ข้อความต้นฉบับในหน้า
“เย็นนี้มา คุณพ่อ และคุณสนธิ จะ
ไปทานข้าวที่บ้านคุณแม่คุณสนธิ ท่านโทร
มาชวนเมื่อสองวันก่อน ส่วนคุณปานไหม
จะไปรับตาปุยกลับค่ะ"
"ถึงกําหนดกลับแล้วหรือ ผมคิดว่าเป็น
อาทิตย์หน้า
“กําหนดเดิมอาทิตย์หน้าค่ะ แต่หลวงตา
กลับมาก่อนก็ได้ค่ะ"
ยามประสบปัญหาดิฉันก็สะสมไว้แต่ความกลัว
ความหวาดผวา วัน ๆ ทำงานหาเงินตัวเป็นเกลียว
เพื่อเอาใช้ซื้อข้าวปลาอาหารเลี้ยงปากเลี้ยงท้องตัวเอง
กับลูก อิ่มวันนี้พรุ่งนี้ก็หิวอีก ช่างไม่มีสาระ
ไม่มีแก่นสาร อย่างที่หลวงพ่อท่านสอนจริง ๆ
"เรื่องพิธีจะมีหรือไม่นั้นไม่ใช่เรื่องแปลก
สําหรับผม ทุกอย่างอยู่ที่คุณตัดสินใจ”
“ถ้าดิฉันปฏิเสธ..."
"ท่าโม...ผมมีอะไรเสียหาย” เสียงผม
ห้วนขึ้น นึกได้ผมก็ส่ายหน้า “อย่าเพิ่งล้อเล่น
ตอนนี้เลยครับ ผมรู้สึกใจคอไม่ค่อยดี”
“คุณวิโรจน์....”
ท่านฝากเพื่อนดิฉันให้มาบอกว่าท่านมีธุระต้อง
น้ำเสียงที่ขาดหายทำให้ผมพลอยหายใจ
เข้ากรุงเทพฯหลายอาทิตย์ ให้ดิฉันไปรับลูก
ชัด ๆ
“กรุณาอย่าโกรธดิฉันเลยนะคะ ดิฉันมี
“ถ้าอย่างนั้นผมจะไปด้วย”
เหตุผลค่ะ”
“คุณวิโรจน์กลับมาเหนื่อย ๆ ยังไม่ได้พัก
"เหตุผลของคุณมีอะไร....ผมคิดดีแล้ว
นะจึงได้เอ่ยปาก"
ให้ดิฉันไปรถประจําทางเถอะค่ะ"
“ไม่เป็นไรหรอกหนู ให้พี่เขาไปส่งหนูจะ
ได้มีเพื่อน ถ้าไม่ติดที่ถูกเชิญไว้ลุงก็จะไปด้วย
คิดถึงตาปุยจริง ๆ
“ผมคิดถึงคุณมากทุกวัน หลายวันที่
ผมไม่อยู่ นอกจากตาปุยแล้วคุณคิดถึงผม
บ้างไหม
ค่ะ
"เฮ้อ! ค่อยชื่นใจหน่อย ผมบอกตัวเอง
ว่ากลับมาคราวนี้จะขอคำตอบจากคุณ เวลาที่
ผ่านมาคงพอสําหรับการตัดสินใจนะครับ
คุณปานไหมชอบพิธีแบบไหน”
“ว่าอย่างไรครับ จัดพิธีแบบไหนดี”
“คุณวิโรจน์คะ ถ้าไม่มีพิธี ดิฉันจะมี
ความหมายสำหรับคุณอยู่หรือเปล่าคะ”
ตุลาคม ๒๕๑๑
“ดิฉันก็ใคร่ครวญแล้วค่ะจึงกล้าปฏิเสธ
ปีหน้าปุยก็จะบวช ให้ลูกบวชส่วนตัวเองแต่ง
งานใหม่ ดิฉันคงไม่สบายใจหากได้ยินใคร ๆ
ตำหนิว่าคุณวิโรจน์ใจดำรังเกียจลูกชายของ
ดิฉัน มีสักกี่คนคะที่จะเข้าใจปัญหาของดิฉัน
กับลูก
"คุณก็เลิกยึดถือความเชื่อที่เหลวไหล
ไร้สาระนั้นเสีย ยอมรับความจริงว่าเหตุการณ์
เหล่านั้นผ่านพ้นไปแล้ว เรื่องจะให้ปุ๋ยบวชเมื่อ
ไหร่ก็ได้นี่นา ใช่ว่าจะหมดโอกาสเสียเมื่อ
โหร่"
“ฝังใจสิ่งใดแล้วก็ยากที่จะถอน อีกอย่าง
เพราะตั้งใจแล้วดิฉันจึงปล่อยให้ลูกดื้อ ปล่อย
ให้เล่นซนตามใจตัวเองมาหลายปี ถึงเวลา
หากแกไม่เปลี่ยนเพศไปอยู่ในภาวะนักบวชซึ่ง
ถูกบังคับจำกัดด้วยศีล ดิฉันกลัวค่ะ กลัว
ว่าความดื้อความซนของแกจะเป็นปัญหาใน
ภายหลัง-
“ทุกวันนี้คุณก็เห็น พวกเราทั้งบ้านรัก
แกมากทุกคน”
“ค่ะ เพราะได้พบกัน ได้อยู่ด้วยกัน
เพียงแค่เวลาประเดี๋ยวประดาว เด็กชายอายุ
* ขวบ นอกจากชนมากแล้ว นับวันก็จะ
เปลี่ยนเป็นดื้อ รูปร่างท่าทางก็เริ่มเก้งก้างไม่น่า
รัก ไม่มีใครเคยซึมซับความน่ารักน่าเอ็นดูสมัย
เด็ก ๆ ของแกไว้ เห็นแกดื้อมากทุกวันก็จะพา
กันอารมณ์เสียทั้งบ้าน ดิฉันไม่อยากให้ลูก
เห็นสายตาเกลียดชังห่างเหินของผู้ใหญ่ในบ้าน
ค่ะ
“ทำไมคุณไม่ลองคิดไปในทางดีๆ บ้าง
เป็นต้นว่าบ้านของผมไม่มีเด็ก นรีกับสนธิหมด
โอกาสจะมีลูกแล้ว พ่อของผมก็อยากได้หลาน
นอกจากผมและคุณแล้ว ปุยก็จะมีนกับสนธิ
เป็นแม่และพ่อให้อีกคู่หนึ่งด้วย ถึงอย่างนี้แล้ว
มีอะไรที่คุณจะต้องกลัวอีก”
“ดิฉันต้องขอประทานโทษที่ขัดใจ ...ปุย
ไม่ใช่เลือดเนื้อเชื้อไข ใครจะให้อภัยแกได้
ทุกวัน อีกอย่างถ้าเราอยู่ด้วยกัน หากดิฉันมี
ลูก.... คุณวิโรจน์ ดิฉัน หรือลูก ใครคะ ที่จะ
เป็นฝ่ายจากไป...คุณนรีเล่าถึงสาเหตุที่คุณ
วิโรจน์ไม่อยากแต่งงานให้ดิฉันฟังค่ะ”
ผมขบกรามแน่น เจ็บเหมือนถูกโบย
กระหน่ำด้วยแส้ ซ้ำแล้วซ้ำอีก.........
“เหตุผลอีกอย่างหนึ่งนั้นดิฉันไม่ใช่
สาวรุ่น อารมณ์ใคร่ จริตจะก้าน ก็ถูกความ
ทุกข์คุกคามบีบคั้นไปจนหมดไม่เหลือสภาพจะ
เป็นภรรยาให้ใครได้ ถ้าเป็นอย่างเมื่อสองปี
ก่อนไม่ต้องถึงขั้นผู้อำนวยการหรอกค่ะ แค่
เสมียนหน้าห้องเท่านั้นดิฉันก็ตกลง เพราะทุก
กัลยาณมิตร ๑๐๔
Kalyanamitra.org