การฟังเทศน์และการศึกษาในพระพุทธศาสนา วารสารกัลยาณมิตร ปี 2534 ฉบับที่ 5 หน้า 12
หน้าที่ 12 / 116

สรุปเนื้อหา

ทโธ่... ถ้าท่านไม่ฟังเทศน์ ไม่อ่านพระไตรปิฎก บวชไปก็ได้แต่เปลือกไม่เจอแก่นพระพุทธศาสนา เหมือนคนไทยหุงข้าวแล้วเทน้ำทิ้ง ส่วนที่มีคุณค่าที่สุดของข้าวที่หุงกินนั่นน่ะ น้ำข้าว ไม่ใช่ข้าวสุก กลับไม่กิน เทน้ำข้าวให้ไอ้ตูบกิน ตัวเองกินกากข้าว ของดี ๆ ให้สุนัขกิน มันกิน เข้าไปก็ยิ่งโตวันโตคืน ฉลาดวันฉลาดคืน นี่ถ้า มันไม่ติดคราบสุนัขมันจะฉลาดแซงหน้าคนเอานะ เกือบเสียท่ามันแล้วไหมล่ะ กว่าจะรณรงค์ให้นิ่ง ข้าวกิน หรือให้หุงข้าวแบบไม่เช็ดน้ำได้นี่ เสีย เวลาไปเป็นสิบ ๆ ปีเชียวท่านเอ๊ย ถ้าท่านไม่ ฟังเทศน์ก็อุปมาเหมือนอย่างที่หลวงพ่อว่านั่นละ ไม่เห็นคุณค่าสิ่งใกล้ตัว ใกล้เกลือกินด่าง สาธุชน เขาดั้นด้นมาแต่ไหน ๆ ทั่วประเทศ มาฟังเทศน์ ที่วัดพระธรรมกาย แต่พระ-เณรที่วัดพระธรรม กายไม่ได้ฟัง ไปทำอะไรเสียก็ไม่รู้ ถ

หัวข้อประเด็น

- การฟังเทศน์และการศึกษาในพระพุทธศาสนา

ข้อความต้นฉบับในหน้า

ทโธ่... ถ้าท่านไม่ฟังเทศน์ ไม่อ่านพระไตรปิฎก บวชไปก็ได้แต่เปลือกไม่เจอแก่นพระพุทธศาสนา เหมือนคนไทยหุงข้าวแล้วเทน้ำทิ้ง ส่วนที่มีคุณค่าที่สุดของข้าวที่หุงกินนั่นน่ะ น้ำข้าว ไม่ใช่ข้าวสุก กลับไม่กิน เทน้ำข้าวให้ไอ้ตูบกิน ตัวเองกินกากข้าว ของดี ๆ ให้สุนัขกิน มันกิน เข้าไปก็ยิ่งโตวันโตคืน ฉลาดวันฉลาดคืน นี่ถ้า มันไม่ติดคราบสุนัขมันจะฉลาดแซงหน้าคนเอานะ เกือบเสียท่ามันแล้วไหมล่ะ กว่าจะรณรงค์ให้นิ่ง ข้าวกิน หรือให้หุงข้าวแบบไม่เช็ดน้ำได้นี่ เสีย เวลาไปเป็นสิบ ๆ ปีเชียวท่านเอ๊ย ถ้าท่านไม่ ฟังเทศน์ก็อุปมาเหมือนอย่างที่หลวงพ่อว่านั่นละ ไม่เห็นคุณค่าสิ่งใกล้ตัว ใกล้เกลือกินด่าง สาธุชน เขาดั้นด้นมาแต่ไหน ๆ ทั่วประเทศ มาฟังเทศน์ ที่วัดพระธรรมกาย แต่พระ-เณรที่วัดพระธรรม กายไม่ได้ฟัง ไปทำอะไรเสียก็ไม่รู้ ถึงเวลาจะใช้ ก็ต้องมาค้นเอง แล้วก็ผัดวันประกันพรุ่งไม่ได้ค้น อีก เลยโง่กว่าโยมหนักเข้าไปอีก ไปพิจารณา ตัวเองกันให้ดีนะ เดี๋ยวจะว่าไม่เตือน อาศรม จ่าดำหลวงพ่อไว้ วันอาทิตย์ถ้าไม่ปาง ตายจริง ๆ อย่าไปไหน มาฟังเทศน์กันให้ได้ ถ้าปางตายจริง ๆ ให้เขาหามมานอนฟังที่อาศ บัณฑิตก็เข้าท่านะ หลวงพ่อจะให้เขาตามหมอ มาเฝ้ามาฟังเสียด้วยกันเลย สามเณรก็เหมือนกัน ช่วยไปฟังหน่อยเถอะ หลับมั่งตื่นมั่งก็ยังดี อย่า ให้หลับหัวทิ่มตกลงมาก็แล้วกันนะเณรนะ ไม่รู้เป็นยังไงหมู่นี้ ญาติโยมมาบ่นให้ ฟังเรื่อยว่า พระเณรวัดพระธรรมกายพอฉันเสร็จ นั่งให้พรโงกเงา ๆ บางองค์สัปหงกแต่ปากก็ไม่ หยุดให้พร ถ้าถามก็คงได้คำตอบว่านอนดึก งานหนัก ไปจัดแจงปรับปรุงตัวกันให้ดีนะท่านนะ รักษาสง่าราศรีของหมู่สงฆ์กันหน่อย เรื่องที่ ๒. หาเวลาศึกษาภาคปริยัติทั้ง ในห้องเรียนและนอกห้องเรียนได้แล้ว ท่านต้อง ๑๐ ก ล ย า ณ ม ต ร หาเวลานั่งสมาธิให้ได้ด้วย ท่านต้องนั่งสมาธิทุกวัน จะมากจะน้อยยังไงก็ต้องนั่ง ถ้าไม่ได้นั่งสมาธิ ทุกวันใจท่านจะหยาบ แล้วท่านก็จะทนต่อการ กระทบกระทั่งไม่ได้ ทนต่อความทะยานอยาก ในสุขที่ยิ่ง ๆ ขึ้นไปไม่ได้ แล้วก็จะมีอาการ อย่างที่ผู้ใหญ่ท่านพูดว่า ร้อนผ้าเหลือง ซึ่งไม่ช้า ท่านก็ต้องจากหมู่คณะไป อยากอยู่สร้างบารมี ร่วมกันนาน ๆ ท่านต้องนั่งสมาธิทุกวันนะ เรื่องที่ ๓. กิจวัตรของท่านต้องไม่บกพร่อง กิจวัตรพระ ๑๐ อย่าง มีอะไรบ้าง เริ่มตั้งแต่ บิณฑบาต กวาดวัด ปลงอาบัติ ฯลฯ ไล่เรื่อย ไปเชียว ท่านต้องทำ ถ้าท่านไม่ทำสิ่งเหล่านี้ ท่านไปไม่รอด เพราะแท้ที่จริงแล้วกิจวัตรพระ เป็นเรื่องของการฝึกให้ท่านมีความรับผิดชอบต่อ หมู่คณะ ต่อส่วนรวม และต่อตัวของท่านเองด้วย เรื่องบิณฑบาตที่ท่านต้องทำผลัดเปลี่ยน กันไปอย่างน้อยที่สุดให้ได้เดือนละครั้ง จะบิณฑ บาดในเขตรอบ ๆ วัด หรือจะไปให้ไกลถึงไหน ก็ตามใจ การบิณฑบาตมีประโยชน์มีอานิสงส์ มากมาย อย่างน้อยที่สุดก็ได้ ๒ อย่างคือ ๑.ได้ไปดูสภาพบ้านเมือง สภาพสังคม ของชาวบ้านชาวเมือง ว่าเดี๋ยวนี้เขาเป็นยังไงกัน บ้าง ญาติโยมมาปรับทุกข์เอาพระเป็นที่พึ่งจะได้ พูดกันรู้เรื่องง่ายขึ้น เรียกว่าพูดจาภาษาเดียวกัน ๒. ได้ไปเดินยืดเส้นยืดสาย ออกกำลัง กายกันบ้าง เช้า ๆ ตอนอรุณขึ้นนี้อากาศดีมาก เลย แต่ว่าถ้าวันใดไม่ได้ออกบิณฑบาตท่านก็ ต้องออกมาฉันกับหมู่คณะนะ ที่วัดพระธรรมกาย นี่ถ้าไม่เจ็บไข้ได้ป่วยจริง ๆ ไม่มีใครไปส่งอาหาร ให้ท่านฉันที่กุฏิหรอก แค่ปวดหัวตัวร้อนเดินได้ ช่วยเดินออกมาฉันที่เดียวกับพระทั้งวัดหน่อยเถอะ เกี่ยวกับเรื่องนี้ หลวงพ่อเคารพท่าน ฐิตสุทโธอยู่ประการหนึ่ง องค์นี้อายุอ่อนกว่าหลวงพ่อ
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More