ข้อความต้นฉบับในหน้า
ทโธ่...
ถ้าท่านไม่ฟังเทศน์ ไม่อ่านพระไตรปิฎก
บวชไปก็ได้แต่เปลือกไม่เจอแก่นพระพุทธศาสนา
เหมือนคนไทยหุงข้าวแล้วเทน้ำทิ้ง
ส่วนที่มีคุณค่าที่สุดของข้าวที่หุงกินนั่นน่ะ น้ำข้าว
ไม่ใช่ข้าวสุก กลับไม่กิน เทน้ำข้าวให้ไอ้ตูบกิน
ตัวเองกินกากข้าว ของดี ๆ ให้สุนัขกิน มันกิน
เข้าไปก็ยิ่งโตวันโตคืน ฉลาดวันฉลาดคืน นี่ถ้า
มันไม่ติดคราบสุนัขมันจะฉลาดแซงหน้าคนเอานะ
เกือบเสียท่ามันแล้วไหมล่ะ กว่าจะรณรงค์ให้นิ่ง
ข้าวกิน หรือให้หุงข้าวแบบไม่เช็ดน้ำได้นี่ เสีย
เวลาไปเป็นสิบ ๆ ปีเชียวท่านเอ๊ย ถ้าท่านไม่
ฟังเทศน์ก็อุปมาเหมือนอย่างที่หลวงพ่อว่านั่นละ
ไม่เห็นคุณค่าสิ่งใกล้ตัว ใกล้เกลือกินด่าง สาธุชน
เขาดั้นด้นมาแต่ไหน ๆ ทั่วประเทศ มาฟังเทศน์
ที่วัดพระธรรมกาย แต่พระ-เณรที่วัดพระธรรม
กายไม่ได้ฟัง ไปทำอะไรเสียก็ไม่รู้ ถึงเวลาจะใช้
ก็ต้องมาค้นเอง แล้วก็ผัดวันประกันพรุ่งไม่ได้ค้น
อีก เลยโง่กว่าโยมหนักเข้าไปอีก ไปพิจารณา
ตัวเองกันให้ดีนะ เดี๋ยวจะว่าไม่เตือน
อาศรม
จ่าดำหลวงพ่อไว้ วันอาทิตย์ถ้าไม่ปาง
ตายจริง ๆ อย่าไปไหน มาฟังเทศน์กันให้ได้
ถ้าปางตายจริง ๆ ให้เขาหามมานอนฟังที่อาศ
บัณฑิตก็เข้าท่านะ หลวงพ่อจะให้เขาตามหมอ
มาเฝ้ามาฟังเสียด้วยกันเลย สามเณรก็เหมือนกัน
ช่วยไปฟังหน่อยเถอะ หลับมั่งตื่นมั่งก็ยังดี อย่า
ให้หลับหัวทิ่มตกลงมาก็แล้วกันนะเณรนะ
ไม่รู้เป็นยังไงหมู่นี้ ญาติโยมมาบ่นให้
ฟังเรื่อยว่า พระเณรวัดพระธรรมกายพอฉันเสร็จ
นั่งให้พรโงกเงา ๆ บางองค์สัปหงกแต่ปากก็ไม่
หยุดให้พร ถ้าถามก็คงได้คำตอบว่านอนดึก
งานหนัก ไปจัดแจงปรับปรุงตัวกันให้ดีนะท่านนะ
รักษาสง่าราศรีของหมู่สงฆ์กันหน่อย
เรื่องที่ ๒. หาเวลาศึกษาภาคปริยัติทั้ง
ในห้องเรียนและนอกห้องเรียนได้แล้ว ท่านต้อง
๑๐ ก ล ย า ณ ม ต ร
หาเวลานั่งสมาธิให้ได้ด้วย ท่านต้องนั่งสมาธิทุกวัน
จะมากจะน้อยยังไงก็ต้องนั่ง ถ้าไม่ได้นั่งสมาธิ
ทุกวันใจท่านจะหยาบ แล้วท่านก็จะทนต่อการ
กระทบกระทั่งไม่ได้ ทนต่อความทะยานอยาก
ในสุขที่ยิ่ง ๆ ขึ้นไปไม่ได้ แล้วก็จะมีอาการ
อย่างที่ผู้ใหญ่ท่านพูดว่า ร้อนผ้าเหลือง ซึ่งไม่ช้า
ท่านก็ต้องจากหมู่คณะไป อยากอยู่สร้างบารมี
ร่วมกันนาน ๆ ท่านต้องนั่งสมาธิทุกวันนะ
เรื่องที่ ๓. กิจวัตรของท่านต้องไม่บกพร่อง
กิจวัตรพระ ๑๐ อย่าง มีอะไรบ้าง เริ่มตั้งแต่
บิณฑบาต กวาดวัด ปลงอาบัติ ฯลฯ ไล่เรื่อย
ไปเชียว ท่านต้องทำ ถ้าท่านไม่ทำสิ่งเหล่านี้
ท่านไปไม่รอด เพราะแท้ที่จริงแล้วกิจวัตรพระ
เป็นเรื่องของการฝึกให้ท่านมีความรับผิดชอบต่อ
หมู่คณะ ต่อส่วนรวม และต่อตัวของท่านเองด้วย
เรื่องบิณฑบาตที่ท่านต้องทำผลัดเปลี่ยน
กันไปอย่างน้อยที่สุดให้ได้เดือนละครั้ง จะบิณฑ
บาดในเขตรอบ ๆ วัด หรือจะไปให้ไกลถึงไหน
ก็ตามใจ การบิณฑบาตมีประโยชน์มีอานิสงส์
มากมาย อย่างน้อยที่สุดก็ได้ ๒ อย่างคือ
๑.ได้ไปดูสภาพบ้านเมือง สภาพสังคม
ของชาวบ้านชาวเมือง ว่าเดี๋ยวนี้เขาเป็นยังไงกัน
บ้าง ญาติโยมมาปรับทุกข์เอาพระเป็นที่พึ่งจะได้
พูดกันรู้เรื่องง่ายขึ้น เรียกว่าพูดจาภาษาเดียวกัน
๒. ได้ไปเดินยืดเส้นยืดสาย ออกกำลัง
กายกันบ้าง เช้า ๆ ตอนอรุณขึ้นนี้อากาศดีมาก
เลย
แต่ว่าถ้าวันใดไม่ได้ออกบิณฑบาตท่านก็
ต้องออกมาฉันกับหมู่คณะนะ ที่วัดพระธรรมกาย
นี่ถ้าไม่เจ็บไข้ได้ป่วยจริง ๆ ไม่มีใครไปส่งอาหาร
ให้ท่านฉันที่กุฏิหรอก แค่ปวดหัวตัวร้อนเดินได้
ช่วยเดินออกมาฉันที่เดียวกับพระทั้งวัดหน่อยเถอะ
เกี่ยวกับเรื่องนี้ หลวงพ่อเคารพท่าน
ฐิตสุทโธอยู่ประการหนึ่ง องค์นี้อายุอ่อนกว่าหลวงพ่อ