การสร้างบ้านธรรมประสิทธิ์ วารสารกัลยาณมิตร ปี 2531 ฉบับที่ 10 เดือนตุลาคม หน้า 36
หน้าที่ 36 / 124

สรุปเนื้อหา

เห็นสมควรให้คุณยายมีที่อยู่ใหม่ จึงชวนกัน รวบรวมเงินได้จำนวน ๕ หมื่นบาท ขออนุญาต ทางวัดปลูกเรือนไม้สองชั้นขึ้นในที่ว่างทิศเหนือ ของบริเวณวัดปากน้ำ ท่านเจ้าอาวาสใน ขณะนั้น (พระเดชพระคุณพระธรรมปัญญาบดี) ได้อนุญาตให้พระเถระผู้ใหญ่ของวัดอีก ๒ รูป รูปหนึ่งช่วยควบคุมการก่อสร้าง อีก รูปหนึ่งท่านเป็นใหญ่ด้านวิปัสสนาธุระ เป็น ประเสริฐสุดเป็นผู้ช่วยเปลี่ยนแปลงชีวิตของ พวกเราอย่างใหญ่หลวง เป็นผลดีข้ามภพ ข้ามชาติ หากไม่พบท่านทั้งสองพวกเราหลาย คนหรืออาจจะกล่าวลงไปว่าเกือบหมดทุกคน ก็ได้ แทบจะไม่มีทางรอดจากการไปเกิดใน อบายภูมิเลย เพียงแต่จะเกิดภูมิใดใน ๔ ภูมิ นั้นเท่านั้น ผู้มีชาติเป็นธรรมดา ย่อมพ้นจากชาติ ผู้มีชรา เป็นธรรมดา ย่อมพ้นจากชรา ผู้มีมรณะเป็น ธรรมดา ย่อมพ้นจากมรณะ ผู้มีโสกะ ปริเทวะ ทุกข์ โทมนัส

หัวข้อประเด็น

- การสร้างบ้านธรรมประสิทธิ์

ข้อความต้นฉบับในหน้า

เห็นสมควรให้คุณยายมีที่อยู่ใหม่ จึงชวนกัน รวบรวมเงินได้จำนวน ๕ หมื่นบาท ขออนุญาต ทางวัดปลูกเรือนไม้สองชั้นขึ้นในที่ว่างทิศเหนือ ของบริเวณวัดปากน้ำ ท่านเจ้าอาวาสใน ขณะนั้น (พระเดชพระคุณพระธรรมปัญญาบดี) ได้อนุญาตให้พระเถระผู้ใหญ่ของวัดอีก ๒ รูป รูปหนึ่งช่วยควบคุมการก่อสร้าง อีก รูปหนึ่งท่านเป็นใหญ่ด้านวิปัสสนาธุระ เป็น ประเสริฐสุดเป็นผู้ช่วยเปลี่ยนแปลงชีวิตของ พวกเราอย่างใหญ่หลวง เป็นผลดีข้ามภพ ข้ามชาติ หากไม่พบท่านทั้งสองพวกเราหลาย คนหรืออาจจะกล่าวลงไปว่าเกือบหมดทุกคน ก็ได้ แทบจะไม่มีทางรอดจากการไปเกิดใน อบายภูมิเลย เพียงแต่จะเกิดภูมิใดใน ๔ ภูมิ นั้นเท่านั้น ผู้มีชาติเป็นธรรมดา ย่อมพ้นจากชาติ ผู้มีชรา เป็นธรรมดา ย่อมพ้นจากชรา ผู้มีมรณะเป็น ธรรมดา ย่อมพ้นจากมรณะ ผู้มีโสกะ ปริเทวะ ทุกข์ โทมนัส และอุปายาสเป็นธรรมดา ย่อม พ้นจาก โสกะ ปริเทวะ ทุกข์ โทมนัส และ อุปายาส” “เราไม่เล็งเห็นธรรมอื่นแม้สักอย่างหนึ่ง ที่เป็นเหตุให้กุศลธรรมที่ยังไม่เกิด เกิดขึ้น ผู้ตั้งชื่อบ้านให้ว่า “บ้านธรรมประสิทธิ์” ความสำคัญของ “กัลยาณ” หรือให้อกุศลธรรมที่เกิดขึ้นแล้ว เสื่อมไป เป็นมงคลนามและตรงกับคุณลักษณะของบ้าน โดยตรง คือใครมาถึงบ้านนี้แล้ว คุณยายเป็น ต้องสั่งสอนธรรมะให้ทุกคนไป กลุ่มคนที่มาปฏิบัติธรรมที่บ้านนั้น มี ความรักใคร่สามัคคีกลมเกลียวกันเป็นอย่างดี ใครว่างเวลาใดก็มาปฏิบัติธรรมกับคุณยาย ได้ตลอดเวลา ตั้งแต่เช้าจนถึง ๒ ทุ่ม เวลา ที่พร้อมเพรียงกันที่สุดคือเวลา 5 โมงเย็น เป็นต้นไป เพราะเป็นเวลาที่นักเรียน นิสิต นักศึกษาเลิกเรียน และผู้ทำงานประกอบอาชีพ ต่าง ๆ ส่วนใหญ่เลิกงานแล้ว ต่างคนต่าง เคารพรักซึ่งกันและกันตามลำดับอายุ เรียก ขานกันเป็นพี่ ป้า น้า อา เหมือนญาติสนิท เป็นกัลยาณมิตรกันโดยแท้จริง คำว่า “กัลยาณมิตร” เมื่อนึกย้อนหลัง ไปถึงเวลาครั้งกระโน้นหลายคนทีเดียว ที่จะ ต้องรู้สึกซาบซึ้งในคำนี้ เวลานั้นหลวงพ่อ ธัมมชโย ภิกขุของเรา ซึ่งคือ นายไชยบูลย์ สุทธิผล ท่านปฏิบัติธรรมได้ผลดีกว่าหมู่คณะ ของเราทุกคน คุณยายได้มอบหมายให้ท่าน ช่วยอบรมสั่งสอนหมู่คณะแทนคุณยายในบาง โอกาส ท่านสามารถกระทำได้เป็นอัศจรรย์ เวลาท่านกล่าวสอนต่าง ๆ มีบุคลิกลักษณะ เหมือนไม่ใช่เด็กหนุ่มอายุยี่สิบเศษ แต่เหมือน ผู้ใหญ่คราวพ่อของพวกเรา หากไม่พบกัลยาณมิตร ชีวิตคงไม่พ้นอบายภูมิ ทั้งสองท่านนี้ คือคุณยายอาจารย์และ นายไชยบูลย์ สุทธิผล เป็นกัลยาณมิตรอัน ๓๔ กัลยาณมิตร มิตร" กล่าวมาถึงตอนนี้ ทำให้ข้าพเจ้านึกถึง คำพูดของพระอานนท์ที่ทูลถามพระพุทธเจ้า ว่า “กัลยาณมิตรนี้มีความสำคัญเท่ากับ ครึ่งหนึ่งของการประพฤติพรหมจรรย์ ได้หรือไม่” พระองค์ตรัสว่า “อานนท์เธออย่ากล่าวดังนั้น อย่า กล่าวดังนั้น กัลยาณมิตรมีความสำคัญ เท่ากับพรหมจรรย์ทั้งหมดทีเดียว” “อาศัยเราผู้เป็นกัลยาณมิตร เหล่าสัตว์ “ถ้าอาตมาไม่ได้ คุณยายช่วยไว้ ไม่ได้ รับความเมตตาอบรม สั่งสอนดังที่เป็น มาแล้วนี้ ป่านนี้คงจะ ได้เป็นเจ้าบองฟาร์ม เลี้ยงไก่ เลี้ยงหมู เลี้ยงวัวควาย ตายแล้ว คงต้องตกนรกหลายขุม นี่คุณยายช่วยอาตมา ให้พ้นจากนรกแท้ ๆ เหมือนความมีกัลยาณมิตรเลย เมื่อบุคคลมี กัลยาณมิตร กุศลธรรมที่ยังไม่เกิด ย่อมเกิดขึ้น และอกุศลธรรมที่เกิดขึ้นแล้ว ย่อมเสื่อมไป” “เราไม่เล็งเห็นธรรมอื่นแม้สักอย่าง ที่เป็นไปเพื่อประโยชน์ยิ่งใหญ่...ที่เป็นไปเพื่อ ความดำรงมั่นไม่เสื่อมสูญ ไม่อันตรธานแห่ง สัทธรรม เหมือนความมีกัลยาณมิตร” “โดยกำหนดว่าเป็นองค์ประกอบภาย นอก เราไม่เล็งเห็นองค์ประกอบอื่นแม้สัก ข้อหนึ่งที่เป็นไปเพื่อประโยชน์ยิ่งใหญ่ เหมือน ความมีกัลยาณมิตร" “สำหรับภิกษุผู้เป็นเสขะ ยังไม่บรรลุ ตุลาคม ๒๕๓๑
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More