ข้อความต้นฉบับในหน้า
เป็นทรงมณฑปจตุรมุข ยอดทรงมงกุฎประดับกระ
เบื้องเคลือบและกระเบื้องถ้วยสลับสีต่าง ๆ งดงาม
ไม่ใช่เล่น แต่ผนังย่อมุมไม้สิบสองนะ ส่วนซุ้มประตู
และหน้าต่างเป็นลายปูนปั้นปิดทอง บานประตู หน้าต่าง
เป็นลายรดน้ำ ลายอะไรดูไม่ชัดเพราะเขาทำนั่งร้าน
ไว้และห้ามเข้า จำได้ว่าครั้งหนึ่งนานมาแล้ว พูด
ราวกับเล่านิทานนะ นานแล้วจริง ๆ คือหลายปีนะ
วัดโพธิ์มีงานประจำปี ฉันเคยเข้ามาในพระมณฑปนี้
จำได้ว่ามาไหว้รอยพระพุทธบาทกับน้าน้อย น้าน้อย
ยังชี้ให้ดูโคลงประกอบภาพบนฝาผนังเป็นตำราดู
ช้างและม้า ไม่รู้ว่าเดี๋ยวนี้ยังเหลืออยู่หรือเปล่า เขา
ปิดจะเลยหาคำตอบให้ตัวเองไม่ได้
เราเดินออกจากเขตพระมหามณฑปมาทาง
ทิศเหนือก็เข้าสวนมิสกวันพอดี มีพันธุ์ไม้ต่าง ๆ
รวมทั้งต้นโพธิ์ใหญ่ด้วย ฉันปีนบันไดที่ล้อมต้นโพธิ์
เพื่อขึ้นไปถ่ายรูปให้ได้รูปเต็ม ๆ ของตึกจีน ซึ่งอยู่
ทางตะวันออก ภายในตึกจีนนั้นยังมีภาพสีหลง
เหลืออยู่บ้าง พี่นิภาบอกว่านี่แหละเรื่องสามก๊กล่ะ
เมื่อเราจะ
แต่ฉันดูไม่ออกว่ามันตอนใดของเรื่อง
ออกจากเขตสวนก็ต้องผ่านกำแพงแก้วเตี้ย ๆ กรุด้วย
กระเบื้องกรุ มี ๓ ประตูซุ้มเหมือนด้านตึกฝรั่ง เพียง
แต่ซุ้มประตูทำลวดลายอย่างจีน ตัวบานประตูหาย
ไปหมด ขณะนี้ทางวัดทำบานประตูใหม่ เขียนลาย
เป็นขุนนางจีน คงขั้นขุนนางผู้ใหญ่กระมัง สงสัยช่าง
ที่เขียนคงจำ ๆ เอามาจากตัวจิ๋วที่แสดงในเมืองไทย
เพราะแต่งตัวขาด ๆ เกิน ๆ ชอบกลอยู่
พอผ่านประตูซุ้มแบบจีนออกมา ก็ถึงลาน
กว้างทำด้วยหินแผ่นโต ๆ เรียงรอบอีกพระวิหารหนึ่ง
เป็นพระวิหารใหญ่มากจ้ะ พระบาทสมเด็จพระนั่ง
ๆ
เกล้าฯโปรดให้สร้างขึ้นเมื่อครั้งขยายวัดมาทางทิศเหนือ
คือ ตรงบริเวณวังเก่าของกรมหลวงนรินทรเทวี
พระขนิษฐาต่างพระมารดาใน
รัชกาลที่ 9 ซึ่งมี NickName
ว่า "เจ้าครอกวัดโพธิ์” พูด
อย่างนี้เบญจ์ก็พอรู้แล้วซินะว่า
ฉันหมายถึงพระวิหารพระนอน
หรือพระวิหารพระพุทธไสยาสน์
เป็นอาคารทรงไทยก่ออิฐหรือปูน
มีมุขลด ๒ ชั้น จึงมีเสาหาร
รองรับ และมีเสานางเรียงรอบ
พระวิหาร รองรับชายคาหลัง
๖๔ ก ล ย า ณ ม ต ร
า
ประตูทำซุ้มอย่างฝรั่งอีก
แบบหนึ่ง อยู่ตรงกำแพง
แก้วที่กรุด้วยกระเบื้องปรุ
เคลือบสี
คาลด
B
ชั้น มุงกระเบื้องเคลือบสีน้ำเงินเข้ม มี
ช่อฟ้า ใบระกา หางหงส์อย่างพระอุโบสถแหละจ้ะ
หน้าบันเป็นลายกระหนกปิดทอง ประดับกระจก ซุ้ม
จระนำประตูหน้าต่างเป็นลายปูน ปั้นยอดทรงมงกุฎ
ลงรักปิดทอง ด้านนอกเขียนลายศาสตราวุธลงรัก
ปิดทองเช่นกัน
ภายในพระวิหารใหญ่นี้ ประดิษฐานพระ
พุทธไสยาสน์องค์ใหญ่ก่อด้วยอิฐโบกปูนเช่นกัน แล้ว
จึงลงรักปิดทอง ถ่ายรูปลำบากมากเพราะติดเสา
ประธานไม่ต้นโน้นก็ต้นนี้ ฉะนั้นโอกาสที่จะถ่าย
ตลอดองค์จึงเป็นไปไม่ได้ นอกจากจะถ่ายเป็นช่วง ๆ
แล้วนำมาต่อกัน แล้วถ่ายใหม่อีกที ก็องค์ท่าน
ยาวตั้ง ๑ เส้น ๓ วา กี่เมตรล่ะ เบญจ์ลองคำนวณ
ดูซิจ๊ะ ทางวัดต้องซ่อมองค์พระนอนบ่อย ๆ บ่อย
เหลือเกิน เบญจ์เอ้ย แล้วก็ไม่ใช่ซ่อมกันง่าย ๆ ก็
โธ่... จะไม่ซ่อมบ่อยยังไงได้ ก็พระวิหารอยู่เกือบ
ติดถนนมหาราชและถนนท้ายวัง รถ ๑๐ ล้อวิ่งกัน
โครม ๆ ทั้งกลางวันและกลางคืน แล้วยังรถเมล์สาย
ต่าง ๆ ก็วิ่งกันดึก ๆ เวลารถเมล์วิ่งพื้นยังสั่นสะเทือน
เลย แล้วรถบรรทุก ๑๐ ล้อ หนักแค่ไหน เบญจ์ก็รู้
มันจะสั่นสะเทือนสักแค่ไหน ฉันน่ะเสียวไส้จังเลย
เกรงว่าองค์พระจะร้าวจนสุดซ่อมนะสิ ก็ฉันเสียดาย