ข้อความต้นฉบับในหน้า
มนุษย์และของสัตว์นั้นเป็นลักษณะของดับเบิ้ลฮีลิค
คือเหมือนกับบันไดเกลียวที่ขนกันขึ้นไป นาย
วัตสันนั้นเป็นนักวิทยาศาสตร์ที่มีชื่อเสียงของฮาร์
วาร์ด และได้รับรางวัลโนเบลหลังจากนั้นไม่นาน
ก็เป็นการค้นคว้าวิจัยที่เปิดประตูไปสู่ความเข้าใจ
ในเรื่องพันธุกรรมศาสตร์อย่างมาก และทำให้
วิชาพันธุกรรมศาสตร์เจริญก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว
ตั้งแต่นั้นมา นักวิทยาศาสตร์ก็หารหัสเคมี รหัส
ทางชีววิทยา ซึ่งอยู่ในบันไดเกลียวเหล่านี้ได้มาก
ขึ้นทุกวัน ๆ จึงสามารถจะรู้รายละเอียดของสารเคมี
ต่าง ๆ เหล่านี้เกือบทั้งหมด และในเกลียวขน
ของ DNA เหล่านี้ ในมนุษย์เราจะมีทั้งหมด ๒๓
คู่ด้วยกัน ซึ่งเรียกว่า โครโมโซม (Chromo-
some) เป็นแม่แบบของกายมนุษย์และเป็นต้น
แบบของการสร้างสารประกอบทางด้านชีวเคมี
เกือบทุกอย่าง มีการคำนวณกันว่าในเส้นของDNA
ที่ขุดกันเป็นเกลียวมีรหัสอยู่ประมาณ ๓,๐๐๐ ล้าน
รหัสด้วยกัน และรหัสต่าง หล่านี้ เมื่อมา
เขียนเรียงกันเข้าแล้ว สามารถมีตัวอักษรใช้แทน
ได้ โดยใช้ตัวอักษร ๔ ตัว หมุนเวียนผลัดเปลี่ยน
กันไปเป็นข้อมูลพื้นฐานของการเป็นมนุษย์ ถ้านำ
เอาข้อมูลทั้งหมดเหล่านี้มาเขียนเป็นตัวอักษรติดกัน
เป็นพืดจะได้เป็นหนังสือหนา ๖๐๐ หน้า แต่ละ
หน้าได้ประมาณ ๒,๐๐๐ ตัวอักษร จะได้
หนังสือทั้งหมด ๒,๕๐๐ เล่ม
ในปัจจุบันโครงการนี้กำลังคืบหน้าไปอย่าง
รวดเร็ว และข้อมูลเกี่ยวกับรหัสทางพันธุกรรมของ
มนุษย์กำลังออกมาเรื่อย ๆ และเป็นที่คาดกันว่า
ภายในระยะเวลาไม่เกิน ๑๐ ปี จำนวนรหัส
๒,๕๐๐ เล่ม ทั้งหมดนี้จะออกมาเป็นข้อมูลที่
ชัดเจน ในจำนวนรหัสมากมายเหล่านี้มีประมาณ
๔,๐๐๐ รหัสที่นักวิทยาศาสตร์ปัจจุบันทราบว่า
เป็นต้นกำเนิดของโรคทางพันธุกรรมมากมาย
ปัญหาคือว่าอะไรจะเกิดขึ้นเมื่อโลกรู้จักข้อมูล
กั ล ย า ณ ม ต ร ๕๓