ข้อความต้นฉบับในหน้า
ประวัติของพระองค์ จะเห็นว่า พุทธศาสนิกชนทั้งหลาย ได้อุปถัมภ์พระพุทธศาสนาเป็นอย่างมาก คล้าย ๆ กับ
เรามีความเคารพเลื่อมใสในพระองค์และให้ความ พระเจ้าอโศก และก็ได้เป็นผู้อุปถัมภ์การสังคายนาครั้งหนึ่ง
สำคัญแก่เหตุการณ์ในพุทธประวัติเหล่านี้เป็น ด้วย เรียกว่าเป็นการสังคายนาครั้งที่ ๓ ของฝ่ายมหายาน
อย่างยิ่ง แต่ไม่ควรนึกถึงเพียงแต่ความสำคัญเท่านั้น แต่ทางฝ่ายเถรวาทไม่นับ และการอุปถัมภ์พระพุทธ
ควรให้เป็นเครื่องเตือนใจเราด้วยให้ระลึกอยู่เสมอ ศาสนาของพระเจ้ากนิษกะมหาราชก็เป็นเหตุให้พระ
ถึงธรรมชาติของชีวิตและชีวิตที่เป็นธรรมชาติ พุทธศาสนาเผยแพร่ไปทางภาคเหนือมาก หมายถึงทาง
ตลอดจนว่าชีวิตนี้ไม่ควรให้ห่างเหินเกินไปจาก ฝ่ายประเทศจีนเป็นต้น ซึ่งเป็นฝ่ายมหายาน นี่ก็เป็นเรื่อง
ธรรมชาติ และชีวิตที่ดีงามนั้นธรรมชาติจะช่วย ราวที่อยู่ในประวัติศาสตร์พุทธศาสนา และมีเรื่องมา
เกื้อกูลให้มีความสุขได้อย่างไร เกี่ยวข้องกับพุทธสังเวชนียสถานนี้ อาตมาจึงนำมา
จากสถูปที่เห็นอยู่ตรงหน้าก็เป็นประจักษ์หลักฐาน เล่าคร่าว ๆ เพื่อให้เห็นภาพเลา ๆ ของการที่ว่า พุทธ
ถึงการที่ชาวพุทธในสมัยโบราณได้พยายามที่จะทำการ ศาสนิกชนสมัยโบราณนั้นได้สักการบูชาสถานที่สำคัญ
ต่าง ๆ เพื่อแสดงถึงความเคารพบูชาพระพุทธเจ้าผู้เป็น ทางพุทธศาสนากันเพียงไร เราทั้งหลายที่เกิดมา
พระบรมศาสดาของตน อย่างที่ท่านพระครูทวีได้เล่า ภายหลังก็เลยได้อาศัยหลักฐานที่เกิดจากการกระทำ
ให้โยมฟังแล้วว่าในสมัย พระเจ้าอโศกมหาราช หรือกุศลกรรมของชาวพุทธปางก่อนเหล่านี้ พากันมี
พระองค์ได้สร้างสถูปขึ้นไว้ แล้วต่อมาพระมหากษัตริย์ โอกาสมาถึงสถานที่นี้ และมีโอกาสได้รู้ว่าพระพุทธเจ้า
ยุคหลังคือ พระเจ้ากนิษกะมหาราช ก็ได้มาสร้างสถูป ได้เสด็จไปที่ไหนบ้าง มีเหตุการณ์สำคัญเกี่ยวกับพระ
ใหญ่ครอบขึ้นไปอีกชั้นหนึ่งอย่างที่เห็นในปัจจุบัน ซึ่ง ชนม์ชีพเกิดขึ้น ณ ที่ใด ที่นั้น ๆ อยู่ที่จุดหรือตำแหน่งไหน
เวลานี้ก็เหลือแต่ซากปรักหักพัง ถ้าเรามองจากซาก ในปัจจุบัน นี่ก็เป็นเรื่องราวในด้านประวัติศาสตร์
ทีนี้ข้อที่เป็นแง่คิดทางธรรมะ ก็คือความเป็น
เหล่านี้ก็เห็นว่าตัวพระสถูปเดิมจะต้องใหญ่โตมากเหลือ
เกิน นี่ก็แสดงถึงว่าพระมหากษัตริย์พระองค์นั้นจะต้อง สังเวชนียสถานดังที่อาตมภาพได้กล่าวแล้ว ซึ่งพระพุทธ
เห็นความสำคัญของสถานที่นี้เป็นอย่างมากแล้วก็มีความ
เจ้าตรัสไว้ว่าสถานที่เหล่านี้เป็นที่ตั้งของความสังเวช
เลื่อมใสศรัทธาในพระพุทธเจ้าเป็นอย่างยิ่ง พระเจ้า สังเวช ก็คือ การที่ทำให้เกิดความสลดใจได้คิด หรือ
อโศกมหาราชนั้นเป็นกษัตริย์ที่ยิ่งใหญ่ในหมู่ชาวพุทธ สำนึกได้ คำว่า สลดใจ นี้เป็นคำหนึ่งที่น่าสังเกต อาตม
ประเทศไทยรู้จักกันทั่วไป พระมหากษัตริย์ในยุคหลัง
ก็ได้พยายามดำเนินตามพระปฏิปทาของพระมหากษัตริย์
ภาพมองเห็นว่าคำว่า สังเวช นี่เราได้เข้าใจความหมาย
คลาดเคลื่อนกันไปไม่น้อย คือ เดี๋ยวนี้เราแปลคำว่า สังเวช
องค์นี้ ในบรรดาพระมหากษัตริย์เหล่านั้น พระเจ้า เป็นสลดใจ บางทีก็รู้สึกเป็นทำนองหดหูไปเสีย แล้วคำว่า
กนิษกะองค์ที่ว่ามาสร้างสถูปใหญ่ครอบนี้ กล่าวว่า
เป็นพระองค์หนึ่งที่พยายามดำเนินตามพระจริยาวัตร
ของพระเจ้าอโศกมหาราช
สังเวช คำเดียวกันนี้แหละที่แผลงเป็นภาษาไทยมาเป็นคำ
ว่า สมเพช ความจริงคำเดียวกัน สังเวช สมเพช มาจาก
คำบาลีคำเดียวกัน และถ้าเป็นคำนามในภาษาบาลี
พระเจ้ากนิษกะมหาราชเป็นกษัตริย์ที่อยู่ในอินเดีย ท่านใช้ว่า สังเวค
ภาคที่ค่อนไปทางตะวันตกเฉียงเหนือ ครองราชย์อยู่ใน
คำว่า สังเวช นั้น มีความหมายอย่างไรแน่ น่า
พ.ศ.สัก ๖๐๐ เป็นกษัตริย์ที่ได้อุปถัมภ์พุทธศาสนา จะพิจารณา เพราะว่าเป็นเรื่องเกี่ยวกับธรรมะด้วย
ฝ่ายมหายานมากกว่า ทางมหายานจึงรู้จักพระเจ้า
จะต้องเข้าใจให้ถูกต้อง อย่างในคัมภีร์วิสุทธิมรรค
กนิษกะมาก แต่เพราะเหตุที่พระองค์ไปอุปถัมภ์ทางฝ่าย (วิสุทธิ์, ๓/๒๙๙) ก็มีการอธิบายความหมาย ท่าน
มหายานในประวัติพุทธศาสนาฝ่ายเถรวาท หรือฝ่ายใต้
ก็เลยไม่ค่อยรู้จักพระองค์ อย่างในประเทศไทยพูดถึง
พระนามพระเจ้ากนิษกะ จะไม่ค่อยมีคนรู้ นอกจาก
ไขความว่าสังเวชหมายความว่า ทำให้เกิดกำลังใจ
เร่งเร้ากระตุ้นให้เกิดแรงในใจขึ้น (-สมุดเตชน) ตาม
ที่ท่านอธิบายอย่างนั้น คำว่า สังเวชก็มีความหมาย
ผู้ที่ร่ำเรียนศึกษาทางประวัติศาสตร์หรือโบราณคดี หนึ่งว่า เป็นการเข้ามากระตุ้นเตือนจิต ให้เราได้เกิด
หรือเรื่องเกี่ยวกับประเทศอินเดีย พระเจ้ากนิษกะ
ความคิดหรือจิตสำนึก ความคิดอะไร ถ้าเป็นสถานที่
ตุลาคม ๒๕๖๑
กัลยาณมิตร ๒๓
Kalyanamitra.org