ข้อความต้นฉบับในหน้า
ในพระสูตรนี้กล่าวถึงทางสายกลาง (มัชฌิมาปฏิปทา)
ว่าประกอบด้วยมรรคมีองค์ ๘ ดังจะยกค่าแปลที่หลวงพ่อ
วัดปากน้ำฯ ได้แปลไว้ในเทศนาของท่านเรื่อง ธัมมจักกัป
วัตตนสูตร มาแสดงดังนี้
“อยเมว อริโย อฏรงฺคิโก มคฺโคฯ เสยฺยถึทฯ
หนทาง ๘ ประการไปจากข้าศึกคือกิเลสได้คือ
สมมาทิ^ริ
ความเห็นชอบ
สมฺมาสงฺกปฺโป
ความด่า ชอบ
สมมาวาจา
กลาววาจาชอน
สมฺมากมฺมนฺโด
ท่าการงานซอน
สมมาอาชีโว
เลี้ยงชีพชอน
สมมาวายาโม
เพียรชอบ
สมมาสติ
ระลึกชอบ
สมฺมาสมาธิ
ตั้งใจชอบ
นี่ประกอบด้วยองค์ ๘ ประการ
อยู๋ โข สา ภิกฺขเว มชฺฌิมา ปฏิปทา ตถาคเดน อภิ
สมพุทธา จักขุกรณี ณาณกรณี อุปสมาย อภิญฺญาย สมุ
โพสาย นิพฺพานาย ลวดคติฯ
อย่างนี้เหละภิกษุทั้งหลาย อย่างนี้แหละข้อปฏิบัติ
อันเป็นกลางที่พระตถาคตเช้าตรัสด้วยปัญญาอันยิ่ง กระ
ข่าวความเห็นให้เป็นปกติ กระทำความรู้ให้เป็นปกติ ย่อม
เป็นไปเพื่อความออกไปสงบระงับ เพื่อความรู้ยิ่งรู้พร้อม
ซึ่งพระนิพพาน”
ในคืนวันที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้ พระองค์ประทับนั่ง
สมาธิ “บิ๊กใจ” ของพระองค์ท่านเพียงอย่างเดียวเท่านั้น
ทางสายกลางคือมรรคมีองค์ ๘ คงไม่น่าจะหมายถึงความ
ประพฤติทั่วๆ ไปในชีวิตประจำวัน แต่น่าจะหมายถึงการ
“ชิกใจ” ที่ทำให้พระองค์ทรงตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
แต่เมื่อพิจารณาดูดามความรู้ที่มีปรากฏอยู่ในพระสูตรนี้ เพื่อ
หาหนทางการ “ขิกใจ” ตามทางสายกลาง ก็ไม่พบวิธีการ
“ขิกใจ” เลย
ตามทาง
ความมืดมนของการค้นหาการ “บิ๊กใจ”
สายกลางมีมานานนับพันปี ไม่อาจจะมีใครให้ความหมาย
ทำความเข้าใจในการ “ฟักใจ” ตามทางสายกลางนี้ได้เลย
จนเมื่อหลวงพ่อวัดปากน้ำท่านได้เข้าถึงธรรมกาย ทางสาย
กลางที่ดูมืดมัวเตือนลาง เหมือนจะเห็นแต่ก็ไม่เห็น ก็ได้
ปรากฏหนทางการปฏิบัติ “ฟักใจ” ตามทางสายกลางได้อย่าง
มีนาคม ๒๕๕๐
ชัดเจน
หลวงพ่อได้อธิบายไว้ในพระธรรมเทศนาเรื่อง ธัมม
จักกัปปวัตตนสูตร ถึงเรื่องการปฏิบัติ “บิ๊กใจ” ตามทาง
สายกลางว่า
"กลางนี่ลึกซึ่งนัก ไม่มีใครรู้ใครเข้าใจกันเลย ธรรม
ที่เรียกว่า ข้อปฏิบัติอันเป็นกลางนะ ในทางปฏิบัติแปลว่า
ถึงเฉพาะซึ่งกลาง
อะไรถึง
ต้องเอาใจเข้าถึงซึ่งกลาง เอาใจเข้าไปถึงซึ่งกลาง
กลางอยู่ตรงไหน....
มีมนุษย์นี่มีแห่งเดียวเท่านั้น ศูนย์กลางกายมนุษย์”
จากพระธรรมเทศนาของท่าน ทำให้พอเข้าใจได้ว่า
การเอาใจ “ถึงเฉพาะซึ่งกลาง” ที่ศูนย์กลางกายคือ หลักการ
ปฏิบัติ “ขิกใจ” ตามทางสายกลาง
ถ้าเช่นนั้นที่ในพระสูตรกล่าวว่า ทางสายกลางคือ
หลวงพ่อได้อธิบายไว้ใน
มรรคมีองค์ ๘ นั้นคืออะไรเล่า
พระธรรมเทศนาเรื่อง ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร ว่า
“นี่ที่ไปถึงพระตถาคตเช้าอย่างนี้ ไปถึงธรรมกาย
เช่นนี้ไม่ได้ไปทางอื่นเลย ไปทางปฐมมรรค ไปกลางดวง
ธรรมามุปัสสนาสติปัฎฐาน (ดวงปฐมมรรค) ดวงศีล ดวง
สมาธิ ดวงปัญญา ดวงวิมุตติ ดวงวิมุตติญาณทัสสนะ
(เรื่องดวงต่าง ๆ นี้จะได้กล่าวถึงในตอนต่อไป)
ดวงศีลคืออะไร ดวงศิลปะคือ อัมมาวาจา อัมมาร
กัมมันโต อัมมาอาชีโว อริยมรรค ๓ องค์นั้นเรียกว่า ดวงศีล
ดวงสมาธิ อัมมาวายาโมอัมมาสติ อัมมาสมาธิ อริย
มรรค ลึก ๓ องค์
ดวงปัญญา อัมมาทิฏฐิ อัมมาอังกัปโป
เป็นแปดองค์ในอริยมรรคนั้นทั้งสิ้น”
รายละเอียดของมรรคมีองค์ ๘ ที่หลวงพ่อกล่าวว่า
อยู่ในนั้น คืออยู่ในดวงศีล สมาธิ ปัญญา เป็นอย่างไร คง
ต้องอาศัยการปฏิบัติให้เข้าถึงธรรมกายแล้วเข้าไปเรียนรู้ในสิ่ง
เหล่านี้ต่อไปอีก แต่ในการศึกษาภาคปริยัติก็มีกล่าวถึงมรรค
มีองค์ ๘ ว่า ถ้าย่นย่อลงมาแล้วก็เหลือ ห คือ ศีล สมาธิ
ปัญญา ซึ่งหลักปริยัติและปฏิบัติตรงกัน
ส่วนการเอาใจ “ถึงเฉพาะซึ่งกลาง" นั้น จะมีวิธีการ
ปฏิบัติอย่างไร หลวงพ่อก็ได้กล่าวว่าทำด้วยวิธีการทำใจให้
“หยุด” เพียงอย่างเดียว หลวงพ่อได้กล่าวไว้ในหวะธรรม
กัลยาณมิตร