พระราชชนนีและพระมหากษัตริย์ วารสารกัลยาณมิตร ปี 2531 ฉบับที่ 10 เดือนตุลาคม หน้า 60
หน้าที่ 60 / 124

สรุปเนื้อหา

เพราะพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันท มหิดล ให้ขณะนั้นมีพระชนมายุเพียง ๙ พรรษา เศษ จะทรงรับพระราชภาระอันหนักหนานั้น ได้อย่างไร ในท่ามกลางวิกฤตการณ์บ้านเมือง ที่ผันผวนมีการเปลี่ยนมากมาย แต่เพื่อ ประเทศชาติจะได้มีพระมหากษัตริย์เป็น เศวตฉัตร เป็นศูนย์รวมใจของประชาชนสืบไป สมเด็จพระราชชนนีทรงยินยอมให้พระปิย ราชโอรสขึ้นครองราชสมบัติ ดังความใน จดหมาย ส่งมาทูลเกล้าฯ สมเด็จพระพันวัส สาฯ ซึ่งขอ อัญเชิญมาบางส่วนจากพระนิพนธ์ แผ่นดินที่ร่างกายไม่แข็งแรงและโง่ก็ไม่ เป็นสง่าสำหรับประเทศ หม่อมฉันรู้สึกว่าอันตรายภายนอก สำหรับนันทคงจะมีน้อย ที่หม่อมฉันวิตก อยู่ก็ถึงเรื่องที่นันทจะไม่มีความสุขอย่าง เด็กมาก และกลัวว่าการศึกษาจะได้ไม่ เต็มที่ ที่หม่อมฉันไม่ใคร่กลัวอันตราย ภายนอกก็เพราะว่า เราไม่ได้อยากจะเป็น แต่

หัวข้อประเด็น

- พระราชชนนีและพระมหากษัตริย์

ข้อความต้นฉบับในหน้า

เพราะพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันท มหิดล ให้ขณะนั้นมีพระชนมายุเพียง ๙ พรรษา เศษ จะทรงรับพระราชภาระอันหนักหนานั้น ได้อย่างไร ในท่ามกลางวิกฤตการณ์บ้านเมือง ที่ผันผวนมีการเปลี่ยนมากมาย แต่เพื่อ ประเทศชาติจะได้มีพระมหากษัตริย์เป็น เศวตฉัตร เป็นศูนย์รวมใจของประชาชนสืบไป สมเด็จพระราชชนนีทรงยินยอมให้พระปิย ราชโอรสขึ้นครองราชสมบัติ ดังความใน จดหมาย ส่งมาทูลเกล้าฯ สมเด็จพระพันวัส สาฯ ซึ่งขอ อัญเชิญมาบางส่วนจากพระนิพนธ์ แผ่นดินที่ร่างกายไม่แข็งแรงและโง่ก็ไม่ เป็นสง่าสำหรับประเทศ หม่อมฉันรู้สึกว่าอันตรายภายนอก สำหรับนันทคงจะมีน้อย ที่หม่อมฉันวิตก อยู่ก็ถึงเรื่องที่นันทจะไม่มีความสุขอย่าง เด็กมาก และกลัวว่าการศึกษาจะได้ไม่ เต็มที่ ที่หม่อมฉันไม่ใคร่กลัวอันตราย ภายนอกก็เพราะว่า เราไม่ได้อยากจะเป็น แต่ต้องรับเพราะเห็นแก่บ้านเมืองที่อาจ ไม่สงบได้” น้ำพระทัยของสมเด็จพระราชชนนีสูง “เจ้านายเล็กๆ ยุวกษัตริย์” ของสมเด็จ ยิ่ง แม้ทรงเป็นเพียง “ผู้หญิงสามัญ” แต่สาย พระเจ้าพี่นางเธอฯ ว่า “...เมื่อเจ้าพระยาศรีฯ จะไปจาก โลซานน์ หม่อมฉันก็บอกให้เป็นที่เข้าใจ อีกว่า ทั้งลูกและหม่อมฉันไม่มีความต้อง การยศและลาภเลย แต่การที่นันทต้องรับ เป็นพระเจ้าแผ่นดินก็เพราะเห็นว่าเป็น หน้าที่ต่อบ้านเมือง เพราะฉะนั้นจะทำ อะไรต่อไปขอให้พูดกันดี ๆ อย่าบังคับ และตัดอิสรภาพจนเหลือเกิน และสำหรับ ร่างกายและการศึกษาแล้วขอให้ได้เต็มที่ เวลานี้เป็นเด็กก็ขอให้เป็นเด็ก พระเจ้า เลือดเฉกเช่น “ขัตติยมานะ” มาพร้อมพระองค์ โดยกำเนิด ความรักในองค์พระปิยราชโอรส นั้นว่ามากแล้ว แต่ความรักในชาติบ้านเมือง นั้นมากกว่า เป็นความรักที่ยังอยู่ในสายเลือด และวิญญาณ กระทั่งสมเด็จพระพันวัสสาฯ ก็ทรงพอ พระทัยในการตัดสินพระทัยของสมเด็จพระ ราชชนนีทรงซาบซึ้ง ชื่นชมใน “สะใภ้หลวง” ของพระองค์ยิ่งนัก ดังความในร่างลายพระหัตถ์ ลงวันที่ ๓ เมษายน ๒๔๗๘ ว่า “ฉันต้องชมเชยสังวาลย์อีกครั้ง ฉลาดเป็นอัศจรรย์ ใจเย็น พูดโต้ตอบงด งามอย่างน่าพิศวงกับเจ้าพระยาศรีธรรมา ธิเบศ บุญของฉันมาได้ลูกสะใภ้เช่นนี้ บุญของหลานที่มีแม่ที่เลิศ ไม่มีใครจะมา ดูถูกได้ว่าเลวทราม ฉันพูดนี้ปลื้มใจ ด้วย เศร้าใจด้วยจนน้ำตาไหล...” เมื่อมาอยู่ในฐานะสมเด็จพระราชชนนี ของพระมหากษัตริย์ ทำให้ชีวิตของพระองค์ ต้องเปลี่ยนแปลงไป ทรงมีพระภารกิจที่ต้องรับ ผิดชอบมากขึ้น และความห่วงใยที่ทรงมีต่อ พระราชโอรสนั้นทับทวี เพราะบัดนี้พระราช ๔๘ กัลยาณมิตร ตุลาคม ๒๕๓๑ Kalyanamitra.org -
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More