พระวรกายของพระพุทธเจ้า วารสารกัลยาณมิตร ปี 2530 ฉบับที่ 7 เดือนกรกฎาคม หน้า 89
หน้าที่ 89 / 132

สรุปเนื้อหา

มาว่า “ผู้ที่เห็นธรรมะ ย่อมเห็นเราตถาคต ผู้ที่เห็นเราตถาคต ย่อมเห็นธรรมะ แล้วเราก็อธิบายว่า "ผู้ที่เห็น "ธรรมะ" คือผู้ที่เห็นคุณธรรมนำทางภายใน อันจะทำให้บุคคลผู้นั้นรู้ว่ามีพระเจ้า อยู่ภายในกาย ที่จะทำให้ตนมีอำนาจ สูงสุดได้ พระวรกายของพระ พุทธเจ้า ผู้แปลได้คันจากที่ต่าง ๆ ที่กล่าวถึง พระวรกายของพระพุทธเจ้าได้ดังนี้ อรรถกถาพรหมชาลสูตร กล่าวว่า พระ พุทธเจ้าทรงมี “พระวรกายเสมอด้วย กายเพชร ทรงไว้ซึ่งกำลังสิบ” วิสุทธิ มรรคแปล ภาคสอง ตอนหนึ่งกล่าว แต่น้อย เมื่อธรรมกายเป็นความรู้แจ้ง ของพระพุทธเจ้า ผู้แปลเห็นว่า สิ่งที่พระ องค์จะทรงนามาสอน ก็ควรจะเป็นเรื่อง ธรรมกายเพียงเรื่องเดียว มิได้ทรงสอน เรื่องอื่นเรื่องใดแม้แต่น้อย อุปมาได้กับ บุรุษหนึ่งเปิดหน้าต่างออก เมื่อเห็นสิ่ง ใด ก็ย่อมพูดในสิ่งที่ตนเห็

หัวข้อประเด็น

- พระวรกายของพระพุทธเจ้า

ข้อความต้นฉบับในหน้า

มาว่า “ผู้ที่เห็นธรรมะ ย่อมเห็นเราตถาคต ผู้ที่เห็นเราตถาคต ย่อมเห็นธรรมะ แล้วเราก็อธิบายว่า "ผู้ที่เห็น "ธรรมะ" คือผู้ที่เห็นคุณธรรมนำทางภายใน อันจะทำให้บุคคลผู้นั้นรู้ว่ามีพระเจ้า อยู่ภายในกาย ที่จะทำให้ตนมีอำนาจ สูงสุดได้ พระวรกายของพระ พุทธเจ้า ผู้แปลได้คันจากที่ต่าง ๆ ที่กล่าวถึง พระวรกายของพระพุทธเจ้าได้ดังนี้ อรรถกถาพรหมชาลสูตร กล่าวว่า พระ พุทธเจ้าทรงมี “พระวรกายเสมอด้วย กายเพชร ทรงไว้ซึ่งกำลังสิบ” วิสุทธิ มรรคแปล ภาคสอง ตอนหนึ่งกล่าว แต่น้อย เมื่อธรรมกายเป็นความรู้แจ้ง ของพระพุทธเจ้า ผู้แปลเห็นว่า สิ่งที่พระ องค์จะทรงนามาสอน ก็ควรจะเป็นเรื่อง ธรรมกายเพียงเรื่องเดียว มิได้ทรงสอน เรื่องอื่นเรื่องใดแม้แต่น้อย อุปมาได้กับ บุรุษหนึ่งเปิดหน้าต่างออก เมื่อเห็นสิ่ง ใด ก็ย่อมพูดในสิ่งที่ตนเห็นนั้น จะไม่พูด ในเรื่องที่ตนไม่ได้เห็นเลย คาร์เตอร์อ้าง ถึงสังยุตตนิกายในวิทยานิพนธ์ของเขา เพื่ออธิบายคำว่าธรรมกายว่า “เหตุใด ตถาคตจึงมีกายธรรม เพราะตถาคต ได้รู้ชัดในคำสอนของพระพุทธเจ้า แล้วด้วยใจ แล้วถ่ายทอดออกมาเป็น คำพูด ด้วยเหตุนี้ กายของตถาคต จึงเป็นธรรมะ เพราะเป็นกายที่ประ กอบด้วยธรรมะนั่นเอง " ว่าความเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็น พบกันครึ่งทาง ได้ด้วยเพราะทรงมี “พระรูปกายวิจิตร ไปด้วยมหาบุรุษ ลักษณะ ๓๒ มีอนุ พยัญชนะ ๘๐ ประการประดับ มีพระ ธรรมกายสัมฤทธิ์ด้วยพระคุณรัตนะ มี สีลขันธ์อันบริสุทธิ์ด้วยอาการทั้งปวงเป็น อาทิ ทรงถึงฝั่ง (คือชั้นยอด) แห่งความ มียศใหญ่ ความมีบุญมาก ความมีกำลัง มาก ความมีฤทธิ์มากและความมีปัญญา มาก หาผู้เสมอมิได้ ทรงเสมอกับผู้ที่ ไม่มีใครเสมอ หาที่เปรียบมิได้ พระปัญญาของพระ พุทธเจ้า ตะวันตกพูดถึงกายของพระ พุทธเจ้า ตะวันออกก็พูดถึงความ รู้ของพระพุทธเจ้า อรรถกถาบาลีต่าง ๆ ใช้คำว่า “ธรรมกาย” เพื่อหมายถึงความ รู้แจ้งอันศักดิ์สิทธิ์ในธรรมะของพระพุทธ เจ้า และสิ่งที่พระองค์ทรงสอน ก็มิได้ผิด แผกไปจากสิ่งที่พระองค์ทรงรู้แจ้งเลยแม้ กัลยาณมิตร / กรกฎาคม ๒๕๓ เมื่อตะวันตกว่า “ธรรมะ" คือ กายของพระพุทธเจ้า ตะวันออกว่า ธรรมะ คือความรู้ของพระพุทธเจ้า เราจึงน่าจะโยงความคิดทั้งสองเข้า ด้วยกัน ให้เกิดจุดตรงกลางของ โลก หรือจุดความรู้สากลว่า “ธรรมะ” คือ “ธรรมกาย” “ธรรมะ” คือ “ธรรมกาย” ถึงแม้ยังไม่มีผู้ใดในวิทยานิพนธ์ ของคาร์เตอร์ รวมทั้งคาร์เตอร์เองที่จะลง ความเห็นว่า “ธรรมะ" คือ "ธรรมกาย" แต่ผู้แปลมั่นใจว่าสองคำนี้ จะต้องเป็น ความหมายของกันและกัน และเป็น ความหมายหลักเดิมของ “ธรรมะ” อีก ด้วย นอกจากจะด้วยเหตุผลที่ได้โยง ความคิดของบัณฑิตตะวันตก และบัณฑิต ตะวันออกแล้ว ยังประกอบด้วยเหตุผลที่ ได้จากประสบการณ์ภายในของตนเอง โดยมีครูบาอาจารย์เป็นผู้ชี้แนะ ประสบการณ์ภายใน เมื่อใจได้สัมผัสกับธรรมะอันละ เอียดอ่อนขณะเจริญภาวนา ผู้แปล ก็ทราบแก่ใจตนเองว่า กายที่จะรับรู้ ธรรมะได้จะต้องเป็นกายที่มีอายตนะตา ลิ้น หู จมูก กาย ใจของตนเอง ที่ละเอียด อ่อนเหมาะสมกัน กายที่มีอายตนะ อย่างหยาบ เช่น กายมนุษย์นี้สามารถ ทรงไว้ได้แต่ความรู้อย่างหยาบของ โลกเท่านั้น แล้วยังรู้ได้เฉพาะบางสาขา วิชาไม่สามารถรู้ทั่วรู้ตลอด พระพุทธ เจ้าจะทรงอาศัยกายนี้ตรัสรู้ธรรมไม่ได้ อย่างแน่นอน ธรรมะคือดวงแก้วเป็น หนึ่งในรัตนะสาม จะต้องอาศัยกายที่มี อายตนะแก้ว นั่นก็คือ กายแก้ว เป็นหนึ่ง ในรัตนะสามเช่นกัน จึงจะเกิดผู้รู้ ธรรมะ คือพระพุทธเจ้าได้ ถ้าปราศจาก กายแก้วจะเกิดธรรมะไม่ได้ เพราะธรรมะ คือบุญ คือความสว่าง คือคุณงามความดี คือความเที่ยงแท้แน่นอน จะเกิดในกายที่ เป็นที่ตั้งของบาป ความชั่ว เช่น ความ เกียจคร้าน ความขาดสติ ความมักโกรธ ความมักมากในกามคุณ และโรคภัยไข้ เจ็บต่าง ๆ จนกระทั่งกายถึงแก่ความ พินาศแตกดับไปในที่สุดได้อย่างไร หาก ปราศจากอายตนะรับรู้ ธรรมะก็ไม่มี เพราะความรู้จะต้องมีการรับรู้ ลอยนิ่ง ๆ เฉย ๆ ก็จะหามีสิ่งใดเกิดขึ้นไม่ เพราะไม่ มีผู้กระทำ ผู้รู้และความรู้จะต้อง ไปด้วยกัน อาศัยซึ่งกันและกัน เพื่อจะได้ นำความรู้ไปใช้ทำให้เกิดผู้รู้ใหม่ต่อ ๆ กัน ไป จนกว่าจะเต็มโลก ความรู้อันยอด ยิ่งจะต้องคู่กับกายอันยอดยิ่ง และ “ธรรมกาย” คือ กายอันยอดยิ่งที่จะรับ ความรู้อันยอดยิ่งคือ “ธรรมะ” ได้ อย่างไม่มีสิ่งใดจะยิ่งกว่า ( อ่านต่อฉบับหน้า ) Kalyanamitra.org
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More