ข้อความต้นฉบับในหน้า
เพราะลุยมาตลอด นิมิตอะไรก็ไม่เกิด ท้อขึ้นมา
เลยล้มตัวลงนอนแล้วฝันไป เห็นเจ้าเพื่อนผู้หญิง
คนหนึ่ง ซึ่งปกติเจอหน้ากันทีไร เป็นต้องรี่เข้า
มาเตือนเสียงลั่นว่า
“ระวังนะฝึกสมาธิมาก ๆ เดี๋ยวจะบ้า”
ในฝัน ว่านั่งสมาธิอยู่ดี ๆ เจ้าเพื่อนคน
นี้ก็หน้ายื่นหน้ายาวมาเตือนอีกว่า
“นี่เผด็จ ระวังเป็นบ้านะ”
เนื่องจากจำคำแนะนำของคุณไชยบูลย์
ได้แม่นยำว่า เห็นนิมิตอะไรให้ปั้นเป็นองค์พระ
ให้หมด ก็เลยเอื้อมมือไปตบหน้าเจ้าเพื่อนตัวดี
เสีย ๒-๓ ผัวะ ตั้งใจจะปั้นเป็นพระพุทธรูป
แปลก...เจ้าเพื่อนนั่นกลายเป็นพระพุทธ
รูปเหมือนใจคิด นั่งอยู่กลางท้องดิบดี แล้วเห็น
หลวงพ่อวัดปากน้ำมองผ่านกระจกใส ๆ มา
ด้วยสายตาดุ ๆ คล้ายจะบอกว่าให้ตั้งใจนั่ง
สมาธิให้ดี
แค่นั้นยังไม่ตื่น ฝันเรื่อยไปว่า ตัวเอง
สวมเกราะทองชุดนักรบจีนโบราณ ยืนอยู่ริม
ทะเล รู้ในฝันว่ามีหน้าที่ขนคนข้ามทะเล
ฝันได้ ๓ ฉากก็ตื่น รู้สึกใจชื้นว่า ตอน
ตื่นถึงนั่งกำหนดนิมิตองค์พระแล้วยังไม่เห็น
แต่ก็ยังดีที่ได้เห็นในฝัน แล้วก็มีความสุขอยู่
ลึก ๆ เล่าให้คุณยายฟัง คุณยายบอกว่า
“พระนิพพานท่านสอดละเอียดลง
มาบอกหน้าที่ให้”
อยากจะคิดว่าคุณยายพูดเล่น แต่อยู่
ด้วยกันมาเป็นปีไม่เคยเห็นท่านพูดเล่น ก็เลย
ต้องหยุดคิดทบทวนดูตัวเอง จริง ๆ แล้วเราไม่
ใช่คนฝันบ่อย นาน ๆ จะฝันสักที แต่ฝันทีไร
มักจะแม่น เคยฝันว่าไปเมืองนอก ไปที่สระ
ว่ายน้ำแห่งหนึ่งเจอฝรั่งรูปร่างหน้าตาอย่าง
นั้น ๆ ตอนนั้นกำลังเรียนอยู่มหาวิทยาลัย
เกษตรฯ ไม่มีวี่แววว่าจะได้ไปเมืองนอกเลย
แต่ ๓ เดือนต่อมาเกิดได้ทุนไปประเทศ
ออสเตรเลีย ต้องพักการเรียนไว้กลางคัน ไป
อยู่ที่นั่นได้ประมาณ ๑๐ วันก็ไปที่สระว่ายน้ำ
แห่งหนึ่ง รู้สึกคลับคล้ายคลับคลาว่าเคยมา
เห็นฝรั่งยืนอยู่ขอบสระ ๒-๓ คน มีความรู้สึกว่า
เคยเห็นมาก่อน แต่นึกไม่ออกว่าเคยเห็นที่ไหน
๙๐ กัลยาณมิตร
กลับมาหอพัก มาจดบันทึกประจำวัน
ในสมุดประจำตัวเล่มเดิม พลิกไปเจอเรื่องที่
บันทึกเกี่ยวกับความฝันคราวนั้นเอาไว้ ก็นึก
ออกทันทีว่าทั้งสระว่ายน้ำ ทั้งฝรั่งพวกนั้นเรา
เคยเห็นในฝันนั่นเอง
การฝันเห็นเหตุการณ์ล่วงหน้าหลายวัน
หลายเดือนอย่างนี้ เคยฝันมาตั้งแต่เด็ก เพราะ
ฉะนั้นที่คุณยายบอกว่า พระนิพพานสอด
ละเอียด คงไม่ใช่เรื่องที่ท่านเอามาล้อเล่น
ตอนนั้นรู้สึกแปลก ๆ ว่า เราไม่เคยคิด
จะบวช และถึงจะบวชก็จะต้องมีลูกมีเมียเสีย
ก่อน หน้าที่ขนคนไปพระนิพพานนี้ น่าจะเป็น
ของพวกประพฤติพรหมจรรย์ ซึ่งไม่ใช่เราแน่ ๆ
มาคิดดูอีกที เราก็เคยคิดจะสร้างวัดสัก
๓ วัด อุทิศให้พ่อ ๑ วัด แม่ ๑ วัด และครูบา
ไล่ให้พวกผู้ชายลงไปนั่งสมาธิข้างล่างทั้งหมด
เหลือแต่พวกผู้หญิงให้นั่งสมาธิกับคุณยาย
ข้างบน
พอพวกผู้ชายถูกไล่ลงมานั่งข้างล่าง
กำลังใจก็ตกกันเป็นแถว แต่ไม่รู้จะทำอย่างไร
เรามันไม่ดีเองไม่รู้จักกรองคน รู้ทั้งรู้ว่าคุณยาย
เคร่งครัดเรื่องชู้สาวมาก ก็ท่านอยากให้ลูกศิษย์
ของท่านประพฤติพรหมจรรย์ เพื่อช่วยเผยแผ่
ศาสนากันทั้งหมดนี่นา
พวกผู้ชายนั่งหาวลมอยู่ข้างล่างหลายวัน
คุณยายจึงยอมอนุญาตให้กลับขึ้นไปนั่งข้างบน
เทศน์เสียหลายกัณฑ์แล้วสั่งให้แยกนั่งหญิง
ซ้ายชายขวา ซึ่งต่อมาก็กลายเป็นธรรมเนียม
ต่อเนื่องมาถึงระเบียบการนั่งปฏิบัติธรรมที่
วัดพระธรรมกายในปัจจุบันนี้ด้วย
อาจารย์อีก 9 วัด ถ้าจะขนคนก็คงขนเข้าวัด ความฝันบอกเหตุ
นี่แหละ แต่เราคงไม่อยู่วัดด้วย เข้าใจเสียอย่าง
นั้นก็สบายใจดี ไม่เสียโครงการแต่งงาน
เหตุที่แยกนั่ง
หญิงซ้าย ชายขวา
ความจริงหน้าที่ขนคนเข้าวัดนี้ อาต
มาถนัดมาก มาปฏิบัติธรรมที่บ้านธรรม
ประสิทธิ์ไม่นาน อาตมาก็ชวนน้อง ๆ ชมรม
พุทธศาสตร์จากมหาวิทยาลัยต่าง ๆ มานั่ง
สมาธิกับคุณยายได้มากขึ้น ๆ แต่เพราะความ
ไม่รู้จักกรองคน อาตมาจึงทำความเดือดร้อน
รำคาญใจให้คุณยายมาก
ในระยะแรกที่ไปบ้านธรรมประสิทธิ์
พวกเราทั้งหมดนั่งสมาธิกับคุณยายบนชั้นสอง
ของเรือนสองชั้น ชั้นล่างเป็นที่ทำอาหาร ที่
รับประทานอาหาร และเก็บข้าวของต่าง ๆ
การนั่งก็นั่งรวม ๆ กันทั้งหญิงทั้งชาย แรก ๆ
ไม่มีอะไรเป็นปัญหา แต่พอกลุ่มหนุ่มสาวที่
อาตมาชวนมาชักมากเข้า ก็มีพวกเจ้าชู้ติดมา
ด้วย เจ้าพวกนี้พอนั่งหลับตาไปได้สักพัก ก็
แอบลืมตามองผู้หญิงที่อยู่ข้าง ๆ พวกผู้หญิง
บางคนก็ลืมตามาเจอเข้าพอดี เกิดทอดสะพาน
สายตากันหลายคู่ คุณยายเห็นท่าไม่ดี ก็เลย
บอกกิเลสและอารมณ์
ปกติคุณยายไม่ใช่คนช่างพูดช่างคุย
และไม่ชอบคนพูดมากเพ้อเจ้อ แต่สำหรับ
อาตมาและคุณไชยบูลย์ คุณยายให้ความ
เมตตาอธิบายเรื่องละเอียด ๆ ในสมาธิให้ฟัง
เสมอ แม้เรื่องความฝันซึ่งเอาแน่อะไรไม่ได้
คุณยายก็อุตส่าห์ตรวจดูให้อย่างละเอียด
คราวหนึ่ง เมื่อฝากตัวเป็นศิษย์คุณยาย
ได้ประมาณ ๕-๖ เดือน คือประมาณกลางปี
๒๕๑๐ อาตมาฝันว่า นั่งอยู่ที่ศาลาแห่งหนึ่ง
เห็นหงส์ทองบินร่อนอยู่ไกล ๆ ใครเห็นก็วิ่ง
ตามไป หวังจะจับตัวตอนมันร่อนลงพื้นดิน
ในฝันอาตมานึกอธิษฐานว่า “ถ้าเป็น
บุญของเรา ขอให้หงส์ทองนี้จงบินเข้ามาหาเอง
ไม่ต้องให้ไปวิ่งไล่จับอย่างคนอื่นเขา”
พอจบคำอธิษฐานหงส์ทองก็บินลงมา
หาอาตมาจริง ๆ เข้ามาหมอบให้อิงหลังแต่
โดยดี รุ่งขึ้นเช้า จึงนำความฝันไปเล่าให้คุณ
ยายฟัง คุณยายนั่งสมาธิตรวจดูสัก ๕ นาทีก็
ลืมตา จ้องมองอาตมาตาเขม็ง
“คุณเด็จ พักนี้ไม่ค่อยนั่งสมาธิใช่ไหม”
“ครับยาย ไม่ค่อยได้นั่ง งานมันมาก"
อาตมาตอบรับเสียงอ่อย
ตุลาคม ๒๕๓๑
Kalyanamitra.org