ข้อความต้นฉบับในหน้า
มีอันสูญเสียไปเช่นนี้
เขาเสียใจมาก... นี่หาก
เป็นทองของเขาเองเก็บ
ไว้ใช้ส่วนตัว เขาจะไม่
เสียดายเท่ากับทองที่จะ
ไปบูชาอาจารย์เลย...
โอกาสที่จะทดแทนอา
จารย์จะต้องถูกเลื่อนออก
ไปอีกหรือ เลื่อนออกไป
เป็นสิบปีทีเดียว... โอ...
เนิ่นนานเกินไป... เนิ่น
นานเกินไป นานขนาด
นั้นอาจารย์คงคิดว่าเขา
พูดพล่อย ๆ ประจบ
ประแจงขอเรียนเปล่า ๆ แล้วเงียบหายไป แล้ว
หากว่าในเวลาที่ทอดยาวออกไปข้างหน้า อาจารย์
เกิดล้มหายตายจากไปก่อนเล่า หรือมิฉะนั้น เขา
เกิดเจ็บไข้ได้ป่วยตายไป เขามิต้องกลายเป็นคน
ตระบัดสัตย์อกตัญญูดอกหรือ เมื่อไม่อาจทดแทน
คุณอาจารย์ได้...
พราหมณ์หนุ่มเฝ้าครุ่นคิดด้วยความไม่
สบายใจ แล้วในที่สุดเขาจึงค่อย ๆ สรุปความคิด
ให้แคบเข้ามาว่า เขาจะต้องรีบหาทางตอบแทน อา
จารย์ให้เร็วที่สุด เพราะฉะนั้น การรับจ้างสอนวิชา
อีกเกือบ ๑๐ ปีจึงไม่ทันการแน่ เขาจะต้องหาทอง
ให้ได้ในเร็ววัน!
ใครล่ะที่จะให้ทองเขาได้ในภาวะยากแค้น
เช่นนี้
ชาวบ้านหรือ ไม่มีทาง เพราะทุกคนยากจน
ทั้งสิ้น
พ่อค้าหรือ ยาก เพราะเขาต้องเก็บเงินทอง
ไว้ลงทุน
ข้าราชการหรือ เป็นไปไม่ได้ เพราะทุกคน
ก็มีพอกินพอใช้เท่านั้น
แล้วใครล่ะที่จะมีทองให้เขาได้ในแผ่นดินนี้
นอกจากพระราชาคือพระเจ้าพรหมทัตผู้ขูดรีดราษฎร
พระองค์นี้เท่านั้น!
แต่การที่จะเดินทางเข้าวังไปขอทองจาก
พระเจ้าพรหมทัตนั้นย่อมเป็นไปไม่ได้เช่นกัน เขาคิด
หาอุบายว่า จะทำอย่างไรดี พระเจ้าพรหมทัตจึงจะ
มารับทราบความทุกข์ของเขา และปลดเปลื้องเขา
๑๐๖ ก ล ย า ณ ม ต ร
ให้พ้นทุกข์นี้... แล้วใน
ที่สุดเขาก็คิดอุบายได้
พราหมณ์หนุ่ม
จึงแต่งกายเรียบร้อย
ห่มผ้าเฉวียง นั่งสมาธิ
อยู่ริมแม่น้ำคงคา ชาว
บ้านในละแวกนั้นเห็น
พราหมณ์นั่งสมาธิอยู่ก็
นำข้าวปลาอาหารมาให้
แต่เขาไม่ใยดี แม้วันรุ่ง
ขึ้นชาวบ้านนำอาหารมา
ให้อีก เขาก็ไม่รับประทาน
ชาวบ้านต้องเก็บอาหาร
กลับไป และนำไปบอก
เล่าให้แก่เพื่อนบ้านอื่น ๆ ต่างก็พากันมาสอบถามว่า
ทำไมจึงไม่รับประทานอาหารที่เขามามอบให้พราหมณ์
เอาบุญ
ไม่ว่าใครจะมาพูดมาซักถามอะไร พราหมณ์
หนุ่มไม่ยอมปริปากเจรจาด้วย เขานั่งนิ่งเหมือน
พระพุทธรูปอยู่ริมแม่น้ำนั่นเอง
ในยุคสมัยนั้น แม้คนส่วนใหญ่จะยากจน
แต่การที่ใครคนใดคนหนึ่งตั้งใจอดอาหารเป็นเรื่องที่
ไม่ธรรมดา ไม่ปกติเสียแล้ว คงจะมีเหตุอาเภทขึ้น
ในบ้านเมืองเป็นแน่ ยิ่งคนที่เป็นพราหมณ์ทรงความ
รู้ด้วยแล้ว ก็ยิ่งเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันหนาหูขึ้นอีก
วันต่อมา ชาวเมืองหลวงได้เดินทางมาดู
พราหมณ์อดอาหาร ข่าวก็กระพือพัดโจษจันกัน ต่อ ๆ
ไปอีก คนจากเมืองไกลก็พากันมาดู
เพียงวันที่ 5 ที่พราหมณ์อดอาหารเท่านั้น
เรื่องนี้ก็ทราบเข้าไปถึงในวัง ราชบุรุษถูกส่งมาดู
พราหมณ์ถามหาสาเหตุ แต่พราหมณ์หนุ่มไม่ปริปาก
พูดกับใคร ๆ เลย
พระเจ้าพรหมทัตทรงทราบจากราชบุรุษว่า
พราหมณ์อดอาหารถึง 5 วันแล้ว ซ้ำยังไม่ยอมพูด
จากับใครด้วย ก็ทรงเดือดร้อนพระทัย เพราะแม้ว่า
พระองค์จะรีดนาทาเร้นราษฎรอย่างไร แต่ในน้ำก็
ยังมีปลา ในนาก็ยังมีข้าว ผลหมากรากไม้ยังมีอยู่
ทุกหัวระแหง เผือกมันยังมีอยู่ตามป่า ต่อให้คน
ยากจนที่สุดในแผ่นดินซึ่งไม่มีแม้เสื้อผ้าจะพ้นกายก็
ย่อมไม่อดอาหาร แต่พราหมณ์ผู้นี้มานั่งอดอาหารถึง
5 วันแล้ว ถ้าเขาตายไปคงต้องมีเหตุร้ายเกิดขึ้นใน