ข้อความต้นฉบับในหน้า
unere
๔
ส่วนพระประธานในศาลาการเปรียญ เป็น
พระประธานองค์เดิมของพระอุโบสถเก่า ครั้งยังเป็น
วัดโพธาราม เป็นพระพุทธรูปหล่อปางสมาธิ ขนาด
หน้าตักกว้าง ๔ ศอก เบญจ์ว่าใหญ่มั้ย รัชกาลที่ ๔
ได้พระราชทานนามว่า "พระพุทธศาสดา มหา
กรุณาธิคุณสุนทรธรรมทาน บุราณสคตบพิตร”
ทางเหนือของลานศาลาการเปรียญ มีกำ
แพงแก้วเตี้ย ๆ สูงแค่บ่าฉันกั้นเขตต่างหาก กรุด้วย
กระเบื้องปรุเคลือบสีเหลือง มีประตูทางเข้า ฉันเดิน
ตามพี่นิภาเข้าไปก็พบสระน้ำ มีเขามอทั้งขอบสระ
และกลางสระ พวกเขามอทั้งหลายในวัดนี้รัชกาลที่
๓
โปรดให้รื้อมาจากพระราชอุทยานในพระบรม
มหาราชวัง (ซึ่งรัชกาลที่ ๒ สมเด็จพระชนกนาถ
โปรดให้สร้าง) ให้ชลอมาทั้งแท่งใหญ่ ๆ เลย ใช้
คนลากตั้ง ๒๐๐-๓๐๐ คน มาก่อเป็นภูเขาไว้
ตามลานรอบกำแพงวัด อยู่ในเขตตะวันออก 5 เขา
เขตตะวันตกที่เรากำลังเดินอยู่มี ๒๐ เขา ปลูกต้นไม้
เล็ก ๆ ไว้ตามเชิงเขา บนเขา มีทั้งพระสถูป และเสา
โคมอย่างจีน มีรูปตุ๊กตาจีน รูปสัตว์จตุบาทต่าง ๆ
เรียงรายอยู่ทั่วไปทั้งบนและล่างภูเขา ทางตะวันออก
มีตึกฝรั่งโบราณหลังหนึ่ง ยกฐานสูงต้องปีนบันได
ขึ้นไปนั่งพัก หน้าจั่วมีลวดลายแปลกดี อธิบายไม่
ประตูทางออก ซึ่งทำซุ้มอย่างหลังคาตึก
ฝรั่งนั้น ตัวบานประตูไม่มี คงหลุดหายไป เหลือ
ด้านตะวันตกเท่านั้น เพิ่งทาสีใหม่เขียนลายเป็น
ทหารจีนเฝ้าประตูด้านใน ด้านนอกยังไม่เขียนเลยจ้ะ
ฉันเดินขึ้นไปอีกนิดเดียวก็ถึงกำแพงแก้วที่
ถูกมี
3
ตุ๊กตาหินฝรั่งเฝ้าประตู
ซึ่งเป็นซุ้มทรงฝรั่ง
ล้อมพระมณฑป กรุกระเบื้องปรุสีน้ำเงินเข้มดูจะปน
ม่วงอย่างที่เขาเรียกกันว่า "สีขาบ” เสากำแพงแก้ว
ตั้งสิงโตหินทุกเสาเลย ดีนะวัดนี้ตุ๊กตาหินแยะดี แล้ว
เคราะห์ดีที่ยังเหลืออยู่มาก ชานชั้นล่างเป็น 6 เหลี่ยม
ปูศิลาเทาอมเขียวขนาดใหญ่
- รอบชานมีศาลาซึ่งมีเฉลียงรอบตัวอยู่ ๆ
๓ หลัง
คือหลังตะวันตก หลังทิศเหนือ หลังทิศใต้ ที่จริง
ทิศตะวันออกก็เคยมีศาลา แต่รัชกาลที่ ๔ โปรดให้
รื้อออก สร้างเป็นพระวิหารหลังเล็ก ๆ เรียกกันว่า
“พระวิหารขาว” มีประตูหัวท้ายเปิดทะลุ เพื่อเชื่อม
ลานพระมณฑปกับพระระเบียงพระมหาเจดีย์จะ
ภายในพระวิหารขาวประดิษฐานพระพุทธรูปขนาดใหญ่
ที่เรียกว่า “พระวิหารขาว” ก็เพราะหลังคามุง
กระเบื้องเคลือบสีขาว ที่จริงศาลาอีก ๓ ศาลา ที่
ล้อมพระมหามณฑป ก็ล้วนมุงหลังคาด้วยกระเบื้อง
เคลือบขาวทั้งสิ้น ตามผนังติดศิลาจารึกโคลงโลกนิติทั้ง
๓ หลัง แต่หลุดหายไปบ้าง ถูกแกะไปบ้าง เลยมี
ไม่ครบจะ
ฉันอยากเดินเข้าไปข้างในพระมณฑป ซึ่ง
เป็นหอไตรหรือหอธรรมเก่าแต่กำลังซ่อมห้ามเข้า ที่
จริงในวัดนี้มีหอพระไตรปิฎกถึง 5 หลัง แต่อยู่ใน
เขตสังฆาวาส ๕ หลัง โดยประจำคณะใหญ่ แต่ที่
ฉันพูดถึงนี้เป็นหอพระไตรปิฎกเดิมในเขตพุทธาวาส
สร้างครั้งรัชกาลที่ ๑ จะ นัยว่าเมื่อพระบาทสมเด็จ
พระนั่งเกล้าฯ เสด็จพระราชทานกฐินนั้น ทรงทอด
พระเนตรเห็นหลังคา ฝา พื้น ปรักหักพัง อิฐปูน
แตกสลายอยู่ทั่วไป จึงโปรดให้สถาปนาขึ้นใหม่ทั้งหมด
กั ล ย า ณ ม ต ร ๖๗