หน้าที่ของสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ วารสารกัลยาณมิตร ปี 2530 ฉบับที่ 7 เดือนกรกฎาคม หน้า 31
หน้าที่ 31 / 132

สรุปเนื้อหา

พระเยาว์ เด็กสามัญชนในวัยสิบกว่า ขวบยังซุกซนวิ่งเล่นอย่างสนุกสนาน ไม่ต้องรับผิดชอบอะไรทั้งนั้น ชีวิตมี แต่ความสุขที่เสรี แต่พระองค์ท่านจะ ทรงวิ่งเล่นซุกซน ทรงทำสิ่งใดตาม พระทัยปรารถนาหาได้ไม่ ทรงต้องทำ ทุกสิ่งตามหน้าที่ของ “สมเด็จพระเจ้า ลูกยาเธอ” ตามหน้าที่ของ “สยาม มกุฎราชกุมาร” ทรงรับภาระหน้าที่ แห่งชีวิต ตั้งแต่วันแรกที่ทรงพระราช สมภพตราบกระทั่งทุกวันนี้ โดยไม่เคยทรง อุทธรณ์ฎีกาใด ๆ ไม่ว่าพระราชภารกิจ นั้นจะมากน้อยหรือใหญ่หลวงเพียงใด หรือเสี่ยงภัยอันตราย เต็มไปด้วยอุป สรรคขวากหนาม พระองค์ก็ยังทรงทำ หน้าที่นั้น ๆ ให้ลุล่วงไปด้วยดีด้วยความ เต็มพระทัย ไม่ทรงแสดงความท้อแท้ หรือเหนื่อยหน่ายพระทัย เพราะทรงเป็น คนของประชาชน เป็นคนของแผ่นดิน พระองค์รับสั่งเสมอว่าหน้าที่อะไรก็ ปฏิบัติให้ดีที่สุด

หัวข้อประเด็น

- หน้าที่ของสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ

ข้อความต้นฉบับในหน้า

พระเยาว์ เด็กสามัญชนในวัยสิบกว่า ขวบยังซุกซนวิ่งเล่นอย่างสนุกสนาน ไม่ต้องรับผิดชอบอะไรทั้งนั้น ชีวิตมี แต่ความสุขที่เสรี แต่พระองค์ท่านจะ ทรงวิ่งเล่นซุกซน ทรงทำสิ่งใดตาม พระทัยปรารถนาหาได้ไม่ ทรงต้องทำ ทุกสิ่งตามหน้าที่ของ “สมเด็จพระเจ้า ลูกยาเธอ” ตามหน้าที่ของ “สยาม มกุฎราชกุมาร” ทรงรับภาระหน้าที่ แห่งชีวิต ตั้งแต่วันแรกที่ทรงพระราช สมภพตราบกระทั่งทุกวันนี้ โดยไม่เคยทรง อุทธรณ์ฎีกาใด ๆ ไม่ว่าพระราชภารกิจ นั้นจะมากน้อยหรือใหญ่หลวงเพียงใด หรือเสี่ยงภัยอันตราย เต็มไปด้วยอุป สรรคขวากหนาม พระองค์ก็ยังทรงทำ หน้าที่นั้น ๆ ให้ลุล่วงไปด้วยดีด้วยความ เต็มพระทัย ไม่ทรงแสดงความท้อแท้ หรือเหนื่อยหน่ายพระทัย เพราะทรงเป็น คนของประชาชน เป็นคนของแผ่นดิน พระองค์รับสั่งเสมอว่าหน้าที่อะไรก็ ปฏิบัติให้ดีที่สุด ตามที่ได้รับมอบหมาย มา ในวโรกาสมหามงคลสมัย คล้าย วันพระราชสมภพของสมเด็จพระบรม โอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ใน วันที่ ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๓๐ นี้ วารสารกัลยาณมิตร ได้รับเกียรติ อย่างสูงจาก ฯพณฯ รัฐมนตรีประจำ สำนักนายกรัฐมนตรี ดร.จิรายุ อิศราง กูร ณ อยุธยา ที่ได้กรุณาเล่าถึง พระราชภารกิจต่าง ๆ ของสมเด็จพระ บรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ในการเสด็จทรงเยือนประเทศออสเตรเลีย เมื่อวันที่ ๗-๑๑ เมษายน ๒๕๓๐ และ สาธารณรัฐประชาชนจีน เมื่อวันที่ ๒๓ กุมภาพันธ์ ถึง 6 มีนาคม ๒๕๓๐ จึง สะท้อนให้เห็นว่า พระองค์ท่านทรงสำนึก ในหน้าที่อันสูงส่งเพียงใด ทรงตระหนัก ถึงความรับผิดชอบอย่างเต็มที่ สมกับ ที่ทรงได้รับความไว้วางพระราชหฤทัย จากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรง พระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ไป เจริญสัมพันธไมตรีกับต่างประเทศ ฯพณฯ ดร.จิรายุ อิศรางกูร ณ อยุธยา ได้เล่าถึงหน้าที่ในการตามเสด็จ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎ ราชกุมาร ครั้งนี้ว่า “เมื่อคราวตามเสด็จไปประเทศจีน มีท่านรัฐมนตรีประพาส (นายประ พาส ลิมประพันธ์ รัฐมนตรีช่วยว่า การกระทรวงการต่างประเทศ) ไปด้วย ท่านทำหน้าที่คล้ายรัฐมนตรี ตามเสด็จจริง ๆ คือไปดูแลความเรียบ ร้อยเกี่ยวกับราชการทั้งหมด โดยเฉพาะ อย่างยิ่งเกี่ยวกับด้านกระทรวงการต่าง ประเทศ ส่วนผมก็ตามไปในฐานะดูแล เป็นพิเศษด้านประชาสัมพันธ์ ผมตาม เสด็จคนเดียวจึงทำหน้าที่ด้านประชา สัมพันธ์และฐานะรัฐมนตรีตามเสด็จด้วย ในการเตรียมตัวนั้นก็มีหมายกำหนดออก มาชัดเจนในแต่ละวันว่าจะเสด็จฯ ที่ไหน บ้าง ทุกอย่างมีการกำหนดอย่าง ละเอียดและมีหน้าที่อย่างชัดเจน และ ครบทุกคน หน้าที่ของผมก็คือการดูแลทุกสิ่ง ทุกอย่างในสายราชการให้เรียบร้อยที่สุด และมีข้าราชการกับราชเลขาธิการในพระ องค์ที่ตามเสด็จมีหน้าที่เกี่ยวกับพิธีการ ต่าง ๆ” กัลยาณมิตร : ในระหว่างที่สมเด็จพระ บรมโอรสาธิราชฯเสด็จทรงเยือนประเทศ ต่าง ๆ มีพระราชภารกิจมากน้อยเพียง ใด และทรงวางแผนงานในแต่ละวัน อย่างไรบ้างคะ” ดร.จิรายุ : จากการที่ผมตามเสด็จไปทั้ง สองครั้ง หลังจากผ่านหมายกำหนด การในแต่ละวันไปแล้ว จะทรงเรียก บุคคลที่ทรงเห็นว่าเหมาะสมเข้าไปประ เมินผลทุกครั้งในเรื่องที่ผ่านมาแล้ว และ ทรงวางแผนงานต่อไปข้างหน้าด้วย เพราะฉะนั้นต้องขอเรียนให้ทราบอย่าง หนึ่งว่า กรณีเสด็จไปเมืองจีนสิบสี่วันนั้น พระองค์ทรงเหนื่อยมาก เพราะว่าหมาย กำหนดการแน่นทุกวัน และนอกเหนือ จากหมายกำหนดการแล้ว เมื่อเสด็จฯ กลับที่ประทับจะทรงเรียกกลุ่มบุคคลหรือ บุคคลที่เกี่ยวข้องเข้าไปเพื่อประเมินว่า งานที่ผ่านไปในวันนี้เป็นอย่างไร ได้ผลดี ไหม ได้สังเกตอะไรที่เป็นประโยชน์บ้าง ไหม สำหรับพรุ่งนี้จะทำอย่างไรต่อไป จะเห็นได้ว่าทรงไม่มีเวลาพักเลย ต้องประ เมินผลและวางแผนกันอยู่ตลอดเวลา....” กัลยาณมิตร : “ความรู้สึกของประชาชน ชาวออสเตรเลียที่มีต่อสมเด็จพระบรม โอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมารใน ฐานะพระราชอาคันตุกะนั้น ประชาชนได้ ให้ความสนใจมากน้อยเพียงใด" ดร.จิรายุ : “สำหรับชาวออสเตรเลียเอง นั้นเกือบจะทุกคนทราบว่า สมเด็จพระ บรมฯ เคยทรงศึกษาในออสเตรเลีย ความ รู้สึกผูกพันต่อพระองค์จะมีมากกว่าพระ ราชอาคันตุกะคนอื่นหรือองค์อื่น ๆ เพราะฉะนั้นเป็นที่เห็นได้ชัดเจนว่า เวลา ที่ทรงพบกับประชาชนชาวออสเตร เลีย พวกเขาจะมีความรู้สึกภูมิใจว่า ประเทศของเขาเคยเป็นที่ที่สมเด็จ พระบรมฯ ทรงศึกษาและทรงใช้ชีวิต ในช่วงระยะเวลาค่อนข้างนาน เขา มีความรู้สึกภูมิใจในเรื่องนี้ ความ อบอุ่นความประทับใจที่มีต่อพระองค์ กัลยาณมิตร / กรกฎาคม ๒๕๓๐ Kalyanamitra.org ๒๙
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More