ความสำคัญของเมืองกุสินารา วารสารกัลยาณมิตร ปี 2531 ฉบับที่ 10 เดือนตุลาคม หน้า 24
หน้าที่ 24 / 124

สรุปเนื้อหา

เป็นเมืองเล็กเมืองน้อย ความจริงเมืองกุสินาราเคยเป็น เมืองใหญ่ในอดีต ในอดีตเมืองกุสินารานี้เคยเป็นที่ ประทับของพระมหาจักรพรรดิชื่อว่า พระเจ้าสุทัสสนะ แล้วพระพุทธเจ้าก็ตรัสเรื่องตำนาน เมืองกุสาวดี คือ ในครั้งโบราณเมืองกุสินาราเคยเป็นเมืองหลวงที่ประทับ ของพระเจ้าสุทัสสนะ มีชื่อว่าเมืองกุสาวดี เป็นเมือง ที่ยิ่งใหญ่มาก แล้วต่อมาก็ได้มีการเปลี่ยนแปลงตาม กาลสมัย ข้อนี้ถ้ามองในแง่หนึ่งก็ให้เห็นว่า พระพุทธ เจ้าทรงสอนไม่ให้เกิดความยึดติดในเรื่องความยิ่งใหญ่ อะไรเหล่านี้ ให้มองเห็นว่าสิ่งเหล่านี้ย่อมเปลี่ยนแปลง ไปได้ตามหลักอนิจจัง มหานครที่เคยใหญ่โตก็กลายเป็น เมืองเล็กได้ เมืองที่เคยเล็กในสมัยก่อนก็กลับกลายเป็น เมืองใหญ่โตเจริญขึ้นมาได้ อันนี้ก็เป็นไปตามหลักอนิจจัง ท่านอธิบายต่อไปอีกว่า การที่พระพุทธเจ

หัวข้อประเด็น

- ความสำคัญของเมืองกุสินารา

ข้อความต้นฉบับในหน้า

เป็นเมืองเล็กเมืองน้อย ความจริงเมืองกุสินาราเคยเป็น เมืองใหญ่ในอดีต ในอดีตเมืองกุสินารานี้เคยเป็นที่ ประทับของพระมหาจักรพรรดิชื่อว่า พระเจ้าสุทัสสนะ แล้วพระพุทธเจ้าก็ตรัสเรื่องตำนาน เมืองกุสาวดี คือ ในครั้งโบราณเมืองกุสินาราเคยเป็นเมืองหลวงที่ประทับ ของพระเจ้าสุทัสสนะ มีชื่อว่าเมืองกุสาวดี เป็นเมือง ที่ยิ่งใหญ่มาก แล้วต่อมาก็ได้มีการเปลี่ยนแปลงตาม กาลสมัย ข้อนี้ถ้ามองในแง่หนึ่งก็ให้เห็นว่า พระพุทธ เจ้าทรงสอนไม่ให้เกิดความยึดติดในเรื่องความยิ่งใหญ่ อะไรเหล่านี้ ให้มองเห็นว่าสิ่งเหล่านี้ย่อมเปลี่ยนแปลง ไปได้ตามหลักอนิจจัง มหานครที่เคยใหญ่โตก็กลายเป็น เมืองเล็กได้ เมืองที่เคยเล็กในสมัยก่อนก็กลับกลายเป็น เมืองใหญ่โตเจริญขึ้นมาได้ อันนี้ก็เป็นไปตามหลักอนิจจัง ท่านอธิบายต่อไปอีกว่า การที่พระพุทธเจ้าปริ นิพพานในเมืองเล็กจะเป็นเครื่องช่วยให้พระบรมสารี ริกธาตุแพร่หลายออกไปในที่หลายแห่ง เพราะว่าในที่สุด แล้ว เมืองกุสินาราจะต้องยอมแบ่งแจกพระสารีริกธาตุ ให้กับแคว้นอื่น ๆ แต่ถ้าหากเป็นแคว้นใหญ่อย่าง ที่มกุฏพันธนเจดีย์ สถานที่ถวายพระเพลิงพระพุทธเจ้า มีข้อสังเกตอีกอย่างหนึ่งให้โยมได้นึกไว้เป็นข้อคิด ก็คือพระพุทธเจ้าปรินิพพานในสาลวโนทยาน หรือป่าไม้ สาละ ภายใต้ร่มไม้ ขอให้นึกหวนย้อนไปดูประวัติ ในตอนต้นพุทธกาล คือพระพุทธเจ้าประสูติก็ประสูติ ที่ภายใต้ร่มไม้สาละ เช่นเดียวกัน ก็เป็นอันว่าพระพุทธเจ้า ประสูติภายใต้ร่มไม้สาละ จะเป็นรังหรือไม่ก็แล้วแต่ เป็นเรื่องของนักปราชญ์ยังไม่ยุติเด็ดขาดว่าไม้อะไรแน่ แต่คงยุติแล้วว่า ไม้สาละนั้นไม่ใช่ไม้รัง เมืองไทยเรา แปลกันว่าไม้รัง ตอนหลังว่าไม่ใช่ ก็เลยต้องเรียกว่า ไม้สาละนั่นแหละ ทีนี้พระพุทธเจ้าก็ประสูติภายใต้ ร่มไม้สาละ เมื่อปรินิพพานก็ปรินิพพานภายใต้ร่มไม้สาละ นี้ก็เป็นข้อสังเกตอย่างหนึ่ง จะถือว่าเป็นอัศจรรย์ก็ได้ จะถือว่าเป็นเรื่องของพระพุทธเจ้าที่ทรงมีพระชนม์ชีพ เกี่ยวข้องอยู่กับธรรมชาติก็ได้ เมื่อตรัสรู้ก็ตรัสรู้ภายใต้ร่มไม้เหมือนกัน แต่เป็น ร่มไม้อีกอย่างหนึ่ง คือไม้อัสสัตถะ เพราะเหตุที่พระ พุทธเจ้าตรัสรู้ใต้ร่มไม้นั้น ร่มไม้นั้นก็เลยได้ชื่อพิเศษว่า ต้นโพธิ์เพราะคำว่า โพธิ์ นั้นแปลว่า ตรัสรู้ หรือ ความ แคว้นมคธซึ่งมีอำนาจ เขาคงเก็บไว้พวกเดียวได้แน่นอน ตรัสรู้ ต้นโพธิ์ก็คือต้นไม้ที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้ ความจริง ไม่ยอมแบ่งให้แก่ใคร นี่ก็เป็นรายละเอียดส่วนปลีกย่อย ชื่อเดิมก็เรียกว่าไม้อัสสัตถะ หรืออัสสัตถพฤกษ์ ได้ชื่อ รวมความเป็นอันว่าพระพุทธเจ้าได้เสด็จดับขันธปริ- พิเศษจากการตรัสรู้ของพระพุทธเจ้าเป็นต้นโพธิ์ พระ นิพพานที่เมืองกุสินารานี้ และได้มีการถวายพระเพลิง พุทธเจ้าประสูติ ตรัสรู้และปรินิพพานก็ภายใต้ร่มไม้ พุทธสรีระ ณ สถานที่นี้ ๒๒ กัลยาณมิตร ทั้งสิ้นอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ ก็เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับ Kalyanamitra.org ตุลาคม ๒๕๓๑
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More