การตั้งสัจจะและการประพฤติพรหมจรรย์ วารสารกัลยาณมิตร ปี 2531 ฉบับที่ 10 เดือนตุลาคม หน้า 38
หน้าที่ 38 / 124

สรุปเนื้อหา

อีกหลายคน เฉพาะปีนี้พิเศษอยู่ ๒-๓ ราย คือเป็นคนที่มีครอบครัวแล้ว ก็ตั้งสัตยาธิษฐาน กับเขาด้วย ไม่ใช่เรื่องประพฤติพรหมจรรย์ เพราะมีชีวิตครองเรือนไปเสียแล้ว ก็ตั้งสัจจะ กันด้วยเรื่องอื่น ที่ตนคิดขึ้นเองตามกำลังใจ กำลังศรัทธาที่เกิดขึ้น อย่างรายข้าพเจ้าผู้เรียบ เรียงประวัติของคุณยายอยู่นี้ ก็ตั้งสัจจะกับหมู่ คณะด้วย ข้อความที่นำมาตั้งคือ “เมื่อวัดที่ เราสร้างขึ้นเรียบร้อยดีแล้ว ข้าพเจ้าจะถือ เพศเป็นอุบาสิกาเหมือนคุณยาย” ที่ไม่ตั้ง สัจจะจะกระทำทันทีเหมือนคนอื่น ๆ เพราะมี บุตรธิดายังเล็ก ๆ ทั้งนั้น ต้องทำมาหากินเลี้ยง เขาให้โตด้วย และต้องใช้เวลาอธิบายน้อมนำ ใจสามีให้เห็นดีเห็นงามทางศาสนาด้วย เวลา ก็พลอยให้หมดไปด้วย จะกระทำขึ้นใหม่ก็ไม่ ได้รับผลเป็นโมฆะไปเสียหมด ต้องรอไปเป็น เวลานานแสนนาน ใช้คำพูด

หัวข้อประเด็น

- การตั้งสัจจะและการประพฤติพรหมจรรย์

ข้อความต้นฉบับในหน้า

อีกหลายคน เฉพาะปีนี้พิเศษอยู่ ๒-๓ ราย คือเป็นคนที่มีครอบครัวแล้ว ก็ตั้งสัตยาธิษฐาน กับเขาด้วย ไม่ใช่เรื่องประพฤติพรหมจรรย์ เพราะมีชีวิตครองเรือนไปเสียแล้ว ก็ตั้งสัจจะ กันด้วยเรื่องอื่น ที่ตนคิดขึ้นเองตามกำลังใจ กำลังศรัทธาที่เกิดขึ้น อย่างรายข้าพเจ้าผู้เรียบ เรียงประวัติของคุณยายอยู่นี้ ก็ตั้งสัจจะกับหมู่ คณะด้วย ข้อความที่นำมาตั้งคือ “เมื่อวัดที่ เราสร้างขึ้นเรียบร้อยดีแล้ว ข้าพเจ้าจะถือ เพศเป็นอุบาสิกาเหมือนคุณยาย” ที่ไม่ตั้ง สัจจะจะกระทำทันทีเหมือนคนอื่น ๆ เพราะมี บุตรธิดายังเล็ก ๆ ทั้งนั้น ต้องทำมาหากินเลี้ยง เขาให้โตด้วย และต้องใช้เวลาอธิบายน้อมนำ ใจสามีให้เห็นดีเห็นงามทางศาสนาด้วย เวลา ก็พลอยให้หมดไปด้วย จะกระทำขึ้นใหม่ก็ไม่ ได้รับผลเป็นโมฆะไปเสียหมด ต้องรอไปเป็น เวลานานแสนนาน ใช้คำพูดกันว่า รอไปจน เกิน เกินกว่าสติปัญญาคนธรรมดาอย่างเรา ๆ ที่มองแค่เฉพาะหน้า ๆ จะตามทันได้ ๆๆ ว่า “หัวแผ่นดินเกิดใหม่” จึงจะเริ่มต้นสร้าง บ้านชายโสด...ประพฤติ บารมีนี้กันได้ใหม่อีกครั้ง นี้ มีคนถามข้าพเจ้าว่า การตั้งสัจจะแบบ พรหมจรรย์ แหล่งสร้าง เมื่อไม่รักษาตามนั้นจะต้องไปตกนรก หมา สรรค์ผู้บวชตลอดชีวิต ไหม้หรือรับโทษอย่างใด ในเมื่อสัจจบารมีกระ ทำไม่ได้เสียแล้ว คงหมดสิทธิ์บรรลุมรรคผล นิพพาน ก็คงไม่ได้เข้านิพพานในกัปนี้ ชีวิตของ คนประเภทเสียสัจจะแบบนี้ คงเวียนว่ายตาย เกิดไปตามผลของกรรมที่ทำไว้ เมื่อขึ้นต้นกับ ใหม่ซึ่งเป็นเวลานานคำนวณไม่ได้โน่น จึงจะ ข้าพเจ้าบวชเป็น เขาจะได้อนุโมทนาเต็มที่ มีสิทธิสร้างบารมีกันใหม่กระมัง ตอบเขาไป สัจจบารมี ทําได้มี คุณอนันต์ ผิดพลาดโทษมหันต์ ในทำนองนี้ ไม่ทราบเหมือนกันว่าผิดหรือ ถูก เข้าใจเอาว่าถูก ยังไม่ได้กราบเรียนถาม คุณยายในเรื่องนี้ ขอติดหนี้ไว้ก่อน อย่างไรก็ตามพอพ้นจากปี ๒๕๑๓ เป็นต้นมา คุณยายไม่ยอมอนุญาตให้ใครตั้ง สัจจะชนิดนั้นอีกเลย เพราะมีตัวอย่างเสียสัจจะ การตั้งสัจจะประพฤติพรหมจรรย์ดังที่ ไป ๓-๔ ราย คุณยายคงสงสาร ถ้าเปิดให้ตั้ง กล่าวแล้วนี้ คนทั่วไปจะเข้าใจเพียงผิวเผิน ต่อไปก็จะมีคนเสียสัจจะเพิ่มอยู่เรื่อย ๆ แต่ถ้า แต่สำหรับนักปฏิบัติธรรมสายวิชชาธรรมกาย เป็นการตั้งเฉพาะแค่กายเนื้อของคุณยาย ท่าน แล้ว ถือกันว่าเป็นเรื่องใหญ่มาก เพราะขณะที่ คงไม่ห้ามแต่ประการใด พูดถึงตรงนี้ข้าพ เรากำลังกล่าวสัจจาธิษฐานนั้นเอง คุณยายผู้ เจ้ารู้สึกขอน้อมคารวะคุณยายเป็นพิเศษ เพราะ รับค่าท่านก็นั่งสมาธิ (เรียกว่า นั่งเข้าที่) เมื่อปี ๒๕๑๓ มีเด็กเล็ก ๆ ขอตั้งสัจจะด้วย อาราธนาพระธรรมกายในพระนิพพานและอัญ คุณยายไม่ยอมเป็นเด็ดขาด มาปัจจุบันข้าพ เชิญเทพยดาทุกชั้น ตลอดจนรูปพรหม อรูป เจ้าถึงได้เข้าใจซาบซึ้ง คุณยายรู้ดีว่าอำนาจ พรหมทั้งหมดในจักรวาลทั้งสิ้นมารับรู้รับเห็น ของมารที่เขาเอากามคุณโดยเฉพาะเรื่องเพศ เป็นพยาน พากันเปล่งอนุโมทนาสาธุการกันไม่ มาล่อมนุษย์นั้น มีอานุภาพพิเศษ สัตวโลกพ้น รู้จบสิ้นติดต่อกันไปเป็นเวลาหลายวันหลาย อำนาจของเขายาก เด็กเล็ก อินทรีย์ทาง เดือนในโลกมนุษย์ ผู้กระท่าจะได้บุญทับทวี ธรรม (คือ ศรัทธา วิริยะ สติ สมาธิ ปัญญา) เป็นพิเศษ ไม่ใช่บุญธรรมดาเช่นกระทำต่อกาย เนื้อของคุณยายคือ ตั้งสัจจะต่อหน้าโดยคุณ ยายมิได้ทำสมาธิเชิญสิ่งศักดิ์สิทธิ์ใด ๆ แต่ผลร้ายก็มีมากมายประมาณมิได้ เหมือนกัน คือถ้าผู้นั้นเสียสัจจะไม่ทำตามวาจา ยังไม่แก่กล้า โตขึ้นมาต้านทานอำนาจมารไม่ ไหวก็จะต้องเสียสัจจะ หรือถ้ารักษาไว้ได้ แต่ ศรัทธา วิริยะ สติ สมาธิ ปัญญาย่อหย่อนไปก็ จะอยู่อย่างเป็นทุกข์เป็นโทษ เรียกว่าอยู่ อย่าง “ซังกะตาย" ไม่แจ่มใส จิตไม่เกิดมหา ที่กล่าวไว้แล้ว สัจจะบารมีของผู้นั้นก็จะเป็น กุศล สู้ไม่ตั้งเสียดีกว่า นี่คือพระคุณใหญ่ เวลานั้น พอมีการตั้งสัจจะเข้าปีที่ ๒ คุณยายมีความรู้สึกห่วงใยบรรดาศิษย์ที่ตั้ง สัจจะมาก โดยเฉพาะเหล่าศิษย์ที่เป็นชาย ถ้าปล่อยให้อยู่กันเอง ต่างบ้านต่างครอบครัว ญาติพี่น้องอาจจะชักชวนให้มีชีวิตครองเรือน คนที่ใจคอไม่เข้มแข็งก็จะถูกชักจูงให้เสียสัจจะ ไป จะเป็นโทษใหญ่หลวง ท่านคิดว่าเวลานี้ ท่านยังไม่ตาย ยังพอเรียกมาตักเตือนให้ กำลังใจกันได้ แต่ถ้าท่านตายไปแล้วจะอยู่ อย่างมีอันตราย ท่านจึงคิดหาที่อยู่ให้อยู่รวมกัน จะได้เป็นกัลยาณมิตรให้ซึ่งกันและกัน คอยดึง คอยเหนี่ยวรั้งกันไว้ในหมู่คณะ แรกทีเดียว คุณยายคิดสร้างเป็นแบบ บ้านพักชายโสด กลางวันออกไปทำงาน ประ กอบสัมมาชีพตามปกติ กลางคืนมารวมปฏิบัติ ธรรมอย่างจริงจัง ให้รวมกันอยู่อย่างนั้น ดูแล กันเหมือนพี่เหมือนน้องไปจนกว่าจะตายจาก กัน เมื่อน่าเรื่องนี้ปรึกษากันขึ้น หลวงพ่อ ทัตตชีโวขณะนั้นเรียนจบออกมาประกอบ อาชีพแล้ว รับปวารณาตนเป็นหัวแรงบริจาค เงินรวมกับเพื่อน ๆ ฝากคุณยายของเราเป็น ประจำทุกเดือน คนอื่น ๆ ที่ทำงานแล้วก็ช่วย กันประหยัดการใช้จ่าย เหลือเงินมาฝากคุณ ยายในทำนองเดียวกัน พอได้เงินก้อนขึ้นมาจํานวนหนึ่ง จึงพา กันไปซื้อที่ดินที่จังหวัดปทุมธานี ไว้หนึ่งแปลง จํานวน ๑๙ ไร่ แต่การคมนาคมไม่ใคร่สะดวก อยู่ห่างไกล ไม่มีทางรถ ทางเรือผ่าน ต้อง อาศัยเดินตามหัวคันนาจึงจะเข้าไปถึง (อ่านต่อฉบับหน้า) อันสูญเสียไป ที่เคยมีอยู่แล้วมากน้อยเพียงใด ๖ กัลยาณมิตร หลวงของคุณยาย ท่านมองอะไร ๆ ไกลเหลือ Kalyanamitra.org ตุลาคม ๒๕๕๔
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More