การมีเมตตาธรรม วารสารกัลยาณมิตร ปี 2531 ฉบับที่ 10 เดือนตุลาคม หน้า 102
หน้าที่ 102 / 124

สรุปเนื้อหา

พูดคำอ่อนหวานกับมัน ด้วยกายเช่นลูบหัวลูบหลังมัน สัตว์จะไม่ได้กลิ่นร้ายนั้น และจะล่วงรู้ถึงกระแสเมตตา ธรรมของเราได้อย่างรวดเร็ว แล้วก็จะเป็นมิตรกับเรา ทันที อย่าว่าแต่มนุษย์กับสัตว์เลย แม้ในระหว่างมนุษย์ ด้วยกัน ใครมีเมตตาธรรมในจิตใจสูง ผู้นั้นย่อมมีเสน่ห์ เป็นที่รักใคร่ของผู้ได้พบเห็น ใครได้เข้าใกล้ก็รู้สึกสบายใจ เย็นใจอย่างประหลาด ตรงข้ามใครใจโหดร้ายทารุณ ขาดเมตตา ย่อมมีใบหน้าเหี้ยมเกรียมไม่มีใครอยาก อยู่ใกล้เพียงแต่เห็นหน้าก็เกิดความไม่สบายใจไม่อยาก อยู่ใกล้ สัตว์เดียรัจฉานยิ่งมีความรู้สึกต่อสภาพจิตใจ ซึ่งชาวบ้าน ของมนุษย์ได้ไวยิ่งกว่ามนุษย์เสียอีก เพราะใจของสัตว์ เป็นใจซื่อ ๆ บริสุทธิ์ มีความรู้สึกไวเป็นพิเศษคล้าย ๆ กับจิตใจของทารก ไม่มีเล่ห์เหลี่ยมมารยา ไม่มีความคิด อันซับซ้อนแบบจิตใจของ

หัวข้อประเด็น

- การมีเมตตาธรรม

ข้อความต้นฉบับในหน้า

พูดคำอ่อนหวานกับมัน ด้วยกายเช่นลูบหัวลูบหลังมัน สัตว์จะไม่ได้กลิ่นร้ายนั้น และจะล่วงรู้ถึงกระแสเมตตา ธรรมของเราได้อย่างรวดเร็ว แล้วก็จะเป็นมิตรกับเรา ทันที อย่าว่าแต่มนุษย์กับสัตว์เลย แม้ในระหว่างมนุษย์ ด้วยกัน ใครมีเมตตาธรรมในจิตใจสูง ผู้นั้นย่อมมีเสน่ห์ เป็นที่รักใคร่ของผู้ได้พบเห็น ใครได้เข้าใกล้ก็รู้สึกสบายใจ เย็นใจอย่างประหลาด ตรงข้ามใครใจโหดร้ายทารุณ ขาดเมตตา ย่อมมีใบหน้าเหี้ยมเกรียมไม่มีใครอยาก อยู่ใกล้เพียงแต่เห็นหน้าก็เกิดความไม่สบายใจไม่อยาก อยู่ใกล้ สัตว์เดียรัจฉานยิ่งมีความรู้สึกต่อสภาพจิตใจ ซึ่งชาวบ้าน ของมนุษย์ได้ไวยิ่งกว่ามนุษย์เสียอีก เพราะใจของสัตว์ เป็นใจซื่อ ๆ บริสุทธิ์ มีความรู้สึกไวเป็นพิเศษคล้าย ๆ กับจิตใจของทารก ไม่มีเล่ห์เหลี่ยมมารยา ไม่มีความคิด อันซับซ้อนแบบจิตใจของมนุษย์ผู้ใหญ่ ฉะนั้นสัตว์ และทารกจึงล่วงรู้อะไรบางอย่างที่ผู้ใหญ่ไม่รู้ เมื่อเป็น ฆราวาส อาตมาเคยเห็นสตรีคนหนึ่ง เล่ากันว่า นางเป็นคนรับจ้างรีดลูกให้แก่หญิงสาวที่ ไม่ต้องการมีลูก อาตมาไม่เคยเห็นเธอทำ และยังไม่เชื่อ สนิทใจทีเดียว แต่มีสิ่งที่น่าประหลาดอย่างหนึ่งเกี่ยวกับ หญิงคนนี้ คือเมื่อเธอเดินไปตามถนน เห็นเพื่อนบ้านอุ้ม ลูกเล่นกันอยู่ เด็กเล็กทุกคนที่เห็นเธอ จะส่งเสียงร้องไห้จ้า หันหนีจากเธอและกอดคอแม่หรือพี่เลี้ยงแน่นสนิท แม้เธอ จะขออุ้มพูดจาปลอบโยนเล่นหัวอย่างไร เด็ก ๆ ก็ไม่ยอม หันไปมอง อีกเรื่องหนึ่งที่แสดงว่าสัตว์รู้อะไร ๆ ที่มนุษย์ ไม่รู้ก็คือ เมื่อคราวอาตมาเดินธุดงค์ไปทางจังหวัดเชียง ราย ได้เห็นชาวเขาเผ่าอีก้อลงจากดอยมาซื้อของในตลาด ไม่ว่าพวกอีก้อเดินไปทางไหน จะมีสุนัขเห่าหอนเป็นสาย ไปทีเดียว ความจริงก็มีชาวเขาเผ่าอื่น ๆ ลงมาซื้อของ ในตลาด แต่สุนัขไม่เห่า เกิดมาเห่าเฉพาะชาวอีก้อเท่านั้น ชาวบ้านร้านตลาดเล่าให้อาตมาฟังว่า ชาวเขาเผ่าอีก้อ ชอบรับประทานเนื้อสุนัขฆ่าสุนัขกินเนื้อเป็นประจำ สุนัข จึงเห่าเฉพาะพวกอีก้อ ฉะนั้นจึงแสดงให้เห็นว่าสัตว์ เดียรัจฉานมีญาณพิเศษบางอย่างที่ทำให้มันรู้จิตใจ ของพวกมนุษย์ มนุษย์เองก็ไม่รู้ อย่าว่าแต่ระหว่างสัตว์กับมนุษย์เลย แม้ระหว่าง สัตว์ด้วยกัน มันก็มีการกระทำบางอย่างที่เต็มไปด้วย คุณธรรมอันสูงส่งไม่แพ้มนุษย์ เมื่อก่อนอุปสมบท อาตมาได้เช่าบ้านหลังเล็ก ๆ อยู่คนเดียวในพระนคร บ้านของอาตมาอยู่ใกล้ ๆ กับบ้านหลังใหญ่ ซึ่งเป็นเจ้าของ ๑๐๐ กัลยาณมิตร บ้านหลังที่อาตมาเช่าอยู่ เจ้าของบ้านเลี้ยงสุนัขพันธุ์ ไทย ๆ ไว้หลายตัว ในจำนวนนี้มีสุนัขตัวเมียอยู่ ๒ ตัว ตัวใหญ่เราเรียกกันว่าอีนวล เพราะมันมีสีนวล ๆ ตัวเล็ก ชื่ออีแดง เพราะสีแดง ๆ ของมัน สุนัขทั้งหมดนอกจาก จะกินข้าวจากบ้านใหญ่แล้ว ยังมากินข้าวที่บ้านอาตมา อีก เพราะอาตมาเป็นคนรักสัตว์ รับประทานอาหารแล้ว ที่เหลือก็เอาใส่จานแบ่งให้สุนัขทุกตัวเท่ากัน ต่อมา สุนัขตัวเล็กที่ชื่อว่าอีแดงได้ตั้งท้องขึ้นตามฤดูกาล แต่มีสิ่ง หนึ่งที่ผิดปกติเกี่ยวกับอีแดง คือแม้ท้องมันแก่จวนจะ คลอดแล้ว นมของมันก็ยังคงเล็กอยู่อย่างเดิม ไม่มีท่าทีว่า จะมีน้ำนมให้ลูกมันกินเลย อาตมาเองยังเคยปรารภ กับเจ้าของบ้านว่า ถ้ามันคลอดลูกออกมาแล้วไม่มีนมให้ ลูกกินจะทำอย่างไร ในที่สุดอีแดงก็คลอดลูกในตอน เย็นวันหนึ่ง อาตมาทราบว่ามันคลอด ก็เพราะเห็น ท้องมันแฟบลง และขณะที่มันวิ่งมากินข้าวยังมีโลหิต ไหลเป็นทาง อาตมาได้ไปบอกเจ้าของบ้านว่า อีแดง คลอดลูกแล้ว หลังจากนั้นเราก็ช่วยกันค้นหาว่ามัน ไปคลอดที่ไหน กินข้าวเสร็จแล้ว เราเห็นมันคลานเข้าไป ใต้ถุนครัวซึ่งพื้นกระดานเกือบจะติดกับพื้นดิน เราได้ ก้มลงมองเข้าไปก็พบอีแดงกำลังกกลูกทำตาปริบ ๆ อยู่ เมื่อมันวิ่งออกมา เราก็ยังคงเห็นนมของมันแฟบอยู่อย่าง เดิม อาตมาได้พูดกับเจ้าของบ้านด้วยความหวังว่า บางทีวันรุ่งขึ้นเต้านมมันอาจจะมีน้ำนมให้ลูกกินก็ได้ ในตอนกลางคืนวันนั้น อาตมาได้ยินเสียงสุนัข หลายตัวออกไปยืนเห่าหอนอยู่ในถนนนอกรั้ว อาตมา จำเสียงได้ว่าเป็นเสียงของอีแดง อีนวลและสุนัขตัวผู้ อีกสองตัวในบ้านนั่นเอง มันแข่งกันเห่าหอนอยู่นาน ทีเดียว เสียงจึงเงียบสงบลง ในเช้าวันรุ่งขึ้น อาตมารีบ ไปก้มดูอีแดงและลูกของมันก่อนอื่น แต่อาตมาต้องเกิด ความประหลาดใจอย่างยิ่งที่ได้พบว่าสุนัขที่นอนกกลูก Kalyanamitra.org ตุลาคม ๒๕๖๑
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More