ข้อความต้นฉบับในหน้า
จดหมายจากฮาร์วาร์ด
(ต่อจากหน้า ๑๒)
ไม่รู้จะแยกออกจากกันได้อย่างไร
ความดีคือ
อะไรนั้นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าก็ทรงแสดงธรรมไว้
อย่างละเอียดลออ อาตมาจึงเห็นว่า การศึกษา
ทางด้านนี้เป็นเรื่องสำคัญ ศาสตราจารย์ย้ำว่า
ตัวท่านเองเป็นผู้ที่เชื่อมั่นในคริสต์ศาสนาอย่างมาก
และพิจารณาตัวเองเสมอว่า
เป็นคริสเตียนที่ดี
คนหนึ่ง ท่านยอมรับว่าไม่รู้จักพุทธศาสนาเท่าไร
นัก และความคิดของตนเหมือนกับโซเครติส (SO-
crates) หรือถ้าจะพูดให้ถูกต้องจริง ๆ ก็คือ
เลียนแบบโซเครติสเลยทีเดียว เพราะพระเอกใน
หัวใจของศาสตราจารย์ไดฟ์ก็คือ นักปราชญ์ที่มี
ชื่อเสียงชาวกรีกคนนี้เอง
โซเครติสนั้นเป็นนักปรัชญาที่มีชื่อเสียงมาก
มีลีลาการสอนที่ใช้การสนทนาแบบถาม-ตอบ
โชเครดิสมักเปรียบตัวเองว่าเหมือนกับแม่บ้าน
ทำหน้าที่รับใช้มากกว่าจะเป็นศาสดาสอนใครต่อ
ใคร และจะใช้วิธีการตะล่อมถามคนที่มาสนทนา
ด้วย
เพื่อจะให้เข้าใจถึงหลักสัจธรรมภายใน
โซเครติสเป็นผู้ที่ทำให้ชาวกรีกในยุค ๕๐๐ ปี
ก่อนคริสตกาลเริ่มตื่นตัวในเรื่องจริยธรรม สมัย
ที่โซเครติสยังมีชีวิตอยู่นั้นชาวกรีกมีความคิดเรื่อง
ความดีแบบเหลิงเจิ้ง ใครจะตั้งทฤษฎีอย่างไรก็
ได้ตามใจฉัน และบางทีไม่มีหลักยึดมั่นอะไรเสีย
เลย หากสามารถใช้การที่ฝีปากโต้คารมเอาชนะ
คู่ต่อสู้ได้ ก็ได้ชื่อว่าเป็นนักปราชญ์ที่สำคัญ
การสนทนามักจะพยายามจับจุดอ่อนของคู่ต่อสู้โดย
เอาจุดเล็ก ๆ น้อย ๆ ขึ้นมาพูด เพราะเหตุนี้
พวกนักปราชญ์ที่ไม่มีจุดยืนแน่นอนเหล่านี้ จึงได้
ชื่อว่า พวกโซฟิสต์ (Sophist) โซเครติสเป็น
คนที่โดดเด่นแตกต่างจากนักปราชญ์พวกโซฟิสต์
ตรงที่มีจุดยืนมั่นคง และมีข้อสรุปอย่างชัดเจนที่
ให้คนนำไปคิดอยู่เสมอมา
สรุปเป็นประโยค
สั้น ๆ ง่าย ๆ ว่า "ให้รู้จักตน” ภาษาอังกฤษว่า
ๆ
Know thy self เจ้าจงรู้จักตนเอง เพราะการ
รู้จักตนนั้นจะทำให้เข้าถึงความดีที่เต็มเปี่ยม แต่
โซเครติสเป็นผู้ที่มีศัตรูมากที่สุดคนหนึ่งในยุคนั้น
จนทำให้เขาต้องไปขึ้นศาล ถูกแจ้งความด้วย
ข้อหาว่าทำให้พวกคนหนุ่มสาวหลงเชื่อในสิ่ง
ผิด 1 และแม้โซเครติสจะพยายามอธิบาย
เท่าไรก็ตาม ในที่สุดศาลก็ตัดสินให้โซเครติสท์
"อัตวินิบาตกรรม” คือฆ่าตัวตายโดยการกินยา
พิษชื่อว่า "เฮมล็อก (Hemlock)” โดยถือว่า
เป็นการตายอย่างมีเกียรติ โซเครติสยอมกินเฮมล็อก
และเสียชีวิตไปในที่สุด ลูกศิษย์คนสำคัญคน
หนึ่งของโซเครติสก็คือ เพลโต (Plato) ได้นำ
เรื่องราวต่าง ๆ ของอาจารย์ของตัวเองไปบันทึก
เขียนเป็นบทสนทนา อธิบายให้เห็นภาพพจน์และ
ปรัชญาของโซเครตีสอย่างชัดเจน
ในเรื่องของโซเครติสนั้น เพลโตได้เล่า
ถึงเพื่อนของโซเครติสคนหนึ่งชื่อว่า ครีโต้ (Crito)
ซึ่งเป็นผู้มีอันจะกินสักหน่อย และมาเสนอให้
โซเครติสหนีออกจากที่คุมขัง โดยเขาจะเอาเงิน
ติดสินบนผู้คุมและเจ้าหน้าที่ต่าง ๆ แล้วโซเครติส
ก็สามารถจะใช้ชีวิตอยู่ในประเทศอื่นได้อย่างสบาย
แต่โซเครติสปฏิเสธด้วยเหตุผลที่น่าฟัง จุดยืนของ
โซเครดิสนั้นคล้ายกับพุทธศาสนามากทีเดียว โซ
เครติสปฏิเสธเสมอไม่ให้บุคคลไปยึดมั่นว่าความคิด
ตัวเองนั้นถูก หรือที่เรียกว่า “อัตตาธิปไตย” คือ
ถือตัวเองเป็นใหญ่ ส่วนการถือเอาชนหมู่มาก
เป็นใหญ่หรือ "โลกาธิปไตย” โซเครติสก็ไม่เห็น
CE
ก ล ย า ณ ม ต ร