ข้อความต้นฉบับในหน้า
ปฏิบัติขัดเกลานิสัยตามวิธีการที่พระสัมมาสัม
พุทธเจ้าทรงสอนไว้
- เพราะฉะนั้น ใครก็ตามมาบวชอยู่วัด
พระธรรมกายแล้วไม่เรียนไม่ได้ หลวงพ่อต้องขอ
ๆ
กัน
เคี่ยวเข็ญท่านเรื่องนี้นะ โดยเฉพาะสามเณรนี้
ต้องให้เรียนเต็มที่เลย สำหรับพระภิกษุก็พยายาม
แบ่งเวลาผลัดเปลี่ยนกันไปเรียนให้ได้ แต่เนื่อง
จากวัดเราเป็นวัดใหญ่ จะไปเรียนพร้อม
ทั้งหมดก็ไม่ได้ หลวงพ่อกวาดวัดคนเดียวไม่ไหว
ก็ต้องแบ่งหน้าที่ให้ไปช่วยกันทำ สาธุชนเขามา
ปฏิบัติธรรมกันมาก น้ำ ไฟ ข้าวปลาอาหารขาด
เหลือยังไงต้องไปช่วยกันดูแล ไปช่วยกันเทศน์
กันสอน และเพราะต้องเทศน์ต้องสอนด้วยนี่ล่ะ
ความรู้ภาคปริยัติจึงต้องแน่น
๒
อย่างไรก็ดี การเรียนภาคปริยัตินี่มี
อย่างนะ อย่างหนึ่งคือเข้าห้องเรียน เรียนทั้งบาลี
เรียนทั้งนักธรรม เรียนกันเข้าไปให้มาก ๆ นั่น
เป็นการเรียนภาคปริยัติในห้องเรียน แต่ยังมีภาค
ปริยัตินอกห้องเรียนอีกนะ สำคัญมากด้วย ท่าน
ต้องทำกันให้ได้ทุกรูป ปริยัตินอกห้องเรียนเป็นยังไง
ลูกเอ๊ย หนังสือที่สำคัญมากของพระพุทธศาสนาคือ
พระไตรปิฎก ในหลักสูตรนักธรรม หลักสูตรบาลี
เขาไม่ได้สอนให้อ่านพระไตรปิฎกหรอก แต่
ท่านต้องบังคับตัวเองให้อ่าน ไปอ่านให้จบนะ
หลวงพ่อน่ะอ่านพระไตรปิฎกจบตั้งแต่ยังไม่ได้บวช
บวชแล้วก็ยังไปอ่านทบทวนอีก เพราะฉะนั้นจึงรู้
ว่าในนั้นมีอะไรดี ๆ มากมายเลย ท่านใดไม่ว่า
จะได้เรียนปริยัติในห้องเรียนหรือไม่ได้เรียนก็ตาม
ขอให้หาเวลาไปอ่านพระไตรปิฎกให้ได้ อย่าบอก
ว่าไม่มีเวลา ถ้าท่านไม่อ่าน ท่านจะไม่เจอตัวจริง
ของพระพุทธศาสนา จะเจอแต่ขี้ปากชาวบ้าน
ซึ่งท่านจะมั่นใจได้ยังไงว่า ที่เขาเอามาพูด ๆ กันนั้น
ผิดหรือถูก ไปหาโอกาสอ่านกันนะ ไม่ได้มาก
วันละหน้าวันละบทก็ยังดี อ่านทุกวัน ๆ ผ่านไป
สักพรรษาสองพรรษาเดี๋ยวก็เห็นหน้าเห็นหลัง
อีกประเภทหนึ่ง ถือเป็นการศึกษานอก
ห้องเรียนที่มีประโยชน์มาก คือการฟังเทศน์ ผู้
ขึ้นเทศน์จะเป็นหลวงพ่อหรือหลวงพี่รูปใดรูปหนึ่ง
ก็ตาม ท่านต้องหาโอกาสไปฟังให้ได้ บางรูป
ท่านอาจจะเทศน์ตะกุกตะกักไปบ้าง ก็ฟังเถอะ
เพราะกว่าท่านจะขึ้นเทศน์ได้ ท่านต้องค้นคว้า
มาไม่น้อย ทั้งสรุปทั้งจับประเด็นมาอย่างดี คัด
เลือกเอามาแล้ว ได้ฟังท่าน ๒-๓ ชั่วโมงก็เท่า
กับย่นเวลาค้นคว้าของเราไปได้ตั้งหลายวัน
กั ล ย า ณ ม ต ร ๙