ข้อความต้นฉบับในหน้า
Tagga
ผลไปเรื่อยๆค่ะ และในที่สุดนุ่นเชื่อมั่นว่านุ่นจะทําได้สําเร็จ
นั่นว่า เวลานั้นจะทําสิ่งใดก็ตาม มันต้องอาศัย
ความเพียร ตั้งใจจริงและกำลังใจที่จะทําให้ต่อเนื่อง นั่น
ยังต้องปรับปรุงเรื่องความตั้งใจจริง คือความตั้งใจนุ่นมี
แต่ยังมีในระยะสั้น แค่ ๒-๓ วัน ระยะยาวนี่ยังมีไม่พอ
ต้องค่อยๆ เพิ่มค่ะเพิ่มแบบสบายๆ เพราะถ้าเพิ่มแบบตั้ง
ใจมากไปนั่นคงท่าไปได้แป๊บเดียวเดี๋ยวก็ทนไม่ไหว เลิก
เสียก่อน สนั่นท่าแบบค่อยๆ เพิ่ม เพิ่มทีละนิดๆ แต่ให้
มันชินเป็นนิสัยดีกว่า มั่นคงกว่าค่ะ แต่ว่าก็ต้องแล้วแต่คน
นะคะ นุ่นว่าบางคนก็คงจะไม่ถนัดท่าแบบนี้ก็ได้ อาจจะ
ถนัดท่าทีเดียวรวดมากกว่า แต่ละคนก็คนละสไตล์ จริง
ไหมคะ เขียนเรื่องอุดมการณ์เสียนานเชียว นั่นยังไม่ได้
เล่าให้แม่ฟังเลยว่า วันที่ ๓ ม.ค. ตอนนั้นนักเรียนอภิญญา
ก็กำลังเดินอยู่ หลวงพี่ชัยยันต์ท่านม่านมา พวกเราจึง
เรียนถามท่านว่า มีบุญอะไรให้พวกเราท่าบ้าง (หลวงพี่อยู่
ฝ่ายพิธีกรรม) ท่านถาม “พูดจริงหรือเปล่า ถ้าพูดจริง
เดี๋ยวตอนบ่าย ๓ โมง หลวงพี่จะให้งาน ให้ไปรอที่สภาฯ”
(หลังคามุงจาก) นักเรียนอภิญญาอยากท่าอยู่แล้วจึงตกลง
คือจริงๆ แล้วอยากท่ามานานแล้วค่ะ แต่ยังไม่มีโอกาส
ครั้งนี้ได้โอกาสจึงดีใจกันใหญ่ วันนั้นก็ไปที่สภาฯ นุ่นก็ได้
ท่าเชือกมงคลที่จะใช้ในวันงานที่ ๕ ม.ค. น่าเชือกไปติด
แถบกาวสีแดงทุกๆ ๒ เมตรของเชือก มีวนเชือก มีส่วน
หนึ่งแบ่งไปลงพื้นที่ วันนั้นท่าถึง ๑ ทุ่มกว่าๆ นั่นได้ไปดู
พื้นที่แป๊บนึง ไปขนรูปหลวงพ่อวัดปากน้าๆที่ใช้ในวันงาน
ไปเก็บไว้
วันลัดมาวันที่ 5: วันนี้เริ่มท่าประมาณ ๓ โมง ขน
รูปหลวงพ่อวัดปากน้ำฯไปไว้บริเวณหน้าสภาธรรมกาย
หลังใหม่ จะต้องขนประมาณ ๑ แสนรูป บริเวณพื้นที่แดด
แรงและมากไปด้วยฝุ่น ท่าจนถึง ๑๑ โมงกว่าๆ ยกรูปขึ้นรถ
ลงรถ รูปหลวงพ่อวัดปากน้ำฯที่คุณแม่ถือในวันงานนั่นแหละ
ค่ะ คุณแม่ได้ถือ ๑ แม่นคงรู้สึกเบา แต่ว่าเวลานั้นขน ขน
ครั้งละมากๆ จึงรู้สึกหนัก เวลาขนนุ่นจะยกรูปด้วยความ
เคารพและจะไม่ให้รูปหล่นเลยแม้แต่รูปเดียว ขณะท่ารู้สึก
ว่าแดดร้อน ฝุ่นเยอะ หนัก แต่ชื่นใจ ดีใจว่าเราได้ท่าบุญ
กัลยาณมิตร
A
(203
ภูมิใจว่าได้มีโอกาสท่าและเราท่าอย่างเต็มกำลัง ไม่ได้
กลัวชุดเลอะ ผิวจะด่า แต่เราท่าเต็มที่เลย ขึ้นรถ 6 ล้อ
ขนไปขนมา ทุกคนบีดิและสนุกสนานกันมาก
วันนั้นเรารีบทานอาหารกลางวันแล้วไปรับบุญต่อ
ช่วงบ่ายขนลังเชือกไปหน้าแถวที่เป็นล็อกเชือกนะคะ มี
ร้อยกว่าแถว ก็ร้อยกว่าลัง ขนเสร็จก็เอาแม่นเลขไปแม็คติด
ตอนนั้นแดดกำลังได้ที่เลยหละค่ะ ร้อนมาก นุ่นท่าไป
เหงื่อไหลไปและตรึกไปด้วย ช่วงเย็นก็ขึงเชือกตามบริเวณ
ที่จะกั้น ดิดแถบกาวสีแดง และงานอื่นๆ อีก จนถึงเวลา ๒
ทุ่ม จึงกลับมาทานปานะอาบน้ำกัน วันนี้นุ่นประทับใจมาก
เพราะได้ลุยอย่างสุดๆ ทั้งวัน
วันต่อมาคือวันที่ ๕ ม.ค. เป็นวันงานตอกเสาเข็ม
ต้นสุดท้ายมหาวิหารพระมงคลเทพมุนี และเป็นวันอาทิตย์
ต้นเดือนด้วย ช่วงเช้าไปประกอบพิธีบูชาข้าวพระที่สภา
หลังใหม่ นั่นได้มั่งบริเวณช้างหลังคุณยายอาจารย์ เวลา
นั่งสมาธิก็วางใจเฉยๆ นิ่งและพยายามไม่ให้หลับ นึก
นิมิตเป็นระยะ เมื่อพิธีภาคเช้าเสร็จ จึงกลับไปท่าภารกิจ
เมื่อถึงเวลาก็ไปที่บริเวณลานวิหาร ได้นั่งข้างหลังคุณยาย
เหมือนเดิมค่ะ นั่งไปเรื่อยๆ สักพัก สาธุชนก็เดินมาถึงใน
บริเวณพิธี วันนี้พระเดชพระคุณหลวงพ่อท่านอยากจะให้
ลูกๆ ถือภาพหลวงพ่อวัดปากน้ำฯ นั่นจึงได้เห็นภาพสาธุ
ชนทยอยเดินกันมาและถือภาพหลวงพ่อวัดปากน้ำฯ เดิน
มากันจนครบประมาณหนึ่งแสนกว่าคน เดินกันมาอย่าง
เป็นระเบียบ เป็นแถว สวยงามมาก เห็นภาพหลวงพ่อวัด
ปากน้ำฯ เต็มไปหมด
แล้วช่างภาพก็เริ่มเก็บภาพ นุ่นอยากจะให้คนทั่ว
โลกได้เห็นภาพนี้เร็วๆ คนอื่นเขาจะได้สงสัย แล้วก็จะเป็น
เหตุให้อยากจะมานั่งสมาธิ เพื่อให้เข้าถึงธรรมกาย ภาพ
ถ่ายนี้สื่อความหมายได้ดีคือนั่นเห็นภาพแล้วยังรู้สึกได้เลยว่า
สาธุชนเนี่ยต้องมีความเคารพ เทิดทูนหลวงพ่อวัดปากน้ำฯ
มากแน่ๆ รวมถึงวิชชาธรรมกายด้วย เพราะไม่อย่างนั้น
จะยอมเดิน ยอมยืนกลางแดดที่ร้อนแรง ท่ามกลางคนมากๆ
เพียงเพื่อจะถือภาพชูภาพไปทําไม นั่นว่า เวลาที่คนอื่น
เขาเห็นภาพนี้ เขาจะต้องสัมผัสได้ถึงความรู้สึกที่สาธุชน
31.
มนาคม ๒๔๔๐