การกรวดน้ำและการทอดผ้าบังสุกุล วารสารกัลยาณมิตร ปี 2540 ฉบับที่ 3 หน้า 87
หน้าที่ 87 / 146

สรุปเนื้อหา

น้อยคนนักที่จะเข้าใจ ชิ้นที่จริงพระสวดก็เพื่อ รักษาศีล และเจริญภาวนา อย่างใดอย่างหนึ่ง ต้องการเตือนใจคนเป็น มิได้เจตนาให้ผู้ตาย หรือทุกอย่าง ฉะนั้นเมื่อจะกรวดน้ำ ควรใช้น้ำ ฟังเพราะผู้ตายไม่รับรู้รับฟังอะไรทั้งสิ้น ด้วย สะอาดและตั้งใจแม่ส่วนกุศลอุทิศแก่ผู้ตาย (ล้า เหตุนี้บางวัดจึงมีการแปลบทพระอภิธรรมเป็น รู้ชื่อ ควรเอ่ยชื่อด้วย) ที่จริงนั้นการกรวดน้ำไม่ ภาษาไทย แล้วสวดเป็นภาษาบาลีสลับภาษา ว่าเป็นต้องอุทิศส่วนกุศลให้เฉพาะเจาะจงแก่ผู้ ไทยจนครบ 5 จบ เพื่ออย่างน้อยผู้ไปงานศพ จะได้พอเข้าใจบ้าง เมื่อพระสวดพระอภิธรรมจบแล้ว จึงมี การทอดผ้าบังสุกุล วิธีทอดผ้าบังสุกุล เจ้าภาพนำผ้าบังสุกุล ไปวางขวางบนผ้า (ภูษา) โยง ซึ่งวางทอดอยู่ หน้าพระสงฆ์ ไม่ต้องประเคน เมื่อทอดผ้าบัง สุกุลแล้วจึงกราบพระแล้วหันไปกราบศ

หัวข้อประเด็น

- การกรวดน้ำและการทอดผ้าบังสุกุล

ข้อความต้นฉบับในหน้า

น้อยคนนักที่จะเข้าใจ ชิ้นที่จริงพระสวดก็เพื่อ รักษาศีล และเจริญภาวนา อย่างใดอย่างหนึ่ง ต้องการเตือนใจคนเป็น มิได้เจตนาให้ผู้ตาย หรือทุกอย่าง ฉะนั้นเมื่อจะกรวดน้ำ ควรใช้น้ำ ฟังเพราะผู้ตายไม่รับรู้รับฟังอะไรทั้งสิ้น ด้วย สะอาดและตั้งใจแม่ส่วนกุศลอุทิศแก่ผู้ตาย (ล้า เหตุนี้บางวัดจึงมีการแปลบทพระอภิธรรมเป็น รู้ชื่อ ควรเอ่ยชื่อด้วย) ที่จริงนั้นการกรวดน้ำไม่ ภาษาไทย แล้วสวดเป็นภาษาบาลีสลับภาษา ว่าเป็นต้องอุทิศส่วนกุศลให้เฉพาะเจาะจงแก่ผู้ ไทยจนครบ 5 จบ เพื่ออย่างน้อยผู้ไปงานศพ จะได้พอเข้าใจบ้าง เมื่อพระสวดพระอภิธรรมจบแล้ว จึงมี การทอดผ้าบังสุกุล วิธีทอดผ้าบังสุกุล เจ้าภาพนำผ้าบังสุกุล ไปวางขวางบนผ้า (ภูษา) โยง ซึ่งวางทอดอยู่ หน้าพระสงฆ์ ไม่ต้องประเคน เมื่อทอดผ้าบัง สุกุลแล้วจึงกราบพระแล้วหันไปกราบศพ หาก การทอดผ้าบังสุกุลนั้น ทอดโดยเจ้าภาพเพียง ที่ตายแล้วเท่านั้น จะอุทิศแก่สรรพสัตว์ทั่วไป ก็ได้เช่นกัน หลังการถวายเครื่องไทยธรรมแล้ว ก็ กรวดน้ำ โดยประธานสงฆ์จะเริ่มกล่าวอนุโมทนา ขึ้นว่า “ยะถา วาริวะหา...” จึงจับเต้าน้ำหรือ แก้วน้ำที่ใส่น้ำสะอาด มีภาชนะรองรับน้ำที่ กรวดแล้ว รินน้ำลงภาชนะรองรับโดย คอยๆ ไม่ขาดสายพร้อมกับกล่าวว่ากรวดน้ำในใจว่า “อีทัง เม ญาตีบัง โหตุ สุขิตา โหนตุ ญาดะโย” คนเดียว เจ้าภาพก็เพียงประนมมือไหว้พระรูป หรือกล่าวเป็นค่าไทยว่า “ขอให้...จงอนุโมทนา แรกรูปเดียว ต่อเมื่อทอดผ้าบังสุกุลชุดสุดท้าย แล้วจึงกราบพระ แล้วกราบศพ เมื่อทอดผ้าแล้วอย่าเพิ่งลุก แต่พึงประนม มือฟังพระสวดบังสุกุลก่อน โดยจะขึ้นต้นสวด ว่า “อะนิจจา วะตะ สังขารา,, จบแล้วจึง ถวายไทยธรรม คอกไม้ธูปเทียน และใบปวารณา " แสดงจำนวนเงิน (ถ้าต้องการถวายเงิน) จาก นั้นจึงกรวดน้ำ ปัจจุบันเรามักจะเห็นเจ้าหน้าที่ทางวัด ในส่วนกุศลที่ข้าพเจ้าได้ทำในครั้งนี้เถิด” หรือ “ขอบุญกุศลที่ข้าพเจ้าได้บำเพ็ญนี้ จงอำนวย ผลให้วิญญาณของ...ไปสู่สุคติเถิด” หรือล้า ต้องการกรวดน้ำให้คนเป็น ก็ควรกล่าวว่า “ขอ บุญกุศลที่ข้าพเจ้าบำเพ็ญแล้วนี้ จงอำนวยผล ให้เป็นประโยชน์เกื้อกูลและความสุขแก่บรรดา ญาติของข้าพเจ้าด้วยเถิด” (ซึ่งจะตรงกับภาษา บาลีที่ว่า “อิทัง เม ญาตีบัง โหตุ สุขิตา โหนตุ ญาตะโย”) จัดให้เจ้าภาพถวายไทยธรรม และดอกไม้รูป เมื่อพระกล่าวอนุโมทนาจบที่ค่าา “มะ เทียนก่อน จึงให้ทอดผ้าบังสุกุล ผู้เขียนเคย ณิโชติ ระโส ยะถา” จึงรินน้ำที่เหลือทั้งหมด ถามเจ้าหน้าที่ทางวัด เขาก็ให้เหตุผลดีคือผู้ที่ ลงในที่รองรับ แล้ววางเต้าน้ำ นั่งประนมมือ เป็นเจ้าภาพและผู้ที่ทอดผ้าบังสุกุลมักเป็นผู้สูง รับพรที่พระสงฆ์สวดต่อไป เมื่อพระสวดมนต์ อายุ ขาแข้งไม่ค่อยดี ลุกนั่งหลายครั้งไม่สะดวก ให้พร “สัพพีติโย... อายุ วรรโณ สุขัง พะลัง” ถ้าทอดผ้าก่อน ก็ต้องคุกเข่าลงนั่งถวายของ จบแล้วจึงกราบ ครั้ง เป็นเสร็จพิธี พระแล้วกลับไปนั่งเก้าอี้ อีกประเดี๋ยวก็ต้องลุก มาคุกเข่าถวายไทยธรรมอีก ไม่สะดวก จึงให้ ถวายของก่อนถวายดอกไม้ธูปเทียน และทอด ผ้าบังสุกุล แล้วนั่งฟังพระสวดบังสุกุลจนจบ จึงกลับไปนั่งที่เดิม การกรวดนํ้าเป้นการอุทิศแม่ส่วนกุศลที่ ตนได้บำเพ็ญแล้วด้วยการทำบุญให้ทาน การ มีนาคม ๒๕๕๐ O ๓ สหน้ำที่กรวดแล้วให้นำไปเทในที่แจ้ง หรือโคนต้นไม้ใหญ่ ผู้ใหญ่บางท่านบอกว่า ขณะเทน้ำลงบนพื้นดินให้กล่าวฝากน้ำกรวดไว้ กับพระธรณีด้วย ปัญหาเรื่องการกรวดน้ำมีข้อ ถกเถียงกันอยู่เป็น ๒ นัย คือ ๑.ขณะเทน้ำกรวดลงในภาชนะรองรับ นิยมเทลงบนนิ้วชี้ ถือว่าทำให้เกิดสมาธิดีขึ้น กัลยาณมิตร ...........
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More