ข้อความต้นฉบับในหน้า
มากมายที่จะต้องเข้าวัด เพื่อนก็บอกว่าไปนั่ง
สมาธิ เราก็นึกไม่ออกว่านั่งสมาธิแล้วได้อะไร
จนเพื่อนเลิกชวน แต่ในที่ทำงานมีหลายคนที่
เขาไปวัด เขาก็คุยกันให้ได้ยินอยู่เรื่อย ๆ เดี๋ยว
มาชวนทำบุญบ้าง ชวนไปช่วยงานวัดบ้าง
เราก็ทำบุญไปเพราะว่าเกรงใจเพื่อน แต่ไม่เคย
ไปช่วยงานวัด ไม่คิดจะไปด้วยเพราะคิด
ว่าก็คงเหมือนวัดทั่ว ๆ ไป ไปทอดผ้าป่าเป็นพิธี
แล้วก็สนุก ๆ คุยกันเรื่องคนโน้นคนนี้ ถ้าพวกที่
เคร่งก็นั่งสมาธิเฉย ๆ ไม่พูดไม่จา น่าเบื่อ
มากกว่า เพื่อนคะยั้นคะยอทั้งขอร้อง ทั้งหา
เหตุผลจนเพื่อนเบื่อที่จะพูด
แต่ในที่สุดไม่ทราบว่าเพราะอะไร ที่
ทำงานมีโครงการอบรมเจ้าหน้าที่ที่วัด แต่เป็น
คนละหน่วยงานกัน เราจะไปก็ได้หรือไม่ไปก็ได้
ใจก็คิดว่าไม่ไปหรอก แต่หัวหน้างาน
พูดบอกว่าขอให้ไปเถอะ เชื่อหัวหน้าสักครั้ง
เราก็เลยคิดว่าไปก็ได้ ถือว่าหัวหน้าสั่งเป็น
หน้าที่ที่จะต้องไป พอถึงวันปฐมนิเทศ ท่าน
รองอธิบดีก็บอกว่า คิดเสียว่าไปฝึกความอดทน
ทดสอบจิตใจและร่างกายว่าจะแข็งแกร่งอดทน
แค่ไหน ซึ่งรู้สึกถูกใจ เพราะชอบสิ่งที่ท้าทาย
จึงเข้าอบรมโดยดี
มาถึงวัดก็รู้สึกทึ่งนิด ๆ ที่เห็นเต็นท์
ขนาดใหญ่ เห็นพื้นที่ที่กว้างขวางกำลัง
ถูกปรับ ไม่อยากเห็นโบสถ์ เห็นพระ เห็น
อะไรเท่าไร คิดว่ามาอยู่ที่โล่ง ๆ เหมือน
เราออกค่ายคงสนุก พอถึงเวลาหลวงพ่อ
ตุลาคม ๒๕๖๑
มานำนั่งสมาธิ มาเทศน์ให้ฟังก็รู้สึก ถือศีล ๘ กัน เราก็ลองถือบ้าง พอทำได้ก็
แปลกไม่เหมือนวัด ไม่เหมือนพระที่เรา
ภูมิใจ เห็นเขาสวดมนต์ โดยไม่ดูหนังสือเราก็
คิดไว้ ท่านเทศน์มีเหตุผลเข้าใจง่าย และ ลองบ้าง รู้สึกมีความสุข มาช่วยงานวัดในวันบุญ
การนั่งสมาธิก็รู้สึกเป็นสิ่งที่ท้าทายให้เรา ใหญ่ก็คิดว่า ถ้าเราเป็นเจ้าหน้าที่วัดนี้ก็ดีนะมี
พิสูจน์ความสามารถทั้งทางกายและทางใจ สิ่งดี ๆ ทำตลอดไป ไม่ใช่ทำเพื่อเงินด้วย คง
มีความสุขดี แต่ขณะนั้นไม่รู้ว่าจะมาทำได้
อย่างไร ก็ช่วยทำตามที่มีโอกาส
ดีมาก
หลังจากการอบรมก็กลับไปทำงาน สิ่ง
ที่ได้รับจากการอบรมก็ลืม ๆ ไป แต่สิ่งหนึ่งที่
ติดอยู่ก็คือ เมื่อมีเวลาว่างก็จะลองนั่งสมาธิ
หัดสวดมนต์ เพราะรู้สึกว่าเราใช้เวลาว่าง
อย่างมีประโยชน์ วันอาทิตย์ก็มาวัดไม่
ต้องนอนอยู่บ้านหรือไปเที่ยวเพราะเที่ยว
จนเบื่อ ทำให้คิดว่าชีวิตนี้มีค่าขึ้น ไม่ทำงาน
ไปวัน ๆ ว่างก็ไม่รู้จะทำอะไร จะทำงานพิเศษ
ก็เหนื่อย เงินก็ไม่ใช่สิ่งที่ต้องการ มาวัดนั่ง
สมาธิทดสอบใจตัวเอง วัดความดีของตัวเอง
นี่เป็นสิ่งที่น่าสนุกและมีค่ากว่า เห็นชาววัดเขา
บางอาทิตย์ไม่ได้มาวัด เพราะทำงาน
ต้องไปต่างจังหวัด ใจก็คิดว่าทำอย่างไรเราจึง
จะไม่ต้องทำงานทางโลก เราอยากทำงานให้
วัด โดยขอให้ตัวเองมีข้าวกิน ๒ มื้อ มีที่อยู่
มีปัจจัย ๔ ก็พอ รู้สึกเป็นความสุขมาก คิด
อย่างนี้บ่อย ๆ แต่ก็ได้แต่คิด เพราะว่าคงเป็น
ไปไม่ได้ เนื่องจากเราไม่มีเงินพอ ถ้าไม่ทำงาน
ทางโลกก็ไม่มีข้าวกิน ต่อมาจึงเลิกคิด คิด
ว่าขอแค่รู้ว่าได้ไปวัดวันอาทิตย์ก็พอ ได้งานที่
มั่นคง แล้วจะเข้าวัดทุกอาทิตย์ รู้สึกว่าชีวิตมี
กัลยาณมิตร ๘๑
Kalyanamitra.org