การเปรียบเทียบดอกบัวกับมนุษย์ วารสารกัลยาณมิตร ปี 2534 ฉบับที่ 5 หน้า 80
หน้าที่ 80 / 116

สรุปเนื้อหา

ใจใส ใจ สบาย ทอมปทุม กรุ่นเกสร โดย วิรงรอง จันวินิจ เมฆก้อน เล็กก้อนน้อยสี ขาวสะอาด ล่องลอย ตามกระแสลมพัด รวบรวมเป็นก้อน ใหญ่กลายสีเป็นดำ คล้ำ กลั่นสายน้ำฝน ร่วงหล่น ประดุจ ดังสร้อยร้อยเพชร เป็นสายระยิบระยับ นิ้วทองลงสู่ผิวน้ำ แผ่กระจายเป็นระลอกคลื่นวงเล็ก ๆ สายน้ำฝน เติมห้วยหนองคลองบึงให้เต็มเปี่ยมด้วยความ เย็นฉ่ำ....น้ำใสเย็นสงบนิ่งรอคอยแสงอรุณเบิกฟ้า ดำคล้ำหมองให้กลายเป็นสีส้มอมทอง ทอทาบ ของฝั่ง... ตะวันทอแสง อ่อนโยน นุ่มนวลทาบ ผิวน้ำ ดุจดังจะปลุกกระแสน้ำให้รับรู้ถึงการมา เยือนของแสงตะวัน... น้ำส่งกระแสเย็นไหวระรื่น พริ้งพราย ต้อนรับแสงอันอบอุ่นเต็มเปี่ยมด้วยพลัง ของดวงตะวัน... น้ำและแสงอาทิตย์ประสานรวม ตัวเป็นพลัง "หนึ่งเดียว” หล่อเลี้ยงรากเหง้า ดอกไม้น้ำ ให้แตกแยกจากเหง้า เติบโตแข็งแรง

หัวข้อประเด็น

- การเปรียบเทียบดอกบัวกับมนุษย์

ข้อความต้นฉบับในหน้า

ใจใส ใจ สบาย ทอมปทุม กรุ่นเกสร โดย วิรงรอง จันวินิจ เมฆก้อน เล็กก้อนน้อยสี ขาวสะอาด ล่องลอย ตามกระแสลมพัด รวบรวมเป็นก้อน ใหญ่กลายสีเป็นดำ คล้ำ กลั่นสายน้ำฝน ร่วงหล่น ประดุจ ดังสร้อยร้อยเพชร เป็นสายระยิบระยับ นิ้วทองลงสู่ผิวน้ำ แผ่กระจายเป็นระลอกคลื่นวงเล็ก ๆ สายน้ำฝน เติมห้วยหนองคลองบึงให้เต็มเปี่ยมด้วยความ เย็นฉ่ำ....น้ำใสเย็นสงบนิ่งรอคอยแสงอรุณเบิกฟ้า ดำคล้ำหมองให้กลายเป็นสีส้มอมทอง ทอทาบ ของฝั่ง... ตะวันทอแสง อ่อนโยน นุ่มนวลทาบ ผิวน้ำ ดุจดังจะปลุกกระแสน้ำให้รับรู้ถึงการมา เยือนของแสงตะวัน... น้ำส่งกระแสเย็นไหวระรื่น พริ้งพราย ต้อนรับแสงอันอบอุ่นเต็มเปี่ยมด้วยพลัง ของดวงตะวัน... น้ำและแสงอาทิตย์ประสานรวม ตัวเป็นพลัง "หนึ่งเดียว” หล่อเลี้ยงรากเหง้า ดอกไม้น้ำ ให้แตกแยกจากเหง้า เติบโตแข็งแรง พุ่งตรงชอนไชออกจากตมโคลน ทะยานจากก้น บึงสู่ผิวน้ำชูดอกตูมรูปงาม ประดุจธงชัยของความดี รอคอยด้วยความสงบนิ่ง ถึงการมาเยือนของ ดวงอาทิตย์และดวงจันทร์ ให้บานเผยอรอรับ สัจธรรม เพื่อเป็นตัวแทนความดีงามทั้งปวง ดอกบัว... ดอกไม้น้ำที่มีมานานนับ เนื่องก่อนพุทธกาล มีความผูกพันกับ พระพุทธศาสนา และองค์สมเด็จ พระสัมมาสัม พุทธเจ้า นับตั้งแต่ พระองค์ประสูติได้ ทรงย่างพระบาท ไปเจ็ดก้าว เพื่อ เป็นนิมิตหมาย แต่ละก้าวมีดอก บัวงาม แต่ละดอกผุดขึ้นมารองรับพระบาท และ แม้ในพระธรรมคำสั่งสอน พระองค์ได้ทรง เปรียบเทียบภูมิปัญญาของมนุษย์ ที่จะเข้าใจใน ธรรมะของพระองค์ประดุจดังดอกบัวสี่เหล่า... ...มนุษย์... ที่ไม่รู้จักบาปบุญคุณโทษ มีจิตใจคุ้นเคยกับการทำความชั่ว มองไม่เห็น คุณประโยชน์ของการทําความดี เยาะเย้ยผู้ทำ ความดีว่าเป็นคนโง่ มีดวงใจที่มืดมน ยากที่จะ ชี้แจงอบรมสั่งสอนให้เข้าใจถึงความสุขของการท่า ความดี ชีวิตมนุษย์จำพวกนี้เปรียบประดุจ ดอกบัว ที่แตกออกจากเหง้า แต่ฝังจมอยู่ในโคลนตม ไม่มี โอกาสที่จะได้รับการอุ้มชูของแสงตะวันให้มีชีวิต ที่ทรงพลังเป็นประโยชน์ต่อมนุษยชาติ... ...มนุษย์บางจำพวก พอมีแสงสว่างของ ปัญญาที่จะยอมรับความดีงาม และรู้คุณประโยชน์ ของอานิสงส์ของการทำความดี แต่ด้วยความ อ่อนแอของใจ จึงจำเป็นจะต้องมีกัลยาณมิตร ๗๔ ก ล ย า ณ ม ต ร
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More