ข้อความต้นฉบับในหน้า
จะยืนยันกับตัวเองว่า นี่คือสิ่งที่เขาสามารถจับ
ต้องได้จริง
"นี่แสดงว่าคุณลุงคนนั้นของบุษเอามาให้
เราล่ะ” อรรถถาม
ฉันพยักหน้าแทนค่าตอบด้วยความแน่ใจ
พลางชวนอรรถให้มองไปรอบ ๆ ดูความปรักหัก
พังของวิหารแห่งนี้
พอสมควร
จาง 1
เราสองคนเดินเล่นอยู่ที่ลานกว้างนั้นนาน
ด้วยความรู้สึกอบอุ่นกับกลิ่นหอม
ที่มิใช่ทั้งดอกไม้ป่า หรือว่าจันกระพ้อ
จนกระทั่งแดดเริ่มรำไรลงทุกที เราจึงตัดสินใจที่
จะกลับโรงแรม
“กลับกันเถอะบุษ” อรรถชวน ฉันพยัก
หน้าแล้วพากันเดินมาขึ้นเรือด้วยความรู้สึกผิดหวัง
นิด ๆ ที่ไม่เห็นทั้งสองพระองค์อย่างที่ตั้งใจ
เราลงเรือ และขณะที่ทั้งสองฝีพายกำลัง
จะวาดหัวเรือวกกลับสู่ที่พัก อะไรบางอย่างทำให้
ฉันหันกลับไปมองที่ลานหน้าวัดอีกครั้ง..... นั่นไง
ทั้งสองพระองค์ นั่นไง... ฉันตื่นเต้นเป็นอันมาก
หันไปมองดูอรรถหวังจะให้เขาเห็นแต่ก็ไม่มีสัญ
ญาณว่าเขาจะเห็นเช่นเดียวกับฉัน จึงได้แต่หัน
ถ้าดับชีวิตไปสวรรค์ชั้นใดไหน
ขอตามไปร่วมทิพย์พิมานสมาน
ทุกมหันต์มหรณพเอนกนาน
จนสู่สถานที่สถิตนิพพานเมือง
ถ้อยร้อยเรียงของพระองค์
เจ้าฟ้า-
ธรรมาธิเบศรผู้ยิ่งยงในเชิงวรรณกรรม แว่วเวียน
มาในห้วงสำนึกของฉัน
“ข้าแต่พระองค์...” ฉันรำพึงในใจ
ผล...
“สัตย์ที่ตั้งไว้ของพระองค์คงจะสัมฤทธิ์
ขอทั้งสองพระองค์จงร่วมกันกอปร แต่
กุศลกรรมเพื่อบรรลุฝั่งแห่งพระนิพพานสมดังที่
4
ตั้งใจไว้เถิดเพคะ... หม่อมฉันขอถวายพระพร”
ฉันมองภาพนั้น พลางนึกในใจท่ามกลาง
ความสว่างในตัวของฉัน และมองอยู่อย่างนั้น
จนกระทั่งเรือพาฉันลับตาจากภาพเบื้องหน้า จึง
หลับตาลง จรดใจลงสู่สมาธิ ด้วยความเข้าใจ
ในการเวียนว่ายที่แจ่มชัดในดวงปัญญามากขึ้น
ยิ่งขึ้นกว่าเดิม
จบบริบูรณ์
กลับมามองภาพของทั้งสองพระองค์ที่ประทับยืน
อยู่ด้วยกันบนลานกว้างนั้นด้วยความยินดีเป็นล้นพ้น
ที่ได้เห็นประกายของความสุขทอออกมาจาก
แววตาทั้งสองคู่ กลิ่นกระแจะจันหอมฟุ้งอีกครั้ง
เสียงดีดสีแว่วหวานอีกหน ฉันยิ้มพร้อมกับความ
รู้สึกร้อนผ่าวที่ดวงตาทั้งคู่
ถึงจากเพราะวิบากให้วิบัติ
ขอกอดสัตย์ไปจนสิ้นชีวาสัญ
ได้ตั้งใจมิตรจิตคิดผูกพัน
ขอหมายมั่นกว่าจะม้วยชนมาน
ก ล ย า ณ ม ด ร ๙๙