ข้อความต้นฉบับในหน้า
ไม่ต้องการสิ่งนี้ ข้าพเจ้าก็พร้อมเสมอที่จะสละมันไป
เพราะมันไม่มีความหมายอะไรสำหรับข้าพเจ้า ถ้า
เราก็คงไม่
ไม่มีวิเนตาอยู่ด้วย เพราะตำแหน่งฐานะ เกียรติ
และทรัพย์ทั้งหลายนั้นมีค่าไม่ถึงครึ่งหนึ่งของวิเนตา”
เมื่อได้ยินคำนี้ แม้วิเนตาจะยังไม่รัก เพราะ
เธอมีใจผูกพันอยู่กับอโศกเสียแล้ว
เกลียดกระมัง! คำพูดเป็นสิ่งสำคัญ จงระวังวาจา
อย่าพูดให้กระทบกระเทือนใจใครโดยมิได้มีจุดมุ่งหมาย
ไปในทางดี ลิ้นคนได้เชือดคอคนมามากแล้ว หาก
จะยังพูดดีไม่ได้ ก็อย่าพูดร้ายกับใคร
กล่าวถึงอโศก เวลานั้นเขาทั้งเรียนและรัก
พร้อม ๆ กันไป เขารักโดยมิให้เสียการเรียน ความ
ฉลาดเปรื่องปราดของเขาเป็นที่รู้กันในสำนักตักศิลา
เขาเป็นที่โปรดปรานของอาจารย์ทิศาปาโมกข์เป็น
นักหนา ความไม่ทะนงตน ความเสียสละ ความขยัน
หมั่นเพียร ความเคารพนบนอบต่อผู้เจริญโดยวัย
และโดยคุณธรรม รวมกันส่งให้อโศกเป็นที่รักของเพื่อน
เป็นที่เมตตากรุณาของอาจารย์
อาจารย์ทิศาปาโมกข์ทราบว่าอโศกนั้น ที่
แท้คือราชโอรสแห่งพระเจ้าพินทุสาร มีหวังในรัช
สมบัติในอนาคต แต่เมื่อเขามาศึกษา โดยมิต้อง
การให้ใครทราบถึงฐานะอันแท้จริง อาจารย์ก็ช่วย
ปิดความลับอันนั้นให้ด้วย เวลานั้นตักสิลา รวมอยู่
ในจักรวรรดิแห่งแคว้นมคธ ซึ่งปาฏลีบุตรเป็นราชธานี
มีปรากฏอยู่เสมอ แต่โบราณมาที่อาจารย์
ได้ยกลูกสาวของตนให้แก่ศิษย์ที่เรียนดีและมีความ
ประพฤติดี อาจารย์ของอโศกคิดอยู่ว่า ถ้าเขาทำ
ตามโบราณประเพณีข้อนี้อีกสักคนหนึ่ง จะมีข้อเสีย
หายอะไร อโศกเป็นคนดีควรแก่การยกย่อง ช่วย
อาจารย์ทำงานแทบทุกอย่าง ความสนิทสนมระหว่าง
อโศกและสุมานี ธิดาตนก็ดูออกจะมากอยู่พอควร
ธรรมดามารดาบิดา ย่อมต้องการเห็น
อนาคตของบุตรหรือบุตรีมั่นคง มีลู่ทางก้าวหน้าไป
ไกล ก็โศกดูลักษณะแล้วก็น่าจะเป็นผู้ยิ่งใหญ่ต่อ
ไปในภายหน้า ถ้าเขาจะยกลูกสาวของเขาให้อโศก
นอกจากจะเป็นรางวัลสำหรับศิษย์ผู้เรียนดีแล้ว ยัง
จะเป็นการปลูกฝังบุตรีตนให้มีอนาคตอันรุ่งเรืองสด
ใสอีกด้วย เรื่องนี้อาจารย์ทิศาปาโมกข์แอบคิดอยู่
แต่ในใจเพียงคนเดียว และดังนั้น เขาจึงมิได้กีดกัน
ห้ามปรามความสัมพันธ์ระหว่างอโศกและสุมานี้เลย
วันหนึ่งเวลาสาย ชาลินีและชโลธราชวน
กันมาในเมืองตักสิลาเพื่อซื้อของบางอย่าง เมื่อ
เสร็จแล้วชาตินี้พูดเป็นเชิงชวนชโลธราแวะไปสำนัก
ตักสิลา
“จะดีหรือ?" ชโลธราถามความเห็นเป็น
เชิงขัดแย้งไปในตัว
"ไม่น่าจะเสียหายอะไร" ชาลินีตอบ
"เราเป็นผู้หญิง เข้าไปในที่อย่างนั้น อาจ
ไม่เหมาะ” ชโลธราวา
"ในวัดผู้หญิงยังเข้าไปได้ ทำไมในสำนัก
ศึกษาตักสิลาจะเข้าไปไม่ได้” ชาลินีพูด
"ในวัดนั้น เขาเข้าไปหาพระ นำของไป
ถวายพระก็ไม่เป็นไร นี่เราไปหาผู้ชายธรรมดาจะ
ไม่มีกระมัง?” ชโลธราออกความเห็น
"เมื่อไปหาผู้ชายธรรมดาไม่ได้ จะไปหาพระ
ได้อย่างไรกัน” ชาลินีพูด
"ทําไม?”
"พระก็เป็นผู้ชายเหมือนกัน
"เป็นผู้ชายแต่ท่านเป็นพระ
"เมื่อเป็นพระแล้ว ความเป็นผู้ชายจะหาย
ไปอย่างนั้นหรือ?
"แม้จะไม่หายไป แต่ทานก็มีระเบียบวินัย
มีข้อบังคับว่าทำอย่างนั้นได้ ทำอย่างนี้ไม่ได้ ส่วน
ผู้ชายธรรมดาไม่มีข้อบังคับ
"แล้วเขาจะทำอะไรเรา?" ชาลินีถาม
"คงไม่มีอะไร" ชโลธราตอบ
“ถ้าอย่างนั้นลองเดินเข้าไปดีกว่า นี่ก็จวน
ถึงอยู่แล้วคนอื่นเห็นเขาก็คงคิดว่า เป็นญาติ เป็น
พี่น้อง” ชาลินีสรุป
ตกลงสองสาวเดินเข้าไปในสำนักตักสิลา
เป็นเวลาจวนเที่ยง เธอถามหาอโศก ศีขริน และ
ศาสวัต เมื่อทราบสถานที่แล้วจึงเดินเข้าไป ชโลธรา
รู้สึกมีความสะทกสะท้านมากอยู่ เพราะเป็นคนไม่
กล้าเหมือนซาลินี เธอเดินเข้าไปถึงตึกหลังหนึ่ง
เป็นอีกก่อด้วยอิฐ มีบริเวณกว้าง รอบ ๆ บริเวณ
นั้นมีไม้ดอกไม้ผลเรียงรายปลูกอย่างมีระเบียบ กิ่งไหน
ควรตัดก็ตัด กิ่งไหนควรไว้ก็ตกแต่งอย่างมีระเบียบ
เรียบร้อย ที่เป็นพันธุ์ไม้เตี้ยก็ได้รับการตกแต่งเป็นรูป
ต่าง 1 ก็มี ชาลินีชี้ให้ชโลธราดูพลางกล่าวว่า ดู
ต้นไม้เขายังตัดให้เป็นรูปต่าง ๆ ได้ ทำไมคนเรา
ซึ่งได้รับการอบรมศึกษาจะตัดไม่ได้ เว้นแต่ตั้งใจจะ
ดัดหรือไม่เท่านั้น
เมื่อก้าวไปอีกนิดหนึ่ง ชาลินีและชโลธรา
จึงมองเห็นโศกนั่งอยู่กับสตรีสาวผู้หนึ่งบนขอนไม้
ท่อนเดียวกัน เธอทั้งสองท่าท่าจะถอยหลังกลับ
แต่พอดีอโศกเงยหน้าขึ้น พอเห็นชโลธราเท่านั้นเขา
๔๒ ก ล ย า ณ ม ต ร