ข้อความต้นฉบับในหน้า
กันเลย แม้จะเป็นพระวิหารคดหลังเดียวกัน แล้วนี่
มีตั้ง ๔ หลัง ก็รวมมี ๔ หน้าบันที่ลายไม่เหมือนกัน
อ้อ... มีอยู่หลังหนึ่งนะ หลังตรงทิศตะวันตกเฉียงใต้
ภายในมีพระรูปหล่อกรมหลวงชุมพรเขตต์อุดมศักดิ์ด้วย
ฉันเข้าไปกราบท่าน กราบเพื่อเบญจ์ขอให้เบญจ์
เรียนจบไว ๆ จะได้กลับมาเมืองไทยเสียที ฉันเสียง
เซียมซีด้วย แต่ไม่บอกนะว่าดีหรือไม่ ก็เสี่ยงหลาย
พระวิหารเลยจำไม่ได้ น่าแปลกและน่าขำที่ว่าแทบ
ทุกพระวิหารมีเซียมซี ทั้ง ๆ ที่เซียมซีเป็นของคนจีน
แต่เพราะคนไทยมีนิสัยชอบเสี่ยงนะ เลยเสี่ยงกระทั่ง
ให้ใบเซียมซีมาชี้ว่าเราจะทุกข์หรือสุขเป็นไฉน
เอ้า... ย้อนมาเรื่องพระวิหารคดต่อนะจ๊ะ
ด้านหน้าคดเข้าไปมีประตู ด้านละ ๒ ประตู ตั้ง
รูปสิงโตหินของจีนประตูละ ๒ ตัว รวม ๔ พระวิหาร
๑๖ ประตู ก็รวมเป็นสิงโต ๓๒ ตัว ภายในประดิษ
ฐานพระพุทธรูปขนาดเท่าตัวคน ล้วนแต่เป็นพระ
พุทธรูปที่รัชกาลที่ ๑ โปรดให้ไปนำมาจากวัดร้าง
ตามหัวเมืองต่าง ๆ ตามที่เคยเล่าให้เธอฟังฉบับที่
แล้วไง สมัยพระราชนัดดาของพระองค์คือรัชกาลที่
ก็เคยบูรณะพระวิหารคดครั้งใหญ่ที่หนึ่งแล้ว มา
ซ่อมอีกที่สมัยรัชกาลที่ 5 ครั้งสุดท้ายตอนฉลองกรุง
๒๐๐ ปี พร้อมพระอุโบสถนั่นแหละ
3
ที่
ส่วนพระวิหารน้อย ๒ หลัง สร้างในรัชกาล
๓
๑ รัชกาลที่ โปรดให้รื้อสร้างใหม่ยาวตาม
แนวกำแพงที่คั่นกลางเขตพุทธาวาส หลังคาลดมุข
๒ ข้าง พื้นมุขหน้ามุขหลังปูหินอ่อน ซุ้มประตูหน้า
ต่างลายปูนปั้นปิดทองประดับกระจก ข้างในก่อฐาน
พระวิหารคด
ตั้งพระพุทธรูปปั้นเป็น ๒ ฟากตามความยาวของ
พระวิหารเป็นกรุเก็บพระพุทธรูปและพระคัมภีร์ที่ชำรุด...
มีสิงโตหินเฝ้าที่บันไดทางขึ้นลงด้วยนะจ๊ะ
B
ศาลารายรอบวัด ท่านพระครูสุนทรโฆษิต
แห่งวัดโพธิ์ เคยเล่าให้ฉันฟังว่า เดิมมี ๑๖ ศาลา
ไม่มีเฉลียง ไม่มีชั้นลด ก่อล้อมอย่างเป็นช่องกุฏิ
ต่อมารัชกาลที่ ทรงรื้อก่อใหม่ ต่อเป็นเฉลียง
รอบตัวและลดพื้นเป็น ๒ ขั้น แค่ ๓ ด้าน ด้าน
หน้าและด้านสะกัดทั้งสอง (ด้านสะกัดในที่นี้ หมายถึง
ด้านข้างจะเห็นท่านพูดคำนี้ แปลกดีเลยใช้บ้าง)
ต่อมารื้อออกหลายหลัง แล้วสร้างใหม่อีกในรัชกาล
ปัจจุบันจนเท่ากับจำนวนเดิม
ศาลารายเฉพาะศาลาเก่า มีศิลาจารึกติด
บนเสาในและเสาเฉลียง บอกตำราหมอนวด ตำรา
ฤษีดัดตน ตำรายาเด็ก สุภาษิตต่าง ๆ เช่น สุภาษิต
พระร่วง สุภาษิตโลกนิติคำโคลง เป็นต้น โดย
เขียนไว้บนแผ่นศิลา แต่ตัวหนังสือจางเสียมาก หลุด
หายไปก็หลายแผ่นพระครูท่านบอกว่า แต่ก่อนนี้รูป
ฤษีดัดตนท่าต่าง ๆ เคยอยู่บนศาลารายเหล่านี้ มี
คำอธิบายประกอบท่า บอกวิธีแก้เมื่อยขบ แก้วิ่ง
เวียน หรือแก้อะไรต่อมิอะไรบ้าง แต่เดี๋ยวนี้ฤษี
ตน เหลือ ๒๐ คงได้ ทางวัดจึงนำไปตั้งไว้บนเขามอ
ที่ฉันเคยเล่า
ก่อนไงจ๊ะ
๔๒
และส่งรูปมาให้เบญจ์ดูแล้วในฉบับ
๒ เขต
ที่จริงนั้นเขตพุทธาวาสยังแบ่งเป็น
ใหญ่ ๆ โดยมีกำแพงภายในกั้นจากแนวเหนือลงใต้
คั่นด้วยพระระเบียงล้อมพระมหาเจดีย์
ทำให้เกิด
กั ล ย า ณ ม ต ร ๖๕