ความคิดเรื่องอวตารในคัมภีร์ฮินดู วารสารกัลยาณมิตร ปี 2531 ฉบับที่ 10 เดือนตุลาคม หน้า 53
หน้าที่ 53 / 124

สรุปเนื้อหา

ผู้เป็นเจ้าผู้สูงสุดอีกด้วย อันที่จริง ถ้าว่ากันตามหลักฐานใน คัมภีร์ภาษาสันสกฤตแล้ว ในยุคก่อนพุทธ ศาสนานั้น ความคิดเรื่องอวตารยังไม่เกิดขึ้น ในคัมภีร์พระเวทยุคแรกไม่มีเรื่องความเป็น ไปหลังตายแล้วของมนุษย์ ส่วนใหญ่มักจะ วนเวียนอยู่กับการบูชาบวงสรวงเทพเจ้า ทั้งหลาย คัมภีร์ฤคเวทตอนปลายมีเรื่องเกี่ยว กับการเกิดของโลก และชีวิตของคนหลังตาย แล้ว คัมภีร์อุปนิษัท ๒ เล่ม ซึ่งนักวิชา การยอมรับว่าเก่ากว่าคัมภีร์พระไตรปิฎก มี เรื่องเกี่ยวกับกฎแห่งกรรม แต่ทว่ากระท่อน กระแท่นเต็มที่ และเรื่องการเวียนว่ายตายเกิด ว่าคนที่ทำความดีจะได้เกิดสูงสุดเป็นพราหมณ์ คนที่ทำความชั่วจะไปเกิดเป็นคนวรรณะต่ำ หรือเป็นสัตว์ เช่น หนอน ความคิดเห็นในเรื่องกฎแห่งกรรมของ ฮินดู เริ่มมาชัดเจนในคัมภีร์ยุคหลังพระไตร ปิฎก เรื่องความเป็

หัวข้อประเด็น

- ความคิดเรื่องอวตารในคัมภีร์ฮินดู

ข้อความต้นฉบับในหน้า

ผู้เป็นเจ้าผู้สูงสุดอีกด้วย อันที่จริง ถ้าว่ากันตามหลักฐานใน คัมภีร์ภาษาสันสกฤตแล้ว ในยุคก่อนพุทธ ศาสนานั้น ความคิดเรื่องอวตารยังไม่เกิดขึ้น ในคัมภีร์พระเวทยุคแรกไม่มีเรื่องความเป็น ไปหลังตายแล้วของมนุษย์ ส่วนใหญ่มักจะ วนเวียนอยู่กับการบูชาบวงสรวงเทพเจ้า ทั้งหลาย คัมภีร์ฤคเวทตอนปลายมีเรื่องเกี่ยว กับการเกิดของโลก และชีวิตของคนหลังตาย แล้ว คัมภีร์อุปนิษัท ๒ เล่ม ซึ่งนักวิชา การยอมรับว่าเก่ากว่าคัมภีร์พระไตรปิฎก มี เรื่องเกี่ยวกับกฎแห่งกรรม แต่ทว่ากระท่อน กระแท่นเต็มที่ และเรื่องการเวียนว่ายตายเกิด ว่าคนที่ทำความดีจะได้เกิดสูงสุดเป็นพราหมณ์ คนที่ทำความชั่วจะไปเกิดเป็นคนวรรณะต่ำ หรือเป็นสัตว์ เช่น หนอน ความคิดเห็นในเรื่องกฎแห่งกรรมของ ฮินดู เริ่มมาชัดเจนในคัมภีร์ยุคหลังพระไตร ปิฎก เรื่องความเป็นอยู่ของเทพเจ้าองค์ต่าง ๆ นรกสวรรค์และการอวตาร จึงเกิดตามกันมา เป็นลูกโซ่ในคัมภีร์ของฮินดู ถ้าว่ากันตามจริงแล้ว สมัยพุทธกาล พระผู้เป็นเจ้าของฮินดูยังอวตารกันไม่เป็น พระพรหมยังนั่งเป็นเนื้ออยู่ในพรหมโลก กิจ กรรมต่าง ๆ ในสรวงสวรรค์ของเทพเจ้า ทั้งหลายเหล่านั้น ดูจะเป็นนามธรรมมากเกิน ไปจนฟังดูเหมือนนิยาย ไม่มีสาระหนักแน่น เหมือนเรื่องราวของพระโพธิสัตว์ ซึ่งจุติลงมา จากสวรรค์ชั้นดุสิต หลังจากสร้างบารมีมานับ อินทร์ หรือพระพรหม ก็ถูกลดความนิยมลง มากเท่านั้น ส่วนเทพเจ้าองค์ใหม่ ๆ ซึ่งไม่ เคยมีกิจกรรมมากนักในคัมภีร์พระเวท หรือ สร้างความยำเกรงให้ประชาชนได้มาก เช่น พระรุทระ ก็เริ่มมีนามใหม่ขึ้นมาแทน หรือมี บุคลิกใหม่ พร้อมกิจกรรมพิเศษต่าง ๆ ในเมือง มนุษย์ เพื่อเรียกความนิยมจากสังคม เทพเจ้า ๒ องค์คือ พระวิษณุหรือ พระนารายณ์ กับ พระอิศวรหรือศิวะ จึง กลายมาเป็นพระเอกใหม่ในวงการศาสนาฮินดู โดยเฉพาะพระวิษณุ ซึ่งมีบทบาทในการช่วย เหลือผู้ตกทุกข์ได้ยากมากกว่าองค์อื่น ๆ จึงมี อวตารอยู่ถึง ๑๐ ปางด้วยกัน การอวตารซึ่งนอกจากจะเป็นการลอก เลียนกิจกรรมของพระโพธิสัตว์ในพุทธศาสนา แล้ว ยังใช้เป็นปรากฏการณ์ที่ให้คำอธิบาย อสงไขยกัปไม่ถ้วน เพื่อรื้อสัตว์ขนสัตว์ให้พ้น ได้ดีสำหรับการที่มีคนฉลาด ๆ อย่างพระพุทธ จากวัฏสงสาร หลังยุคพุทธกาล ศาสนาฮินดูจึงมีการ ปฏิรูปคำสอนและปรัชญาของตนเสียใหม่ เทพเจ้าซึ่งไปเลื่อมใสพุทธศาสนาเสียแล้ว เช่น พระอินทร์ พระพรหม ยักษ์ คนธรรพ์ต่าง ๆ พากันถูก “ดีสเครดิต” องค์ไหนที่เลื่อมใส ใกล้ชิดกับพระพุทธเจ้ามากหน่อย เช่น พระ *discredit = ไม่เชื่อถือ ตุลาคม ๒๕๓๑ เจ้าอุบัติขึ้นในโลก พระพุทธเจ้าจึงกลายเป็น ปางที่ ๙ ของนารายณ์อวตาร เป็นปรัชญาที่ เกิดใหม่ในยุคเมื่อ ๑,๕๐๐ ปีมาแล้ว ซึ่งนอก จากจะช่วยลดความขัดแย้งระหว่างผู้นับถือ ศาสนาพุทธและฮินดูแล้ว ยังสามารถเปลี่ยน ชาวพุทธจำนวนมากให้หันมานับถือศาสนา ฮินดูอีกด้วย เป็นเรื่องที่ชาวพุทธทั้งหลายไม่รู้ จะเถียงอย่างไร เพราะสมัยนั้นยังไม่มีกฎหมาย สงวนลิขสิทธิ์ Laa ในที่สุดการอวตารจึงกลายเป็นแฟชั่น อย่างหนึ่งในศาสนาฮินดู และค่อนข้างจะเป็น แฟชั่นที่ “เฟ้อ” เสียมาก ๆ ด้วย ประเทศ อินเดียในปัจจุบันมีองค์อวตารเป็นร้อย ๆ องค์ แต่ละองค์อ้างว่าตนคือเทพเจ้าผู้สูงสุด ผู้สร้าง สรรพสิ่งทั้งปวง และในบัดนี้ได้เกิดองค์อวตาร ใหม่เป็นชาวสก็อตแลนด์ขึ้นแล้ว อาตมาถามชายร่างเล็กผู้นั้นต่อไปว่า “แล้วต้องจ่ายเงินเท่าใด สำหรับพิธี ครอบ?” “๕๐๐ ปอนด์” เขาตอบด้วยน้ำเสียงที่ หนักแน่น “มันไม่แพงหรอกสำหรับผลที่ได้ อันที่จริงอิศวรไม่ต้องการเงินเหล่านั้นหรอก แต่ท่านต้องการให้องค์การของเราเติบโต อย่างรวดเร็ว เพื่อไปใช้ในการเผยแพร่ความสุข สู่ชาวโลกต่างหาก” “ถ้าคนยากจนก็หมดโอกาสน่ะซี ที่จะ ได้ตรัสรู้ธรรม” “อิศวรเคยปรารภเรื่องนี้เหมือนกัน แต่ เนื่องจากองค์การของเราต้องการขยายตัว อย่างรวดเร็วเพื่อช่วยมนุษยชาติ เพราะฉะนั้น เราจึงจำเป็นต้องทิ้งพวกคนยากจนเสียก่อน ในภายหลังเมื่อเราโตแล้วจึงจะเข้าไปช่วยเหลือ ได้เต็มที่” “อย่างนี้ก็ไม่ยุติธรรม เพราะ ๕๐๐ ปอนด์ของคนรวย ไม่มีความหมายอะไรมากนัก กัลยาณมิตร ๕๑
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More