ข้อความต้นฉบับในหน้า
๑๒
ค
วามเก่าแก่ของศาสนาพราหมณ์
นั้นเป็นที่ยอมรับกันทั่ว ๆ ไปในหมู่
ผู้ศึกษาปรัชญาทางศาสนา พวก
พราหมณ์วิวัฒนาการมาจากคนหมู่หนึ่ง ซึ่งเจน
จัดในบทสวดมนต์สรรเสริญเยินยอพระผู้เป็นเจ้า
พวกเหล่านี้คือต้นกำเนิดของชาวอริยกะหรือชาว
อารยัน ซึ่งมีจุดร่วมครั้งแรกอยู่ตอนกลาง
ของทวีปเอเชีย ชาวอารยันมีภาษาของตนเอง
มีการถือลัทธิเคารพเทพยเจ้าคล้ายคลึง
กันในหลายเผ่า พวกอารยันในยุคต้น ๆ เป็น
พวกเผชิญโชคในการใช้ชีวิตแบบเร่ร่อน (No-
maalic Life) และแตกสาขาไปตามสภาพทาง
ภูมิศาสตร์ที่จะเอื้ออำนวยให้พวกเขาสามารถตั้ง
รากฐานในการทำมาหากินได้อย่างมั่นคง ชาติ
อารยันที่แยกย้ายไปอยู่จากจุดศูนย์กลางไปทาง
ตะวันตกก็กลายไปเป็นพวกยุโรป ส่วนที่ลงมา
ทางใต้ก็ผสมเป็นคนตะวันออกกลาง เช่น อินเดีย
ตอนเหนือ หรือเปอร์เซีย เป็นต้น วัฒนธรรม
ทางภาษาของพวกอารยันนี้ เมื่อเทียบเคียง
ภาษาในยุโรปกับอินเดีย และเปอร์เซีย ก็จับเค้า
ได้ว่ามีหลักทางไวยากรณ์และคำพูดร่วมมูลเดิมกัน
นอกจากนั้นในคัมภีร์พระเวทซึ่งเป็นคัมภีร์
เก่าแก่ของอารยันอินเดีย กับอารยันเปอร์เซีย
ซึ่งมีคัมภีร์อเวสต์ก็มีคณะเทพยเจ้าคณะเดียวกัน
แต่แปร่ง
โดยในคัมภีร์พระเวทเรียกว่า อรรย์มัน มิตระ โสม
ในอเวสต์ของพวกปาร์ซีก็ชื่อพ้องกัน
สำเนียงไป เช่น อาริมัน มีสระ และโหม
พวกอารยันยุคพระเวทเป็นต้นกำเนิดของ
ลัทธิความเชื่อในเรื่อง “พรหม” ความเชื่อในเรื่อง
พรหมนี้มีทัศนะว่า โดยดั้งเดิมนั้นพวกพราหมณ์
ถือสารเป็นใหญ่ในองค์ประกอบของโลกเช่น
เดียวกับพวกอารยันเชื้อสายกรีก คือนับถือ ดิน
น้ำ ลม ไฟ แต่เมื่อมีการโต้แย้งว่าใครสร้างสรรค์
สิ่งเหล่านี้ พวกพราหมณ์จึงได้กำหนดให้ “พรหม
เป็นผู้สร้างโลก” เมื่อพราหมณ์ต้องอธิบายถึงการ
สร้างโลกแล้ว ก็ยังมีผู้สงสัยต่อว่าวิธีการสร้าง
โลกนั้นสร้างอย่างไร พวกพราหมณ์ได้อธิบายว่า
ก่อนการสร้างโลกนั้นมีพรหมอยู่แล้วและเมื่อมี
พระพรหมก็มีธรรม ธรรมในภาวะแรกเริ่มนั้น
ปราศจากรูปแต่มาผสมกันจนปฏิสนธิเป็นสสาร
สสารนี้พรหมเรียกว่าก้อนกลมหรือไข่ พราหมณ์
ว่าไข่นี้ลอยอยู่ได้ถึงหมื่นกัลป์และไข่นี้มีพระพรหมอยู่
ต่อมาพระพรหมจึงสามารถบันดาลให้ไข่แตกออก
เป็นสองซีก ซีกบนไปเป็นฟ้า อีกล่างเป็นโลกที่
มนุษย์อยู่ ดังนั้นพระพรหมจึงสร้างสรรพสิ่งทั้งปวง
ขึ้นจากสสารนี้ โดยในขั้นแรกสร้างไฟ ให้มา
ชำระความชั่วทั้งปวงให้หมดไป เมื่อหมดแล้วจึง
สร้างน้ำมาดับไฟนั้นเสีย ความชุ่มชื่นของน้ำท่า
ให้เกิดพืชพันธุ์ธัญญาหารขึ้นอย่างอุดมสมบูรณ์
และมีสัตว์มีมนุษย์ ในจำนวนมนุษย์มีผู้หนึ่งเป็น
ลูกพระอาทิตย์และก็ได้ถูกยกให้เป็นพระเจ้าแผ่นดิน
ปกครองประชาชน
ข้อสังเกตในการสร้างโลกของพวกพราหมณ์
ๆ
แสดงให้เห็นว่าในแรกเริ่มของปรัชญาทาง
ตะวันออกนั้น ปรัชญาก็บรรลุจุดมุ่งหมายแห่งการ
แสวงหาเสียตั้งแต่ต้น คืออธิบายโลกและจักรวาล
อย่างเบ็ดเสร็จ เป็นสูตรสำเร็จ เมื่อขจัดปัญหา
ในด้านนี้แล้ว ปรัชญาจึงเริ่มอธิบายสิ่งอื่น
เป็นระบบกลไกทางจิตและวิญญาณ เพิ่มเติม
มาทีหลัง เช่นกฎหมายของพระเจ้า และจริยธรรม
ที่มนุษย์จึงต้องปฏิบัติ ต่อลัทธิพราหมณ์นี้เราก็
จะเห็นว่าในเบื้องต้นจริง ๆ แล้ว สรรพสิ่งไม่มีรูป
(อรูป) เกิดจากความว่างเปล่าทั้งสิ้น ความว่าง
เปล่านี้ก็เป็นเกราะป้องกันคำถามอื่น ๆ เกี่ยวกับ
“พรหม” เพราะผู้ที่จะบรรลุถึงพรหมได้ ก็จะ
พบกับความว่างเปล่านั้นเอง ภาวะที่เป็นอยู่ของ
พรหมคือความไม่มี
4 ๆ
ศาสนาพราหมณ์ได้สร้างอาณาจักรทางลัทธิ
เป็นพวกแรก โดยการฟื้นลัทธินิยมทางศาสนาขึ้นมา
กล่าวคือมีตัวแทนจากสวรรค์มาปรากฏในฐานะ
เป็นผู้เผยแผ่ศาสนา และได้พัฒนามาเป็นชนชั้น
พิเศษในสังคมที่มีฐานะเป็นหัวหน้าทางจิตใจ หรือ
เป็นคณะตัวแทนจากสวรรค์คือ วรรณะพราหมณ์
ที่มีความสำคัญพอ ๆ กันกับพระมหากษัตริย์
ซึ่งเป็น "หัวหน้าทางโลก” และด้วยเหตุที่สวรรค์
กับโลกนั้นมีความสัมพันธ์กันอยู่โดยตลอดในช่วง
ก ล ย า ณ ม ต ร