ข้อความต้นฉบับในหน้า
ตามพระราชปณิธานของรัชกาลที่ ๕ ที่ว่า
ต้องการให้ตั้งมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
ขึ้น เพื่อจะให้พระได้ศึกษาพระไตรปิฎก และ
วิชาการชั้นสูง
วิชาการชั้นสูงหมายถึง วิชาการสามัญ
เป็นวิชาทางโลกทั่ว ๆ ไปในระดับสูง จุดประ
สงค์นี้เองรู้สึกว่า จะเป็นจุดประสงค์หลัก
คือให้พระได้มีความรู้ทั้งทางโลกและทาง
ธรรม อันจะทำให้พระได้ทำงานเกี่ยวกับ
พระมี
สังคมได้เต็มที่ โดยจุดประสงค์ที่ว่า ถ้า
พระจะเผยแผ่ศาสนาได้ดีนั้น
ความจำเป็นจะต้องมีความรู้ทางโลก
ประกอบด้วย ในหลักการนี้พระสัมมาสัม
พุทธเจ้าเอง ก่อนที่พระองค์จะออกผนวชและ
ตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้น พระองค์
ทรงศึกษาในทางโลกจนเจนจบศิลปวิทยา ๑๘
ประการ ถ้าเป็นในสมัยปัจจุบันก็จบมหา
วิทยาลัย ถ้าพระสงฆ์เราในสมัยนี้มีความรู้
พื้นฐานทางโลกมาก่อน เมื่อมาเรียนทางธรรมก็
จะช่วยให้ท่านสามารถสื่อธรรมะให้คนเข้าใจ
ง่าย ไม่ว่าจะในแนวของการปฏิบัติหรือใน
ทางปริยัติก็ตาม คือพูดภาษาร่วมสมัยได้”
ส่วนด้านการผลิตบัณฑิตกับผลตอบ
สนองนั้น แม้ว่าจะผลิตมา ๓๒ รุ่น มีพระภิกษุ
สามเณรสำเร็จการศึกษาปริญญาตรีแล้ว
จำนวน ๑,๔๖๑ รูป ท่านอาจารย์ ดร.พระ
มหาประยูร ธมฺมจิตฺโต กล่าวถึงผลรวมนั้น
ต่อพระสงฆ์ไทยว่า เป็นไปในทางพัฒนาขึ้น
“บัณฑิตปริญญาตรีนั้น ๔๐% ก็ลาสิกขา
ไป นอกจากนี้ก็ไปทำงาน ไปศึกษาต่อปริญญา
โท จบปริญญาโทมาประมาณสัก ๕๐๐ รูป
จบปริญญาเอกก็ประมาณ ๕๐ รูปเศษ ๆ
50% ที่อยู่ช่วยพระศาสนานี้ก็อยู่กระจายกัน
ไปทั่วประเทศ บางรูปก็เป็นพระสังฆาธิการ
ส่วนหนึ่งก็ทำงานให้คณะสงฆ์ อีกส่วนหนึ่งก็
ทำงานการเผยแผ่ คือทำงานเพื่อสังคมโดย
เป็นพระนักพัฒนา เป็นผู้นำในการพัฒนาชนบท
พัฒนาหมู่บ้าน เราจะเห็นได้ชัดว่า แม้ขณะ
กำลังศึกษาอยู่ก็มีบรรจุไว้ในหลักสูตรว่า ให้
พัฒนาและได้ทำงานก่อนจบการศึกษา ท่าน
จึงได้รับการฝึกฝนในวิทยาการสมัยใหม่ เพื่อ
ดึงคนให้มาสนใจการพัฒนาและทำงาน
ได้คล่องตัวมากขึ้น นอกจากนั้นยังเป็นนัก
วิชาการผลิตผลงานเชิงวิชาการ มีตัวอย่างที่
เป็นรูปธรรมที่ดีที่สุด ก็อย่างเช่น พระเทพเวที
(ประยุทธ์ ปยุตฺโต) ซึ่งท่านก็จบจากมหาจุฬาฯ
หรือมหาวิทยาลัยสงฆ์แห่งนี้ ท่านมีผลงาน
“ดร.พระมหาประยูร ท่านเป็นพระในวัดประ
ยุรวงศ์ฯรูปเดียวที่มีความสามารถเข้าไปร่วมสัมมนาใน
ระดับมหาวิทยาลัยหรือกับปัญญาชน เพราะเท่าที่เคย
มีมาก็หลวงตาแพรเยื่อไม้ พระนักเทศน์ของวัดประยุร
วงศ์ฯ จึงนับได้ว่าท่านทำงานได้ผล และเป็นที่ยอมรับ
ในวงการศึกษา
คุณสมบัติพิเศษของท่าน คือ ท่านมีหลักการ
เรื่องความจริงจัง และความจริงใจ แล้วท่านก็
มีความรับผิดชอบต่องานที่ท่านทำมาก ท่านจะทำ
งานอย่างมุ่งมั่น ท่านจะเตรียมตัวค้นคว้าเตรียม
พร้อมอย่างเต็มที่
ไม่ใช่เท่านั้นงานของวัด ท่านก็เป็นประธาน
องค์การเผยแผ่ของวัดประยุรวงศ์ฯ ทำให้งานนี้พื้น
คืนชีพขึ้นมาหลังจากที่หมดยุคของหลวงตาแพรเยื่อไม้
ตุลาคม ๒๕๖๑
พระครูปลัดชัยวัฒน์
ธมฺมวฑฒโน
ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดประยุรวงศาวาส
ยอดนักปาฐกถาแห่งยุค (นิค ไทยแลนด์)
Kalyanamitra.org
มี
สมัยหลวงตาอยู่ การทำงานขององค์การเผยแผ่เฟื่องฟู
มาก จนต่อมาก็ได้ ดร.พระมหาประยูร ท่านรับช่วง
มา ก็เรียกได้ว่ามีชีวิตชีวาขึ้นมาอีกวาระหนึ่ง
องค์การเผยแผ่ของวัดประยุรฯ นอกจากท่าน
เป็นประธาน และอาตมาเป็นรองประธานแล้วก็มี
ที่ปรึกษาอีกหลายท่าน เช่น ท่านมหาบุญมา ท่านพระ
ครูโสภณฯ อีกหลาย ๆ รูป มีคณะกรรมการร่วมกันทำ
งานโดยมีพระมหาสมหวัง ชยสิทธิ เปรียญ ๙ ประโยค
เป็นเลขานุการ
ปกติของท่าน ท่านเป็นคนเยือกเย็น และมี
เหตุผล มีลักษณะการทำงานด้วยรูปแบบประสาน
สามัคคี ใคร ๆ ก็ชื่นชมทั้งความรู้ความสามารถที่ท่าน
กัลยาณมิตร ๔๓