พันธุละกับพระราชา วารสารกัลยาณมิตร ปี 2530 ฉบับที่ 7 เดือนกรกฎาคม หน้า 67
หน้าที่ 67 / 132

สรุปเนื้อหา

พันธุละกับพระราชา วันหนึ่งเวลาเช้า มันเป็นฤดูใบไม้ ผล ใบเก่าของพฤกษชาติถูกสลัดร่วงลง และเหี่ยวแห้งอยู่บริเวณโคนต้น ที่เน่า เปื่อยไปแล้วก็มีเป็นจํานวนมาก ใบ อ่อน ซึ่งผลออกใหม่ดูสวยงามสร้างเสลา มองดูเรียงรายเป็นทิวแถวน่าชื่นชม เมื่อ ฤดูนี้มาถึงเข้า แทบทุกคนรู้สึกว่าเหมือน ได้อาศัยอยู่ในโลกใหม่ น้ำค้างบนยอด หญ้า และใบไม้ยังไม่ทันเหือดแห้งเพราะ ยังเช้าอยู่ พระอาทิตย์เพิ่งจะทอแสงสวด พื้นพิภพมาไม่นานนัก ลมอ่อนในยาม เข้าพักเฉื่อยฉิวหอบเอากลิ่นน้ำและ กลิ่นดอกไม้นานาพันธุ์ติดมาด้วย นก เล็ก ๆ กระโดดโลดเต้นด้วยความสำราญ จากกิ่งนี้สู่กิ่งโน้น และจากกิ่งโน้นสู่กิ่ง นั้น พลางก็ร้องเหมือนเสียงทักทายกัน ด้วยความสุขสดชื่นรับอรุณรุ่ง พระอานนท์ พุทธอนุชา เดิน จงกรมพิจารณาธรรมอยู่ท่ามกลาง บรรยากาศอันสดชื่นนี้ พ

หัวข้อประเด็น

- พันธุละกับพระราชา

ข้อความต้นฉบับในหน้า

พันธุละกับพระราชา วันหนึ่งเวลาเช้า มันเป็นฤดูใบไม้ ผล ใบเก่าของพฤกษชาติถูกสลัดร่วงลง และเหี่ยวแห้งอยู่บริเวณโคนต้น ที่เน่า เปื่อยไปแล้วก็มีเป็นจํานวนมาก ใบ อ่อน ซึ่งผลออกใหม่ดูสวยงามสร้างเสลา มองดูเรียงรายเป็นทิวแถวน่าชื่นชม เมื่อ ฤดูนี้มาถึงเข้า แทบทุกคนรู้สึกว่าเหมือน ได้อาศัยอยู่ในโลกใหม่ น้ำค้างบนยอด หญ้า และใบไม้ยังไม่ทันเหือดแห้งเพราะ ยังเช้าอยู่ พระอาทิตย์เพิ่งจะทอแสงสวด พื้นพิภพมาไม่นานนัก ลมอ่อนในยาม เข้าพักเฉื่อยฉิวหอบเอากลิ่นน้ำและ กลิ่นดอกไม้นานาพันธุ์ติดมาด้วย นก เล็ก ๆ กระโดดโลดเต้นด้วยความสำราญ จากกิ่งนี้สู่กิ่งโน้น และจากกิ่งโน้นสู่กิ่ง นั้น พลางก็ร้องเหมือนเสียงทักทายกัน ด้วยความสุขสดชื่นรับอรุณรุ่ง พระอานนท์ พุทธอนุชา เดิน จงกรมพิจารณาธรรมอยู่ท่ามกลาง บรรยากาศอันสดชื่นนี้ พลางท่านก็คิดถึง สุภาษิตเก่า ๆ บทหนึ่งว่า “กาก็ด่า นกดุเหว่าก็ดี อะไรเล่า เป็นเครื่องแตกต่างระหว่างกาและนัก ดุเหว่านั้น แต่เมื่อฤดูใบไม้ผลิมาถึงเข้า กาก็คงเป็นกา นกดุเหว่าก็คงเป็นนก ดุเหว่า สาธุชนและทุรชนก็มีรูปลักษณะ คล้ายคลึงกัน แต่เมื่อเปล่งวาจา ปราศรัย จึงทราบว่า ใครเป็นสา ธุชนและใครเป็นทุรชน” ท่านใคร่ครวญต่อไปถึงพระพุทธ ภาษิต ที่เกี่ยวกับเรื่องนี้ พระพุทธองค์ เคยตรัสว่า "ที่ใดไม่มีสัตบุรุษ ที่นั่นไม่ชื่อ กัลยาณมิตร/กรกฎาคม ๒๕๓๐ ประวัติอัจฉริยสาวก วศิน อินทสระ พระอานนท์ พุทธอนุชา ว่าสภา ผู้พูดไม่เป็นธรรม ไม่ชื่อว่า เป็นสัตบุรุษ” ฯลฯ ขณะนั้นเอง สุภาพสตรีผู้หนึ่ง ถือดอกไม้ธูปเทียนและข้าวยาคู เดินเข้า มาในบริเวณอาราม เมื่อนางเห็นพระ อานนท์ จึงวางของลงแล้วนั่งลงไหว้ วันนี้มาแต่เช้าเทียว หรือ” พระอานนท์ทุกอย่างสนิทสนม “ข้าพเจ้ามีกิจพิเศษด้วย คือจะมา “อุบาสิกา! ทูลลาพระศาสดากลับไปอยู่บ้านเดิม กุสินารา พระคุณเจ้า” นางตอบด้วย เสียงสั่นเครือ “และตั้งใจว่าจะลาพระคุณ เจ้าด้วย ก็พอดีพบพระคุณเจ้าที่นี่” “ทำไมหรือ อุบาสิกา?” พระ อานนท์ถามด้วยความสงสัย เจ้า" “ท่านเสนาบดีให้กลับพระคุณ เมื่อพระอานนท์ไม่ซักถามอะไร อีก นางกินมัสการลาแล้วเข้าเฝ้าพระผู้ มีพระภาค ใจนางไม่สบายเลย ไหนจะ เป็นห่วงท่านเสนาบดี ที่จะต้องอยู่โดย ปราศจากนาง และที่สำคัญอีกอย่างหนึ่ง คือ นางปรารถนาจะอยู่สาวัตถี เพราะ เป็นราชธานีที่พระพุทธองค์ประทับอยู่ บ่อยที่สุดและนานที่สุด การได้อยู่เมือง ที่พระพุทธเจ้าประทับอยู่นั้นเป็นกำไร ชีวิตอย่างมากสําหรับความรู้สึกของนาง เมื่อนางถวายบังคมแล้ว พระศาสดาจึง ทักว่า “มัลลิกา! วันนี้มาแต่เช้า มีธุระ อะไรพิเศษหรือ?” “หม่อมฉันมาทูลลาพระองค์ เพื่อ ไปกุสินาราพระเจ้าข้า” นางทูลตอบ ทําไมหรือ?” “ท่านเสนาบดีให้กลับไปอยู่กุสินารา พระเจ้าข้า” “มีเรื่องอะไรรุนแรงถึงต้องให้กลับ เทียวหรือ? “เรื่องก็มีเพียงว่าหม่อมฉันไม่มี บุตร ท่านพันธุละเสนาบดีจึงให้กลับไป อยู่บ้านเดิม เขาบอกว่าหม่อมฉันเป็น หมัน เขาต้องการลูก เมื่อไม่สามารถมีลูก ให้เขาได้ จึงไม่มีประโยชน์อะไรที่จะอยู่ ต่อไป “เท่านี้เองหรือ มัลลิกา “เท่านี้เองพระเจ้าข้า” “ถ้าเพียงเท่านี้ก็อย่าไปเลย อยู่ที่ สาวัตถีนี่แหละ ขอให้บอกท่านเสนาบดี ตามค่าของตถาคต" นางมัลลิกาได้ฟังพุทธดำรัสแล้วดี ใจ และโปร่งใจเหมือนนักโทษที่ถูกตัด ba Kalyanamitra.org
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More