พระวิหารพระนอน วารสารกัลยาณมิตร ปี 2534 ฉบับที่ 5 หน้า 70
หน้าที่ 70 / 116

สรุปเนื้อหา

เป็นทรงมณฑปจตุรมุข ยอดทรงมงกุฎประดับกระ เบื้องเคลือบและกระเบื้องถ้วยสลับสีต่าง ๆ งดงาม ไม่ใช่เล่น แต่ผนังย่อมุมไม้สิบสองนะ ส่วนซุ้มประตู และหน้าต่างเป็นลายปูนปั้นปิดทอง บานประตู หน้าต่าง เป็นลายรดน้ำ ลายอะไรดูไม่ชัดเพราะเขาทำนั่งร้าน ไว้และห้ามเข้า จำได้ว่าครั้งหนึ่งนานมาแล้ว พูด ราวกับเล่านิทานนะ นานแล้วจริง ๆ คือหลายปีนะ วัดโพธิ์มีงานประจำปี ฉันเคยเข้ามาในพระมณฑปนี้ จำได้ว่ามาไหว้รอยพระพุทธบาทกับน้าน้อย น้าน้อย ยังชี้ให้ดูโคลงประกอบภาพบนฝาผนังเป็นตำราดู ช้างและม้า ไม่รู้ว่าเดี๋ยวนี้ยังเหลืออยู่หรือเปล่า เขา ปิดจะเลยหาคำตอบให้ตัวเองไม่ได้ เราเดินออกจากเขตพระมหามณฑปมาทาง ทิศเหนือก็เข้าสวนมิสกวันพอดี มีพันธุ์ไม้ต่าง ๆ รวมทั้งต้นโพธิ์ใหญ่ด้วย ฉันปีนบันไดที่ล้อมต้นโพธิ์ เพื่อขึ้นไปถ่ายรูปให้ได้

หัวข้อประเด็น

- พระวิหารพระนอน

ข้อความต้นฉบับในหน้า

เป็นทรงมณฑปจตุรมุข ยอดทรงมงกุฎประดับกระ เบื้องเคลือบและกระเบื้องถ้วยสลับสีต่าง ๆ งดงาม ไม่ใช่เล่น แต่ผนังย่อมุมไม้สิบสองนะ ส่วนซุ้มประตู และหน้าต่างเป็นลายปูนปั้นปิดทอง บานประตู หน้าต่าง เป็นลายรดน้ำ ลายอะไรดูไม่ชัดเพราะเขาทำนั่งร้าน ไว้และห้ามเข้า จำได้ว่าครั้งหนึ่งนานมาแล้ว พูด ราวกับเล่านิทานนะ นานแล้วจริง ๆ คือหลายปีนะ วัดโพธิ์มีงานประจำปี ฉันเคยเข้ามาในพระมณฑปนี้ จำได้ว่ามาไหว้รอยพระพุทธบาทกับน้าน้อย น้าน้อย ยังชี้ให้ดูโคลงประกอบภาพบนฝาผนังเป็นตำราดู ช้างและม้า ไม่รู้ว่าเดี๋ยวนี้ยังเหลืออยู่หรือเปล่า เขา ปิดจะเลยหาคำตอบให้ตัวเองไม่ได้ เราเดินออกจากเขตพระมหามณฑปมาทาง ทิศเหนือก็เข้าสวนมิสกวันพอดี มีพันธุ์ไม้ต่าง ๆ รวมทั้งต้นโพธิ์ใหญ่ด้วย ฉันปีนบันไดที่ล้อมต้นโพธิ์ เพื่อขึ้นไปถ่ายรูปให้ได้รูปเต็ม ๆ ของตึกจีน ซึ่งอยู่ ทางตะวันออก ภายในตึกจีนนั้นยังมีภาพสีหลง เหลืออยู่บ้าง พี่นิภาบอกว่านี่แหละเรื่องสามก๊กล่ะ เมื่อเราจะ แต่ฉันดูไม่ออกว่ามันตอนใดของเรื่อง ออกจากเขตสวนก็ต้องผ่านกำแพงแก้วเตี้ย ๆ กรุด้วย กระเบื้องกรุ มี ๓ ประตูซุ้มเหมือนด้านตึกฝรั่ง เพียง แต่ซุ้มประตูทำลวดลายอย่างจีน ตัวบานประตูหาย ไปหมด ขณะนี้ทางวัดทำบานประตูใหม่ เขียนลาย เป็นขุนนางจีน คงขั้นขุนนางผู้ใหญ่กระมัง สงสัยช่าง ที่เขียนคงจำ ๆ เอามาจากตัวจิ๋วที่แสดงในเมืองไทย เพราะแต่งตัวขาด ๆ เกิน ๆ ชอบกลอยู่ พอผ่านประตูซุ้มแบบจีนออกมา ก็ถึงลาน กว้างทำด้วยหินแผ่นโต ๆ เรียงรอบอีกพระวิหารหนึ่ง เป็นพระวิหารใหญ่มากจ้ะ พระบาทสมเด็จพระนั่ง ๆ เกล้าฯโปรดให้สร้างขึ้นเมื่อครั้งขยายวัดมาทางทิศเหนือ คือ ตรงบริเวณวังเก่าของกรมหลวงนรินทรเทวี พระขนิษฐาต่างพระมารดาใน รัชกาลที่ 9 ซึ่งมี NickName ว่า "เจ้าครอกวัดโพธิ์” พูด อย่างนี้เบญจ์ก็พอรู้แล้วซินะว่า ฉันหมายถึงพระวิหารพระนอน หรือพระวิหารพระพุทธไสยาสน์ เป็นอาคารทรงไทยก่ออิฐหรือปูน มีมุขลด ๒ ชั้น จึงมีเสาหาร รองรับ และมีเสานางเรียงรอบ พระวิหาร รองรับชายคาหลัง ๖๔ ก ล ย า ณ ม ต ร า ประตูทำซุ้มอย่างฝรั่งอีก แบบหนึ่ง อยู่ตรงกำแพง แก้วที่กรุด้วยกระเบื้องปรุ เคลือบสี คาลด B ชั้น มุงกระเบื้องเคลือบสีน้ำเงินเข้ม มี ช่อฟ้า ใบระกา หางหงส์อย่างพระอุโบสถแหละจ้ะ หน้าบันเป็นลายกระหนกปิดทอง ประดับกระจก ซุ้ม จระนำประตูหน้าต่างเป็นลายปูน ปั้นยอดทรงมงกุฎ ลงรักปิดทอง ด้านนอกเขียนลายศาสตราวุธลงรัก ปิดทองเช่นกัน ภายในพระวิหารใหญ่นี้ ประดิษฐานพระ พุทธไสยาสน์องค์ใหญ่ก่อด้วยอิฐโบกปูนเช่นกัน แล้ว จึงลงรักปิดทอง ถ่ายรูปลำบากมากเพราะติดเสา ประธานไม่ต้นโน้นก็ต้นนี้ ฉะนั้นโอกาสที่จะถ่าย ตลอดองค์จึงเป็นไปไม่ได้ นอกจากจะถ่ายเป็นช่วง ๆ แล้วนำมาต่อกัน แล้วถ่ายใหม่อีกที ก็องค์ท่าน ยาวตั้ง ๑ เส้น ๓ วา กี่เมตรล่ะ เบญจ์ลองคำนวณ ดูซิจ๊ะ ทางวัดต้องซ่อมองค์พระนอนบ่อย ๆ บ่อย เหลือเกิน เบญจ์เอ้ย แล้วก็ไม่ใช่ซ่อมกันง่าย ๆ ก็ โธ่... จะไม่ซ่อมบ่อยยังไงได้ ก็พระวิหารอยู่เกือบ ติดถนนมหาราชและถนนท้ายวัง รถ ๑๐ ล้อวิ่งกัน โครม ๆ ทั้งกลางวันและกลางคืน แล้วยังรถเมล์สาย ต่าง ๆ ก็วิ่งกันดึก ๆ เวลารถเมล์วิ่งพื้นยังสั่นสะเทือน เลย แล้วรถบรรทุก ๑๐ ล้อ หนักแค่ไหน เบญจ์ก็รู้ มันจะสั่นสะเทือนสักแค่ไหน ฉันน่ะเสียวไส้จังเลย เกรงว่าองค์พระจะร้าวจนสุดซ่อมนะสิ ก็ฉันเสียดาย
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More