ข้อความต้นฉบับในหน้า
ต า ม ลักขณ์เกี่ยว
วัดโพธิ์
โดย ลักขณ์
(ต่อจากฉบับที่แล้ว)
สวัสดีเบญจ์ที่รักยิ่ง
ฉ
นขอชวนเธอไปเที่ยววัดพระเชตุ
พนวิมลมังคลาราม ต่อเลยนะ
แต่ขอเรียกชื่อ "วัดโพธิ์” สั้น ๆ
ตามความเคยปากนะจ๊ะ จดหมายฉบับที่แล้วฉันพา
เธอไปชมพระอุโบสถ ชอบใจมากใช่มั้ยล่ะ คราวนี้
ขอพาเบญจ์ไปชมพระวิหารนะ วัดนี้มีพระวิหารทุก
แบบ มีทั้งพระวิหารทิศ พระวิหารคด พระวิหารพระนอน
และพระวิหารอื่น ๆ จะค่อย ๆ เล่าให้เบญจ์ฟัง
เอ้า... ตามฉันมาได้แล้วจะ
เมื่อพี่นิภาและฉันเดินออกมานอกกำแพง
Q
แก้วพระอุโบสถประดับด้วยหินอ่อน คือยังอยู่ภายใน
พระระเบียงนะ ตรงมุมลานน่ะ มีพระมหาธาตุทรง
ปรางค์มุมละองค์ สร้างสมัยรัชกาลที่ จ้ะ ครั้น
สมัยรัชกาลที่ ๓ โปรดให้ก่อเสริมให้สูงกว่าเดิมอีกองค์ละ
๓ ศอก ครั้นเราเดินย้อนมาที่ตัวพระระเบียง เราก็
เห็นพระวิหารทิศ ๔ ทิศ ซึ่งอยู่กึ่งกลางพระระเบียง
แต่ละด้าน ความยาวของพระวิหารทิศนั้น ก็ยาว
เท่ากับช่วงพระระเบียงชั้นในทะลุถึงพระระเบียงชั้น
นอกนั่นแหละจ้ะ
พระวิหารทิศนี้มีมาแต่สมัยรัชกาลที่ 9 แล้ว
แต่พระวิหารทิศตะวันออกจะยาวกว่าทิศอื่น ๆ ครั้น
เมื่อรัชกาลที่
ท
บูรณะจึงโปรดให้ก่อมุขหลังของ
พระวิหารทิศเหนือ ใต้ และตะวันตก ขยายให้ยาว
ราวลด
ออกมาเท่าทิศตะวันออก หลังคามุงกระเบื้องเคลือบ
๒ ชั้น มีมุขลดหน้าพระวิหารทิศที่ทะลุ
พระระเบียงทั้งด้านหน้าและด้านหลัง (ด้านหลังคือ
ด้านหันหน้าเข้าพระอุโบสถ อีกด้านหนึ่งอยู่ตรงข้าม
คือ หันหน้าออกสู่ลานกว้างรอบพระระเบียงชั้นนอก)
หน้าบันมีลายปูนปั้นเป็นแบบเดียวกัน ลงรักปิดทอง
5
ประดับกระจกทั้ง
มุข หน้ามุขพระวิหารทิศ
ด้านที่หันเข้าสู่พระอุโบสถนั้น มุขตะวันออกมี
โขลนทวารหิน มีเสาหิน ช้างหินยืนแท่น ตุ๊กตา
จีนท่าต่าง ๆ หลายตัวล้วนจำหลักด้วยหินเขียวอม
เทา ส่วนอีก ๓ มุข มีเสาหินสีแปลก ๆ กัน เช่น
เขียวอมเทา แดงอมเทา เป็นต้น ที่ยอดเสาติดกิ่ง
ไว้แขวนโคม นอกจากนี้ก็มีแท่นหินสี่เหลี่ยมผืนผ้า
ด้านข้าง ๆ มีลายต้นไม้ มีรูปวัวบ้าง ม้าบ้าง มี
รูปคนจีนขี่บ้าง ยืนอยู่ข้าง ๆ บ้าง เออ... นี่เบญจ์
เชื่อมั้ย พระวิหารทิศมีทั้ง ๕ หลังแน่ะ
“อ้าว! ทำไมถึงเป็นเช่นนั้นล่ะ” เบญจ์
อาจจะนึกร้องถามฉันในใจ เอาละ ฉันจะเฉลยให้
ฟังนะ ก็ทิศตะวันออกแบ่งเป็น ๒ ช่วง คือ ชั้นใน
และชั้นนอกไงล่ะ ฉันจะคุยให้ฟังทีละวิหารดีกว่า เบญจ
จะได้เข้าใจ
พระวิหารทิศตะวันออกมุขหลัง คือด้านที่
หันหน้าสู่พระอุโบสถ ประดิษฐานพระพุทธรูปยืนหล่อ
ด้วยโลหะ สูง ๒๐ ศอก พระนามเดิมว่าพระโลก
นาถศาสดาจารย์ เดิมประดิษฐานอยู่ที่วัดพระศรี
สรรเพชญ์ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เข้าใจว่า
สมเด็จพระรามาธิบดีที่ ๒ แห่งกรุงศรีอยุธยา โปรด
ให้สร้างคราวเดียวกับพระพุทธศรีสรรเพชญ์ รัชกาลที่
ทรงเห็นว่าเคยเป็นพระพุทธรูปของวัดสำคัญด้วย
อยู่ในวังหลวง องค์พระชำรุดมาก จึงอัญเชิญมา
บูรณะ บรรจุพระบรมธาตุด้วย ภายหลังเอ่ยพระนาม
สั้น ๆ ว่า พระพุทธโลกนาถ
พระวิหารทิศตะวันออกชั้นนอก มีพระ
ประธานหล่อด้วยนาก ปางมารวิชัย รัชกาลที่
อัญเชิญมาจากวัดเขาอินทร์สวรรคโลก โปรดให้
กั ล ย า น ม ต ร
๖๙