ความรักและความเกลียด วารสารกัลยาณมิตร ปี 2530 ฉบับที่ 7 เดือนกรกฎาคม หน้า 69
หน้าที่ 69 / 132

สรุปเนื้อหา

เห็นว่าในคน ๆ เดียวกันหรือในสิ่ง ๆ เดียวกันบางคนอาจจะชอบ แต่บางคน อาจจะฟัง บางคนว่าดี บางคนว่าไม่ดี พี่เป็นอยู่อย่างนี้ รูปร่างหน้าตาอย่างนี้ เป็นที่รักของน้อง แต่น้องก็คงทราบว่ายัง มีคนเป็นอันมาก ไม่รักพี่ไม่ชอบพี่ ไม่ เพียงแต่ไม่รักไม่ชอบเท่านั้นดอกถึงกับ เกลียดเอามาก ๆ ก็มีอยู่มิใช่น้อย ถ้าพี่ เป็นอย่างอื่นอาจจะเป็นที่รัก ที่พอ ใจของพวกหนึ่ง แต่อาจจะเป็นที่เกลียดชัง ของน้องก็ได้ แต่พี่ยอมนะน้อง ยอมให้ ใคร ๆ เกลียดได้โดยไม่สะทกสะท้าน แต่ขอให้เป็นที่รักของมัลลิกาเท่านั้น” มัลลิกา มทั้งนํ้าตา คืนนั้นพระจันทร์เต็มดวง พอ อาทิตย์อัสดง ครู่หนึ่ง ควงรัชนีก็โผล่ขึ้น เหนือทั่วไม้ทางทิศตะวันออก สมต้นปฐม ยามให้ความชุ่มชื้นมิใช่น้อย กลิ่นดอกไม้ จากอุทยาน ปลิวมาตามสายลมกระทบ ผานประสาทอันไวต่อความรู้สึก

หัวข้อประเด็น

- ความรักและความเกลียด

ข้อความต้นฉบับในหน้า

เห็นว่าในคน ๆ เดียวกันหรือในสิ่ง ๆ เดียวกันบางคนอาจจะชอบ แต่บางคน อาจจะฟัง บางคนว่าดี บางคนว่าไม่ดี พี่เป็นอยู่อย่างนี้ รูปร่างหน้าตาอย่างนี้ เป็นที่รักของน้อง แต่น้องก็คงทราบว่ายัง มีคนเป็นอันมาก ไม่รักพี่ไม่ชอบพี่ ไม่ เพียงแต่ไม่รักไม่ชอบเท่านั้นดอกถึงกับ เกลียดเอามาก ๆ ก็มีอยู่มิใช่น้อย ถ้าพี่ เป็นอย่างอื่นอาจจะเป็นที่รัก ที่พอ ใจของพวกหนึ่ง แต่อาจจะเป็นที่เกลียดชัง ของน้องก็ได้ แต่พี่ยอมนะน้อง ยอมให้ ใคร ๆ เกลียดได้โดยไม่สะทกสะท้าน แต่ขอให้เป็นที่รักของมัลลิกาเท่านั้น” มัลลิกา มทั้งนํ้าตา คืนนั้นพระจันทร์เต็มดวง พอ อาทิตย์อัสดง ครู่หนึ่ง ควงรัชนีก็โผล่ขึ้น เหนือทั่วไม้ทางทิศตะวันออก สมต้นปฐม ยามให้ความชุ่มชื้นมิใช่น้อย กลิ่นดอกไม้ จากอุทยาน ปลิวมาตามสายลมกระทบ ผานประสาทอันไวต่อความรู้สึกของปุถุชน ผู้ติดอยู่ในรูป เสียง กลิ่น รส และ สัมผัส บนปราสาทชั้นที่สาม จะมองเห็น มนุษย์คู่หนึ่ง เขายืนเคียงกันมองผ่าน หน้าต่างออกไปทางตะวันออก ครู่หนึ่ง บุรุษผู้มีร่างกายกำยำ สมเป็นนักรบ ค่อยๆ ยั่นแขนโอบประคองร่างสตรีผู้ยืนอยู่ เคียงข้าง “มัลลิกาที่รัก ท่ามกลางสายลม แสงจันทร์และกลิ่นดอกไม้จากอุทยาน ซ้ำยังมีมัลลิกาอยู่เคียงใกล้เช่นนี้ พี่ มีความสุขเหลือเกิน ดูเหมือนวันนี้เป็น อีกวันหนึ่งที่พี่มีความรู้สึกเหมือนวันแรก ที่พี่และน้อง อยู่ร่วมกันฉันสามีภรรยา ที่รัก พี่ขอพูดซ้ำอีกครั้งเถิดว่า พี่รักน้อง เหลือเกิน” เขาดึงภรรยายอดรักเข้าสวม กอดด้วยความทะนุถนอม ต่อมามัลลิกาตั้งครรภ์ และ คลอดบุตรครั้งละสอง ๆ ถึง ๑๖ ครั้ง รวม ๓๒ คน เป็นที่ชื่นชมสมใจ ของ พันธุละและมัลลิกาเองยิ่งนัก บุตรเหล่านี้ ล้วนแข็งแรงมีพลานามัยสมบูรณ์ และ สำเร็จวิทยาการอันสูงยิ่ง สมเป็นบุตรแห่ง เสนาบดีแคว้นมคธอันเกรียงไกร ปลายรัชกาลแห่งพระเจ้าปเสนทิ โกศสนั่นเอง ข่าวใหญ่ก็เกิดขึ้นในราชธานี สาวัตถี เป็นข่าวที่แพร่สะพัดไปอย่างรวด เร็ว จากแคว้นหนึ่งสู่แคว้นหนึ่ง จากเมือง น้อยสู่ตำบลและหมู่บ้านทุกแห่ง ประชาชน ต่างโจษจันกันถึงข่าวนี้ พันธุละเสนาบดี และบุตร ๓๒ คนถูกฆ่าตาย ภิกษุในอารามเชตวันกลุ่มหนึ่ง นั่งสนทนากันอยู่วิพากษ์วิจารณ์ถึงมรณ กรรมของท่านพันธุละ ขณะนั้นนั่นเอง พระอานนท์พุทธอนุชาเดินผ่านมา ภิกษุ เหล่านั้นลุกขึ้นยืนรับ แล้วปูลาดอาสนะ เป็นทำนองเชื้อเชิญพุทธอนุชา พระ- อานนท์เมื่อนั่งลงเรียบร้อย แล้วจึงกล่าวว่า "อาวุโส! ท่านทั้งหลายกำลัง สนทนาเรื่องอะไรค้างอยู่?" “ข้าแต่ท่านผู้เจริญ ข้าพเจ้าทั้ง หลายกำลังสนทนากันถึงเรื่องมรณกรรม ของท่านพันธุละเสนาบดี” พระอานนท์มีการครองเหมือน จะปลงธรรมสังเวชอยู่ครู่หนึ่งแล้วกล่าวว่า "อาวุโส มรณกรรมของท่าน พันธุละเสนาบดี ซึ่งความจริงท่านผู้นี้คือ เจ้าชายแห่งนครกุสินารานั้นก่อความ สะเทือนใจแก่ข้าพเจ้ามาก ท่านทั้งหลาย ก็ทราบกันอยู่แล้วว่า ครอบครัวแห่ง ท่านเสนาบดีรวมทั้งท่านเสนาบดีเอง มีความสนิทสนมต่อข้าพเจ้าเพียงไร อนึ่ง ข้าพเจ้านั้น แม้จะเป็นพระอริยบุคคล ก็จริง แต่ก็เป็นเพียงอริยะขั้นต้นเท่านั้น ยังหาตัดความโศกและความสะเทือนใจ ได้ไม่ แต่ที่ยับยั้งอยู่ได้ก็ด้วยมีสติคอย เหนี่ยวรั้งอยู่ ภิกษุกลุ่มนั้นมีอาการสงสัย เมื่อ พระอานนท์พูดว่า “พันธุละเสนาบดี เป็น เจ้าชายแห่งนครกุสินารา” ภิกษุรูปหนึ่ง ซึ่งมีลักษณะอาวุโสกว่ารูปอื่น ๆ ถามขึ้น อย่างนอบน้อมว่า “ข้าแต่ท่านผู้ทรงธรรม ข้าพเจ้าสงสัยในค่ากล่าวของท่านที่ว่า ท่านพันธุละเสนาบดี เป็นเจ้าชายแห่งนคร กุสินารา เท่าที่ข้าพเจ้าทราบและเห็น ข้าพ เจ้าเข้าใจว่าท่านพันธุละเป็นเชื้อไขแห่ง ราชธานีสาวัตถีนี่เอง เพราะเป็นเสนาบดี แห่งนครนี้ และเป็นที่รักของทวยนคร แคว้นโกศลเหลือเกิน ข้าพเจ้าไม่เคย ทราบมาก่อนเลยว่าพันธุละเสนาบดีเป็น ชาวกุสินาราโดยกำเนิด” “ดูก่อนศากยบุตร” พระอานนท์ กล่าวอย่างช้า ๆ “ท่านทั้งหลายยังมีอายุ น้อย และเป็นชาวแคว้นอื่น เพิ่งเดินทาง มาสู่ราชธานีแห่งแคว้นโกศลไม่นาน นัก จึงยังหาทราบความเดิมแห่งท่าน เสนาบดีไม่ ถ้าท่านทั้งหลายประสงค์ ข้าพเจ้าก็จะเล่าให้ท่านฟังแต่เพียงสังเขป อ่านต่อฉบับหน้า กัลยาณมิตร / กรกฎาคม ๒๕๓๐ Kalyanamitra.org
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More