ข้อความต้นฉบับในหน้า
สมลักษณ์ ฒเกต
ผู้ประกาศ555 แก่งกากตะเฉ
คุณ....คือบุคคลสําคัญของโลก
โดย กองบรรณาธิการ
“ธรรมได้สถาปนาคนต่ำต้อยมาแต่เดิม ให้เป็นผู้ประเสริฐ
ระป๋ธไปทั่วโลก ธรรมมีอานุภาพหาที่เปรียบมิได้ ธรรมไม่เคย
ตายและจะไม่ตาย ขอให้วางใจในธรรมเถิด ดีกว่าวางใจในกิ่ง
ใดๆ ในโลกทั้งหมด"
วาทะของนักปราชญ์ท่านหนึ่งยุดขึ้นมาในใจ ทุกครั้งที่ได้
ยินได้ฟังเรื่องตัวอย่างของบุคคลผู้ประสบความสำเร็จ มีความ
สุขสมบูรณ์ที่แท้จริงในชีวิต อันเนื่องมาจากเขาเหล่านั้นต่างได้
ยึดถือเอาธรรมะของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นสรณะให้กับชีวิต
ตั้งแต่เรื่องราวของพระอรหันตสาวกในสมัยพุทธกาลเรื่อยมาถึง
ชีวิตของอุบาสก อุบาสิกา และทานบดีตั้งหลายในปัจจุบัน
อมตธรรมของพระพุทธเจ้าได้รับการเผยแผ่สืบทอดต่อมา
และยังคงให้ผลต่อการพิสูจน์มาแล้วทุกยุคทุกสมัย ในปัจจุบัน
การเผยแผ่พระพุทธศาสนายิ่งขจรขจายกว้างไกลออกไปสู่ใจของ
ขาวโลก ให้เขาตั้งหลายได้อาบดื่มกิน ได้รับรสอันสงบสุข ชุ่ม
เย็น ชื่นใจ ยิ่งกว่าสายธารใดๆ และยิ่งเทคโนโลยีในโลกสมัยใหม่
เจริญมากขึ้นเพียงใด ก็ยิ่งมีผลให้การเผยแผ่พระพุทธศาสนาเป็น
ไปอย่างกว้างขวางรวดเร็วมากยิ่งขึ้นเพียงนั้น
คุณสมลักษณ์ นพเกตุ กัลยาณมิตรท่านหนึ่งซึ่งมีส่วน
ผลักต้นกงล้อธรรมจักรให้หมุนไปอย่างรวดเร็ว ได้เล็งเห็นและ
ตระหนักถึงคุณค่าของการนำธรรมะเข้าสู่ใจของคน ตั้งแต่ก่อน
เข้านอน จนถึงตื่นนอนในตอนเช้า เธอเล่าถึงสาเหตุที่พสิกมัน
ชีวิตจากคนธรรมดาสามัญ สู่แม่ทัพภาคอากาศผู้ประกาศธรรม
ครอบคลุมพื้นที่ตั้งหมดในภาคตะวันออกของประเทศไทย
“ในสมัยแรกๆ ประมาณปี ๒๕๓๐ ซึ่งเป็นปีทอดกฐินที่มี
คุณยายอาจารย์อุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง ท่านเป็นประธานใหญ่
ครั้งแรก ดิฉันได้ทำหน้าที่ผู้นำบุญ เชิญชวนคนไปร่วมงานได้
กัลยาณมิตร
ประมาณ ๑๔ ต้นรถบัส การทำงานในครั้งนั้นนับเป็นงานใหญ่
ที่สุดของชีวิต ซึ่งไม่เคยทำมาก่อน ต้องออกไปพูดชักชวนคนใน
ทุกๆ บ้าน ทุกๆ หลัง ซึ่งการพูดแต่ละครั้งกว่าจะอธิบายให้เขา
เข้าใจเรื่องของบุญ เรื่องการทำทานที่สูกเนื้อนาบุญ เรื่องของวัด
อะไรต่างๆ ก็ต้องใช้เวลามากกว่าจะเปิดใจเขาได้ วันหนึ่งๆ เข้า
บ้านโน้นออกบ้านนี้กว่าจะได้สัก ๓-๔ คน ก็หมดเวลาไปวันหนึ่ง
แล้ว ประสบการณ์ตรงนี้จึงได้จุดชนวนความคิดว่า ทำอย่างไร
จึงจะไม่เสียเวลามาก พูดได้ครั้งเดียวคนพึงพร้อมกันเป็นจำนวน
มากๆ ก็คิดได้ว่าจะต้องใช้เสียงของตัวเองเป็นผู้ประกาศธรรมจึง
จะดีที่สุด หลังจากนั้นก็ไปกราบเรียนพระเดชพระคุณหลวงพ่อ
ธัมมชโย ท่านก็เมตตาตั้งชื่อวายกาวให้ว่า "ธรรมบันเพิง” หรือ
“บันเพิงธรรม” ซึ่งเผอิญดิฉันเกิดจำไม่ได้ว่าท่านตั้งชื่อไหนให้
ก็เลยตัดสินใจจัดรายการวิทยุตั้ง ๒ รายการ ๒ สถานี ตั้งภาค
คำและภาคเช้า โดยภาคค่ำจัดรายการ “ธรรมบันเทิง” เป็นเรื่อง
ของธรรมะสบายๆ โดยอาศัยเสียงเพลงเป็นสื่อ ให้คนพิงได้รับ
ตั้งสาระธรรมและความบันเทิงควบคู่กันไป ส่วนในภาคเช้าจัด
รายการ “บันเพิงธรรม” เป็นเรื่องราวปกิณกธรรม รวมทั้งการ
นำนั่งสมาธิเบื้องต้น โดยเปิดเทปนำนั่งสมาธิของพระเดชพระ
คุณหลวงพ่อธัมมชโย ให้ผู้พิงทางบ้านที่เพิ่งสนนอน ร่างกายได้
พักผ่อนสดชื่นดีแล้ว จิตใจจะได้พักผ่อนสดชื่น ใสๆ ไปตามเสียง
นำนั่งสมาธิด้วย พร้อมตั้งแจ้งข่าวสารงานบุญของทางวัดให้ผู้
พิงทางบ้านได้ทราบด้วย”
แรกๆ ของกาวทำงานแม้ว่าจะไม่เคยมีประสบการณ์ ไม่
เคยร่ำเรียนมาในสาขาวิชาชีพนี้โดยตรง เพราะในเบื้องต้นไม่
เคยมีความคิดว่า จะต้องใช้เสียงของตนเป็นสื่อกลางในการกล่าว
\^/ มีนาคม ๒๕๔๐
อ่านต่อหน้า ๔๐