใช่หรือ?”
มัลลิกาซบอยู่กับอกของพันธุละ
น้ำตาไหลพรากลงอาบแก้ม นางจะสะกด
กลั้นอย่างไรก็สุดที่จะห้ามมิให้มันพรั่งพรู
ออกมา ความรู้สึกของนางสับสนวุ่นวาย
ทั้งดีใจและเสียใจ ดีใจที่มีโอกาสได้อยู่รับ
ใช้ใกล้ ดสามีอันเป็นที่รัก เสียใจที่นาง
ไม่สามารถให้บุตรสืบสกุลแก่เขาได้
ความรู้สึกอีกอย่างหนึ่งสอดแทรกเข้า
มา คือรู้สึกสงสารและเห็นใจสามี นาง
พูดทั้งน่าตาว่า
“น้องเข้าใจพี่ดี และพร้อมที่จะทำ
ตามคำบัญชาของพี่ น้องได้มอบทั้งร่าง
กายและจิตใจให้พี่แล้ว สิ่งที่น้องให้พี่ไม่
ได้นั้น เป็นสิ่งสุดวิสัยจริง ๆ เท่านั้น ใน
โลกนี้มีสิ่งอยู่เป็นจำนวนมาก ที่เรา
ปรารถนาเหลือเกิน เพื่อจะได้ แต่ก็ไม่
ได้สมตั้งใจ ตรงกันข้าม มีสิ่งอยู่เป็น
จํานวนมากที่เราอยากหลีกเลี่ยงและไม่พึง
ปรารถนา แต่ก็ประสบเข้าจนได้ ที่รัก
ในโลกนี้มีใครเล่าที่จะสมปรารถนา
ไปเสียทุกอย่าง ทุกชีวิตล้วนคลุก
เคล้าไปด้วยยาพิษและน้ำตาล ชีวิตมี
ทั้งความหวานชื่น และชื่นชม เรามิได้
เป็นเจ้าของชีวิต แต่ทุกคนเกิดมาเพื่อ
เป็นทาสของชีวิต.....เป็นไปจนกว่า
ชีวิตนี้จะสลาย”
“ท่าไมน้องพูดรุนแรงถึงปาน
นั้น” พันธุละทักท้วง เชยคางนางอันเป็น
ที่รักให้เงยหน้าขึ้น มองทิ้งลงไปในดวง
ตาอันเศร้าซึมของมัลลิกา ซึ่งยังมีน้ำ
ตาคลออยู่ ก้มลงจุมพิตเบา ๆ เพื่อปลอย
ใจให้นางสร่างโศก มือหนึ่งลูบไล้ไปตาม
เรือนเกศาอันอ่อนนุ่มสลวยเป็นเงางาม
เรื่อยลงมาถึงแผ่นหลัง ซึ่งอวบเต็ม
“ชีวิตนี้ไม่มีอะไรรุนแรงนักดอก ความ
ผิดหวัง และความขมขื่น ซึ่งมีเป็นครั้ง
เป็นคราวนั้น เป็นสิ่งที่ทำให้เราเห็น
คุณค่าของความสมหวังและความ
หวานชื่น ที่รัก! ถ้าไม่มีรสขมอยู่ใน
โลกนี้ มนุษย์จะรู้จักคุณค่าแห่งรส
หวานได้อย่างไร ถ้าไม่มีบรรยากาศที่
ร้อนอบอ้าว คนจะรู้จักคุณค่าแห่งร่ม
พฤกษ์อันรื่นรมย์ได้อย่างไร ถ้าไม่มีสิ่งที่
ชั่วมนุษย์จะรู้คุณค่าของสิ่งที่ดีละหรือ?
น้องจงมองชีวิตในฐานะเป็นสิ่งรื่นรมย์
และสร้างความหวังอันสดชื่นไว้เสมอเพื่อ
ชีวิตนี้จะได้สดชื่นขึ้น
“จะไม่เป็นการหลอกลวงตัวเอง
ไปหรือ” มัลลิกาเงยหน้าสบตาสามี “ใน
เมื่อชีวิตมิได้รื่นรมย์ จะมีเป็นการระบายสี
ให้แก่ชีวิตจนมองชีวิตที่แท้จริงไม่เห็น
ไปหรือ?
ๆ
“น้องรัก! ถ้าการหลอกตัวเองนั้น
เป็นไปในทางที่ดีในการสร้างสรรค์ให้ชีวิต
นี้ชื่นสุข เราก็ควรจะหลอกลวง มนุษย์
เราชอบหลอกลวงตัวเองไปในทาง
ร้าย และเหตุร้ายก็อาจจะเกิดขึ้น
ได้จริง ๆ เมื่อเป็นเช่นนี้ทำไมเราจะ
ไม่ลองหลอกตัวเองไปในทางดีเพื่อ
ผลดีจะเกิดขึ้นจริง ๆ บ้าง พระบรม
ศาสดาก็ตรัสไว้มิใช่หรือว่า “สำคัญที่ใจ
ถ้าใจดี คิดดี ทำดี และพูดดี ผลดีก็ย่อม
ติดตามมาเหมือนเงาตามตัว บางทีพี่
มีความเห็นรุนแรงถึงกับว่า ในโลกนี้ไม่
มีอะไรดี ไม่มีอะไรเลว แต่ความคิด
หรือความรู้สึกของเราต่างหากที่ไป
รู้สึกเช่นนั้นเข้าเอง ด้วยกฎอันนี้น้องจะ
กัลยาณมิตร/ กรกฎาคม ๒๕๓๐
Kalyanamitra.org