ข้อความต้นฉบับในหน้า
พูดคำอ่อนหวานกับมัน ด้วยกายเช่นลูบหัวลูบหลังมัน
สัตว์จะไม่ได้กลิ่นร้ายนั้น และจะล่วงรู้ถึงกระแสเมตตา
ธรรมของเราได้อย่างรวดเร็ว แล้วก็จะเป็นมิตรกับเรา
ทันที
อย่าว่าแต่มนุษย์กับสัตว์เลย แม้ในระหว่างมนุษย์
ด้วยกัน ใครมีเมตตาธรรมในจิตใจสูง ผู้นั้นย่อมมีเสน่ห์
เป็นที่รักใคร่ของผู้ได้พบเห็น ใครได้เข้าใกล้ก็รู้สึกสบายใจ
เย็นใจอย่างประหลาด ตรงข้ามใครใจโหดร้ายทารุณ
ขาดเมตตา ย่อมมีใบหน้าเหี้ยมเกรียมไม่มีใครอยาก
อยู่ใกล้เพียงแต่เห็นหน้าก็เกิดความไม่สบายใจไม่อยาก
อยู่ใกล้ สัตว์เดียรัจฉานยิ่งมีความรู้สึกต่อสภาพจิตใจ
ซึ่งชาวบ้าน
ของมนุษย์ได้ไวยิ่งกว่ามนุษย์เสียอีก เพราะใจของสัตว์
เป็นใจซื่อ ๆ บริสุทธิ์ มีความรู้สึกไวเป็นพิเศษคล้าย ๆ
กับจิตใจของทารก ไม่มีเล่ห์เหลี่ยมมารยา ไม่มีความคิด
อันซับซ้อนแบบจิตใจของมนุษย์ผู้ใหญ่ ฉะนั้นสัตว์
และทารกจึงล่วงรู้อะไรบางอย่างที่ผู้ใหญ่ไม่รู้ เมื่อเป็น
ฆราวาส อาตมาเคยเห็นสตรีคนหนึ่ง
เล่ากันว่า นางเป็นคนรับจ้างรีดลูกให้แก่หญิงสาวที่
ไม่ต้องการมีลูก อาตมาไม่เคยเห็นเธอทำ และยังไม่เชื่อ
สนิทใจทีเดียว แต่มีสิ่งที่น่าประหลาดอย่างหนึ่งเกี่ยวกับ
หญิงคนนี้ คือเมื่อเธอเดินไปตามถนน เห็นเพื่อนบ้านอุ้ม
ลูกเล่นกันอยู่ เด็กเล็กทุกคนที่เห็นเธอ จะส่งเสียงร้องไห้จ้า
หันหนีจากเธอและกอดคอแม่หรือพี่เลี้ยงแน่นสนิท แม้เธอ
จะขออุ้มพูดจาปลอบโยนเล่นหัวอย่างไร เด็ก ๆ ก็ไม่ยอม
หันไปมอง อีกเรื่องหนึ่งที่แสดงว่าสัตว์รู้อะไร ๆ ที่มนุษย์
ไม่รู้ก็คือ เมื่อคราวอาตมาเดินธุดงค์ไปทางจังหวัดเชียง
ราย ได้เห็นชาวเขาเผ่าอีก้อลงจากดอยมาซื้อของในตลาด
ไม่ว่าพวกอีก้อเดินไปทางไหน จะมีสุนัขเห่าหอนเป็นสาย
ไปทีเดียว ความจริงก็มีชาวเขาเผ่าอื่น ๆ ลงมาซื้อของ
ในตลาด แต่สุนัขไม่เห่า เกิดมาเห่าเฉพาะชาวอีก้อเท่านั้น
ชาวบ้านร้านตลาดเล่าให้อาตมาฟังว่า ชาวเขาเผ่าอีก้อ
ชอบรับประทานเนื้อสุนัขฆ่าสุนัขกินเนื้อเป็นประจำ สุนัข
จึงเห่าเฉพาะพวกอีก้อ ฉะนั้นจึงแสดงให้เห็นว่าสัตว์
เดียรัจฉานมีญาณพิเศษบางอย่างที่ทำให้มันรู้จิตใจ
ของพวกมนุษย์ มนุษย์เองก็ไม่รู้
อย่าว่าแต่ระหว่างสัตว์กับมนุษย์เลย แม้ระหว่าง
สัตว์ด้วยกัน มันก็มีการกระทำบางอย่างที่เต็มไปด้วย
คุณธรรมอันสูงส่งไม่แพ้มนุษย์ เมื่อก่อนอุปสมบท
อาตมาได้เช่าบ้านหลังเล็ก ๆ อยู่คนเดียวในพระนคร
บ้านของอาตมาอยู่ใกล้ ๆ กับบ้านหลังใหญ่ ซึ่งเป็นเจ้าของ
๑๐๐ กัลยาณมิตร
บ้านหลังที่อาตมาเช่าอยู่ เจ้าของบ้านเลี้ยงสุนัขพันธุ์
ไทย ๆ ไว้หลายตัว ในจำนวนนี้มีสุนัขตัวเมียอยู่ ๒ ตัว
ตัวใหญ่เราเรียกกันว่าอีนวล เพราะมันมีสีนวล ๆ ตัวเล็ก
ชื่ออีแดง เพราะสีแดง ๆ ของมัน สุนัขทั้งหมดนอกจาก
จะกินข้าวจากบ้านใหญ่แล้ว ยังมากินข้าวที่บ้านอาตมา
อีก เพราะอาตมาเป็นคนรักสัตว์ รับประทานอาหารแล้ว
ที่เหลือก็เอาใส่จานแบ่งให้สุนัขทุกตัวเท่ากัน ต่อมา
สุนัขตัวเล็กที่ชื่อว่าอีแดงได้ตั้งท้องขึ้นตามฤดูกาล แต่มีสิ่ง
หนึ่งที่ผิดปกติเกี่ยวกับอีแดง คือแม้ท้องมันแก่จวนจะ
คลอดแล้ว นมของมันก็ยังคงเล็กอยู่อย่างเดิม ไม่มีท่าทีว่า
จะมีน้ำนมให้ลูกมันกินเลย อาตมาเองยังเคยปรารภ
กับเจ้าของบ้านว่า ถ้ามันคลอดลูกออกมาแล้วไม่มีนมให้
ลูกกินจะทำอย่างไร ในที่สุดอีแดงก็คลอดลูกในตอน
เย็นวันหนึ่ง อาตมาทราบว่ามันคลอด ก็เพราะเห็น
ท้องมันแฟบลง และขณะที่มันวิ่งมากินข้าวยังมีโลหิต
ไหลเป็นทาง อาตมาได้ไปบอกเจ้าของบ้านว่า อีแดง
คลอดลูกแล้ว หลังจากนั้นเราก็ช่วยกันค้นหาว่ามัน
ไปคลอดที่ไหน กินข้าวเสร็จแล้ว เราเห็นมันคลานเข้าไป
ใต้ถุนครัวซึ่งพื้นกระดานเกือบจะติดกับพื้นดิน เราได้
ก้มลงมองเข้าไปก็พบอีแดงกำลังกกลูกทำตาปริบ ๆ อยู่
เมื่อมันวิ่งออกมา เราก็ยังคงเห็นนมของมันแฟบอยู่อย่าง
เดิม อาตมาได้พูดกับเจ้าของบ้านด้วยความหวังว่า
บางทีวันรุ่งขึ้นเต้านมมันอาจจะมีน้ำนมให้ลูกกินก็ได้
ในตอนกลางคืนวันนั้น อาตมาได้ยินเสียงสุนัข
หลายตัวออกไปยืนเห่าหอนอยู่ในถนนนอกรั้ว อาตมา
จำเสียงได้ว่าเป็นเสียงของอีแดง อีนวลและสุนัขตัวผู้
อีกสองตัวในบ้านนั่นเอง มันแข่งกันเห่าหอนอยู่นาน
ทีเดียว เสียงจึงเงียบสงบลง ในเช้าวันรุ่งขึ้น อาตมารีบ
ไปก้มดูอีแดงและลูกของมันก่อนอื่น แต่อาตมาต้องเกิด
ความประหลาดใจอย่างยิ่งที่ได้พบว่าสุนัขที่นอนกกลูก
Kalyanamitra.org
ตุลาคม ๒๕๖๑