ความรักและความรู้สึก วารสารกัลยาณมิตร ปี 2534 ฉบับที่ 5 หน้า 96
หน้าที่ 96 / 116

สรุปเนื้อหา

คบท่าน และถ้าท่านเป็นชายพูดอย่างนี้ ข้าพเจ้า จะสั่งสอนท่านให้เจ็บตัว เพื่อท่านจะได้ระวังวาจาของ ท่านไว้บ้าง ท่านพูดเป็นเชิงหมิ่นข้าพเจ้าว่าอยู่ใกล้ ใครก็จะรักคนนั้น เหมือนไฟอดลามเลียเชื้อเพลิงมิได้ ความจริงข้าพเจ้าเป็นคนรักยาก เมื่อบอกว่ารักใคร แล้วก็จะรักจริง ๆ และขอรักจนวันตาย” ชาลินีได้ยินดังนั้น ตกใจมาก เพราะไม่เคย เห็นอโศกโกรธอย่างนี้เลย ชโลธราและศีขรินก็ พลอยตกใจไปด้วย ศีขรินนั้นรู้จักนิสัยอโศกดีอยู่ เพราะ เคยอยู่ร่วมกันมานาน เมื่อรวบรวมสติได้แล้วชาลินี จึงกล่าวว่า “ข้าพเจ้าขออภัยท่านด้วย ที่กล่าวคำซึ่งท่าน ในบุคคลจํานวนนั้น ไม่พอใจฟัง ข้าพเจ้ากล่าวตามประสาชื่อโดยคำนึง ถึงหลักทั่ว ไปเป็นที่ตั้ง มิได้เฉลียวใจว่าอาจมี บุคคลบางคนที่ควรได้รับการยกเว้นจากหลักทั่ว ๆ ไป มีท่านรวมอยู่ด้วยผู้หน

หัวข้อประเด็น

- ความรักและความรู้สึก

ข้อความต้นฉบับในหน้า

“อยู่ใกล้กันอย่างนี้ อีกหน่อยก็มีอะไรพิเศษ เอง เวลานี้ท่านชอบต่อไปท่านอาจจะรัก” "ชาลินี!” อโศกพูดอย่างโกรธ "ข้าพเจ้า อภัยให้ท่านครั้งหนึ่งก่อน ในฐานะที่ท่านเป็นเพื่อนรัก ของชโลธรา ต่อไปท่านพูดอย่างนี้อีก ข้าพเจ้าจะเลิก คบท่าน และถ้าท่านเป็นชายพูดอย่างนี้ ข้าพเจ้า จะสั่งสอนท่านให้เจ็บตัว เพื่อท่านจะได้ระวังวาจาของ ท่านไว้บ้าง ท่านพูดเป็นเชิงหมิ่นข้าพเจ้าว่าอยู่ใกล้ ใครก็จะรักคนนั้น เหมือนไฟอดลามเลียเชื้อเพลิงมิได้ ความจริงข้าพเจ้าเป็นคนรักยาก เมื่อบอกว่ารักใคร แล้วก็จะรักจริง ๆ และขอรักจนวันตาย” ชาลินีได้ยินดังนั้น ตกใจมาก เพราะไม่เคย เห็นอโศกโกรธอย่างนี้เลย ชโลธราและศีขรินก็ พลอยตกใจไปด้วย ศีขรินนั้นรู้จักนิสัยอโศกดีอยู่ เพราะ เคยอยู่ร่วมกันมานาน เมื่อรวบรวมสติได้แล้วชาลินี จึงกล่าวว่า “ข้าพเจ้าขออภัยท่านด้วย ที่กล่าวคำซึ่งท่าน 1 ในบุคคลจํานวนนั้น ไม่พอใจฟัง ข้าพเจ้ากล่าวตามประสาชื่อโดยคำนึง ถึงหลักทั่ว ไปเป็นที่ตั้ง มิได้เฉลียวใจว่าอาจมี บุคคลบางคนที่ควรได้รับการยกเว้นจากหลักทั่ว ๆ ไป มีท่านรวมอยู่ด้วยผู้หนึ่ง อย่างไรก็ตาม ข้าพเจ้ายินดีที่ได้ฟังคำพูดของท่าน ทำนองนี้ ข้าพเจ้ายินดีสำหรับเพื่อนหญิงของข้าพเจ้า ชโลธรา ขอชโลธราจำคำพูดของอโศกไว้ด้วย โดย เฉพาะตอนที่ว่า "เมื่อบอกว่ารักใครแล้ว ก็จะรัก จริง ๆ และขอรักจนวันตาย” จวนค่ำแล้ว ทั้ง ๔ จึงได้มาถึงบ้านป่า ศีขรินแยกไปส่งชาลินี ส่วนอโศกและชโลธราเมื่อถึง บ้านแล้ว ชวนกันนั่งพักใต้ต้นซุ้มเฟื่องฟ้า ชโลธรามี ท่าทางหม่นหมองเล็กน้อย ภาพที่อโศกนั่งสนทนา กับสุมานอย่างใกล้ชิด ยังเป็นภาพติดตาเตือนใจ ของเธออยู่ พยายามห้ามมิให้คิดฟุ้งซ่านมากไป แต่ก็ห้ามไม่ค่อยสำเร็จ เรื่องของความรู้สึกทางใจ เป็นเรื่องที่รู้กันยากพูดกันยาก เธอคิดเปรียบเทียบ ตัวเธอเองกับสุมานี ธิดาสาวของอาจารย์ทิศาปาโมกข์ แล้วให้หวั่นใจยิ่งนัก เธอไม่เชื่อว่าเธอจะมีอะไร เหนือกว่าสุมานี้ เธอเชื่อว่าอโศกรักเธอ แต่ทางฝ่าย โน้นเธอจะเชื่อได้อย่างไรว่าอโศกจะไม่รักด้วย ความรัก เป็นเรื่องยุ่งไม่รู้จักจบ เมื่อยังไม่มี คนส่วนใหญ่ก็ พยายามแสวงหาหัวใจของคนเป็นอันมากว้าเหว่คร่ำ ครวญหาความรักเพื่อเป็นที่พักพิงทางใจ เมื่อได้มา แล้วก็ลำบากในการคุ้มครองรักษาความรักให้คงที่ รวม แล้วก็เป็นเรื่องยุ่งยากลำบากไม่มีที่สิ้นสุด ๙๔ ก ล ย า ณ ม ต ร “ชโลธรา! ท่านไม่สบายใจหรือ?” อโศก พูดโอบไหล่ของนางด้วยความถนอม “ไม่มีอะไร” ชโลธราตอบ "เดินทางนาน ๆ ครั้งเหนื่อยไปหน่อยเท่านั้นเอง” "ดูท่าที ท่านไม่ค่อยมั่นใจในความรักของ ข้าพเจ้า” อโศกพูด "ก็มีบ้าง” ชโลธรารับ "ท่านก็น่าจะทราบ ว่าสตรีนั้นมักระแวง” "ทำไม เรื่องสุมานี่น่ะหรือ?” "ท่านไม่มีอะไรกับสุมานี่หรือ?” ชโลธราถาม "ไม่มี" อโศกยืนยัน "ไม่มีจริง ๆ” ทั้งสองนิ่งกันไปครู่หนึ่ง ดอกเฟื่องฟ้าสี ชมพูร่วงพรูลงมาด้วยแรงลม แต่เขามิได้สนใจกับมันเลย เขาคิด ต่างคนต่างคิด อโศกดึงแขนหญิงสาวให้ลุก ขึ้นสวมกอดแต่เบา ๆ เคลียหน้าลงบนใบหน้าของ สาวน้อยบ้านป่าแล้วพูดว่า “ชโลธรา! ข้าพเจ้าขอยืนยันในความรัก ของข้าพเจ้าที่มีต่อท่าน เวลา ๓ ปีมิใช่เล็กน้อย มันมากพอที่จะพิสูจน์ให้ท่านเห็นว่า ข้าพเจ้ารัก ท่านจริงเพียงใด อนึ่งเมื่อพูดถึงเรื่องการอยู่และการ จาก เหลือเวลาอีก ๓ เดือนเท่านั้นที่ข้าพเจ้าจะ ต้องจากตักสิลาไป แต่ตักศิลาและปาฏลีบุตรเวลานี้ เป็นจักรวรรดิเดียวกัน ข้าพเจ้าจะไม่ลืมท่านเป็นอัน ขาดในชีวิตนี้ ท่านเป็นผู้สอนให้ข้าพเจ้ารู้จักคุณค่า แห่งรักแท้ว่าเป็นอย่างไร นุ่มนวลอ่อนหวานเพียงไหน คงไม่นานนักข้าพเจ้าจะมารับท่านไปสู่นครปาฏลีบุตร พร้อม ๆ กับที่ศีขรินรับชาลินีไป” เมื่อพูดถึงการจาก ชโลธราก็เศร้าสลดลง เธอไม่เคยกับการจาก อีก ๓ เดือน ๓ เดือนเท่านั้น หรือ? ที่เธอจะต้องว้าเหว่และเดียวดายต่อไป ในที่ สุดเธอก็ต้องพบความจริงแห่งชีวิตที่ว่า "ชีวิตนี้มี ความพลัดพรากเป็นที่สุด” เธอจะต้องประสบกับ สิ่งที่เธอกลัว หวั่นใจ มิใช่เพียงแต่ชโลธราเท่านั้น สตรีทุกคนทั่วโลกกลัวต่อการพลัดพรากจากคนอัน เป็นที่รัก ชีวิต! อนิจจา! ชีวิต ชีวิตเป็นอย่างนี้เอง! อ่านต่อฉบับหน้า
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More