ข้อความต้นฉบับในหน้า
ได้มีประเพณีสระผมเพื่อความบริสุทธิ์ในหลาย ๆ
ศาสนา
มลทินมาใช้เป็นข้อบังคับ สำหรับคนเป็นโรคเรื้อนว่า
และได้นำความเชื่อเกี่ยวกับการล้างatt
จะต้องโกนศีรษะเพื่อความบริสุทธิ์ตามประเพณี
หรือในเอเชีย เช่น จีน ญาติของผู้ตายจะโกน
ผมเพื่อชำระล้างมลทินในการเกี่ยวข้องกับผู้ตาย
เด็กชายชาวไทยเมื่อโกนจุกแล้วจะลอย
ผมไปตามแม่น้ำลำคลอง โดยใส่ลงในเรือที่ทำจาก
ใบตอง เพื่อให้นำพาสิ่งไม่ดีทั้งหลายออกไปจาก
เด็ก ผมยังเป็นส่วนที่เกี่ยวกับเรื่องเหนือธรรมชาติ
อีกด้วย เช่น ในอินโดนีเซีย ชนเผ่า Amboyna
คิดว่ากำลังของเขาอยู่ที่ผม ถ้าตัดผมแล้วกำลัง
จะหายไป อาชญากรที่ปฏิเสธข้อหาจะรับสารภาพ
หมดทุกสิ่งทุกอย่าง ถ้าถูกตัดผม ในขณะที่ชาว
ยุโรปเมื่อศตวรรษที่ ๑๗ ยุคที่ลัทธิพ่อมดหมอผี
แพร่หลายนั้น เชื่อกันว่า กำลังความชั่วร้ายอยู่
ในผม ความเชื่อนี้มีอยู่ในอินเดียและในหมู่ชาว
แอสเทคด้วย เป็นความเชื่อที่ว่า พลังอยู่ที่ผม
และในบางสังคมศีรษะก็เป็นที่เก็บพลัง ชาวชวา
เชื่อว่า ผมและศีรษะเต็มเปี่ยมไปด้วย “สารแห่ง
วิญญาณ”
และการตัดผมจะทำให้เจ็บป่วย
แม่สมัยโบราณเอาผมของตัวเองให้ลูกที่เจ็บป่วย
เพื่อลูกจะได้แข็งแรง และผมที่ตัดแล้วจะฝังไว้ใต้
ต้นไม้ เพื่อให้ต้นไม้ออกผล
ผมมีสัญลักษณ์อีกแบบหนึ่งซึ่งเกี่ยวข้อง
กับความดุร้าย ตามที่ปรากฏอยู่หลายแห่งใน
คัมภีร์ไบเบิล และมีแนวคิดที่ว่า ผมยาว หมายถึง
การอยู่นอกสังคม ส่วนผมสั้นหรือการตัดผม
หมายถึงการเข้ามาสู่สังคม และดำเนินชีวิตภาย
ใต้กฎเกณฑ์ของสังคม
ในสังคมตะวันตกมีกลุ่มคนอยู่ ๓ กลุ่ม
ซึ่งเป็นที่รับรู้และยอมรับกันทั่วไปในเรื่องผมยาว
ได้แก่ กลุ่มพวกปัญญาชนซึ่งความสนใจของเขา
เป็นเรื่องที่ห่างไกลจากชีวิตความเป็นอยู่ในปัจจุบัน
กลุ่มวัยรุ่นที่ต่อต้านสังคม และอีกกลุ่มหนึ่งคือ ผู้หญิง
ในทางกลับกัน พระและทหารจะตัดผมสั้นหรือ
โกนหัว เพื่อเป็นเครื่องหมายแสดงว่ายอมรับที่จะ
อยู่ในวินัย
ในกัมพูชา ไทย และลาว เด็กจะโกนผม
ในเดือนแรกหลังคลอดเรียกว่า ”ตัดผมไฟ”
จากนั้นก็จะตัดผมสั้น เว้นไว้แต่จุกตรงกลาง
กระหม่อม จนกระทั่งโตขึ้น จึงมีพิธีโกนจุก เพื่อ
บวชเรียน และเข้าสู่วัยผู้ใหญ่ การจัดการกับ
ผมเด็กด้วยวิธีนี้ พบในหมู่ชนหลายแห่งในโลก
ซึ่งสืบเนื่องมาจากแนวความคิดที่ว่า ผมยาวเป็น
สัญลักษณ์ของความดุร้ายที่ควบคุมไม่ได้ และ
การตัดผมคือการเข้าสู่สังคมและยอมรับรู้วินัย
การแต่งผมของคนเราก็เช่นเดียวกับการใช้
เครื่องสำอางและเสื้อผ้า แตกต่างกันไปตาม
สมัยนิยม การเปลี่ยนแปลงรูปแบบ และระยะ
เวลาของการเปลี่ยนแปลงจะสะท้อนให้เห็นสภาพ
สังคมในยุคสมัยนั้น อย่างเช่นในช่วงปี ค.ศ.๑๙๖๐
ได้ปรากฏเอกลักษณ์ของชาวแอฟริกันในสังคม
อเมริกา ชาวอเมริกันผิวดำหลายคนเลิกยืดผม
ตามแบบคนผิวขาว แต่กลับไปยอมรับผมหยิก
ตามแบบบรรพบุรุษของเขา ทำให้เกิดแฟชั่นใหม่
ขึ้นในกลุ่มชนผิวขาวด้วย
แล้วท่านล่ะ จะจัดการอย่างไรกับผมของ
ท่านดี เพื่อให้ชีวิตดูสมควร และมีความสุขเพิ่ม
ขึ้น
เรียบเรียงจาก Art of the Body : Hair
Symbolism, In Illustrated Encyclopaedia of
Manlcind London : Cavendish, 1978 17: 2235-
2238
ก ล ย า ณ ม ต ร ๗๓