ความโศกเศร้าหลังสวรรคต วารสารกัลยาณมิตร ปี 2531 ฉบับที่ 10 เดือนตุลาคม หน้า 62
หน้าที่ 62 / 124

สรุปเนื้อหา

ครั้นปรากฏว่า ข่าวนั้นเป็นความจริง วันนั้น... มีแต่เสียงร้องไห้ระทมทั้งแผ่นดิน ด้วยความโศกเศร้าเสียใจ ประชาชนขวัญเสีย ระส่ำระสายเหมือนดวงตะวันพลันวูบดับลง ตรงหน้า ท้องฟ้ามืดหม่นหมอง....ฟ้ายังร้องไห้ แผ่นดินยังกำสรวล บรรยากาศมีสีดำสีแห่ง ความทุกข์แผ่ปกคลุมไปทั่ว สมเด็จพระราชชนนีนั้นเล่า.... เพียง แทบดวงพระหฤทัยแตกสลายตามพระบรม ปิยราชโอรสไปด้วย ในชีวิตของพระองค์ต้อง สูญเสีย ต้องระทมทุกข์ไปกว่านี้อีกแล้วหรือ... หน้าประวัติศาสตร์ไทยต้องบันทึกเหตุ การณ์วันสวรรคตเมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 50 กัลยาณมิตร “รับไหมลูก” สมเด็จพระราชโอรสน้อย ได้ตรัสตอบสั้น ๆ ว่า “รับ” นั่นคือวาระเริ่มต้นแห่งรัชกาลที่ ๙ เมื่อสมเด็จพระราชโอรสเต็มพระทัยเข้ามา ทรงรับพระราชภาระอันหนักหนาต่อชาติบ้าน เมือง มีหรือสมเด็จพระราชชนนีผู้

หัวข้อประเด็น

- ความโศกเศร้าหลังสวรรคต

ข้อความต้นฉบับในหน้า

ครั้นปรากฏว่า ข่าวนั้นเป็นความจริง วันนั้น... มีแต่เสียงร้องไห้ระทมทั้งแผ่นดิน ด้วยความโศกเศร้าเสียใจ ประชาชนขวัญเสีย ระส่ำระสายเหมือนดวงตะวันพลันวูบดับลง ตรงหน้า ท้องฟ้ามืดหม่นหมอง....ฟ้ายังร้องไห้ แผ่นดินยังกำสรวล บรรยากาศมีสีดำสีแห่ง ความทุกข์แผ่ปกคลุมไปทั่ว สมเด็จพระราชชนนีนั้นเล่า.... เพียง แทบดวงพระหฤทัยแตกสลายตามพระบรม ปิยราชโอรสไปด้วย ในชีวิตของพระองค์ต้อง สูญเสีย ต้องระทมทุกข์ไปกว่านี้อีกแล้วหรือ... หน้าประวัติศาสตร์ไทยต้องบันทึกเหตุ การณ์วันสวรรคตเมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 50 กัลยาณมิตร “รับไหมลูก” สมเด็จพระราชโอรสน้อย ได้ตรัสตอบสั้น ๆ ว่า “รับ” นั่นคือวาระเริ่มต้นแห่งรัชกาลที่ ๙ เมื่อสมเด็จพระราชโอรสเต็มพระทัยเข้ามา ทรงรับพระราชภาระอันหนักหนาต่อชาติบ้าน เมือง มีหรือสมเด็จพระราชชนนีผู้ทรงรักชาว ไทยยิ่งชีวิตจะทูลคัดค้าน ด้วยพระมหากรุณาธิคุณของล้นเกล้าล้น กระหม่อมสองพระองค์ในครั้งนั้น นับเป็น “หนี้พระคุณ” ที่จดจารึกอยู่ในประวัติศาสตร์ และหัวใจของคนไทยทุกคนอย่างไม่มีวันที่จะ ลืมได้ และกว่า 50 ปีมาแล้วที่สองพระหัตถ์ แห่งความรักอันยิ่งใหญ่ของสมเด็จพระศรีนค รินทราบรมราชชนนี ได้สร้างคุณธรรมความดี ๒๔๘๙ ไว้ด้วยน้ำพระเนตรและพระสุรเสียง ให้ปรากฏแก่โลกอย่างสม่ำเสมอ โดยมีทรง แสนรันทดของสมเด็จพระราชชนนีว่า “โธ่...นันทลูกของแม่ เล็กเอ๋ยจงมา ตายเสียกับแม่แต่เดี๋ยวนี้เถิด...” ภาพที่ปรากฏต่อสายตาประชาชน พระวรกายที่แสนบอบบางของพระราชชนนี ซวนเซแทบทรงยืนไม่ไหว ฉลองพระองค์ชุดสี ดำยิ่งขับสีพระพักตร์ให้หมองไหม้ลงไปอีก... นี่หรือสิ่งตอบแทนที่พระองค์ได้รับ หลัง จากทรงเลี้ยงดูอภิบาลพระราชโอรสผู้ทรงเป็น ที่รักดังดวงใจมาถึง ๒๑ ปี แผ่นดินไทยม ต้องการพระมหากษัตริย์ผู้ทรงคุณธรรมอัน ประเสริฐดอกหรือ... เปล่าเลยพระเจ้าข้า ปวง ข้าฯ ฝากที่พึ่ง...ฝากความหวังทั้งมวลไว้ที่ สมเด็จพระราชชนนีและสมเด็จพระราชอนุชา จนหมดสิ้น พระองค์จะทรงทนได้หรือ ที่จะ ทรงยินยอมให้พระราชโอรสองค์สุดท้ายออก จากอ้อมพระหัตถ์ ไปเป็นของแผ่นดินอีกครั้ง แผ่นดินที่กำลังมีอันตรายอย่างใหญ่หลวง ถ้าเพียงแต่สมเด็จพระราชชนนีไม่ทรงยินยอม ให้พระราชโอรสองค์เล็กขึ้นเป็นกษัตริย์รัชกาลที่ * แล้วสิ่งใดจะเกิดขึ้นในแผ่นดินไทย... เมื่อ ยามไร้เศวตฉัตร..... ไร้หลักยึดเหนี่ยวและที่พึ่ง แต่เมื่อสมเด็จพระราชชนนีได้มีพระราชดำรัส ถามว่า หวั่นไหวต่อภัยอันตราย ต่อความทุกข์ทนอัน ใหญ่หลวง โดยเฉพาะต่อผืนแผ่นดินไทย ไม่มี ดินแดนส่วนไหนของประเทศไทยที่ “สมเด็จย่า” ไม่ทรงรู้จักหรือไม่เคยเสด็จพระราชดำเนิน ทรงไต่ถามทุกข์สุขปลอบขวัญให้กำลังใจแก่ ราษฎร และทรงเป็นสมเด็จพระบรมราชชนนี ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวผู้ทรงทศ พิธราชธรรม ทรงทำหน้าที่แห่งชีวิตได้สมบูรณ์ ครบถ้วน พระวรกายอันบอบบางและพระราช หฤทัยที่แสนเสียสละของพระองค์คงได้อบอุ่น ขึ้นเมื่ออยู่ท่ามกลางความรักภักดีอันล้นเหลือ จากประชาชน สงบร่ม ข้าพระพุทธเจ้าเหล่าข้าฯ แผ่นดิน.... ขอ ถวายชีวิตฝากไว้ในสองพระหัตถ์อันยิ่งด้วย พระกรุณาที่ได้ทรงรวมพลัง รวมดวงใจสร้าง แผ่นดินสร้างชาติให้วัฒนาถาวร เย็น สมเป็นดินแดนสันติสุข ขอ “สมเด็จย่า” ของผองไทย ทรง มีพระชนมายุยืนนานเป็นพระมิ่งขวัญของ ชาติตราบเท่านิรันดร ตุลาคม ๒๕๓๑ Kalyanamitra.org
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More