คำภาวนาในงานศพ วารสารกัลยาณมิตร ปี 2540 ฉบับที่ 3 หน้า 89
หน้าที่ 89 / 146

สรุปเนื้อหา

เหล่านั้น แขกผู้มีเกียรติเขาตั้งใจมาเคารพศพ หรือ พันโททองขาว พ่วงรอดพันธ์ หรือขอขมาศพดังนั้นเจ้าภาพไม่ควรละเลยทิ้งไว้ และนาวาตรีทองใบ หงส์เวียงจันทร์ (๒๕๓๒ : ค่าภาวนาที่ใช้ในงานศพ เพื่อประโยชน์แก่ผู้ที่ยังไม่เคยไปงานศพ แต่ต้องไปลักวันหนึ่งเป็นแน่ หรือผู้เคยไป แต่ ไม่ทราบว่ามีคำภาวนาใด ใช้ในโอกาสใด เขียน จึงขอคัดลอกคำภาวนาที่ใช้ในงานศพ มาไว้ท้ายเรื่องประเพณีการทำศพ โดยขอเขียน คำภาวนาให้อ่านออกเสียงอย่างอ่านภาษาไทย ต่าภาวนาเวลารดน้าศพ ๕๖๙) เขียนแนะในหนังสือมงคลพิธี ฉบับมหา จุฬาบรรณาคารว่า “กายะกัมมัง วะจีกัมบัง มะโนกัมมัง อโทสิกัมบัง สัพพะปาปัง วินัสสะตุ คำแปล การทำทางกาย การพูดทาง วาจา การคิดทางใจ จงอโหสิกรรม สิ้นกัน หมดเวรหมดกรรม บาปทั้งปวงจงหมด ด่าภาวนาเวลาทอดผ้าใต้พระบังสุกุล “นามะรูปัง อะ

หัวข้อประเด็น

- คำภาวนาในงานศพ

ข้อความต้นฉบับในหน้า

เหล่านั้น แขกผู้มีเกียรติเขาตั้งใจมาเคารพศพ หรือ พันโททองขาว พ่วงรอดพันธ์ หรือขอขมาศพดังนั้นเจ้าภาพไม่ควรละเลยทิ้งไว้ และนาวาตรีทองใบ หงส์เวียงจันทร์ (๒๕๓๒ : ค่าภาวนาที่ใช้ในงานศพ เพื่อประโยชน์แก่ผู้ที่ยังไม่เคยไปงานศพ แต่ต้องไปลักวันหนึ่งเป็นแน่ หรือผู้เคยไป แต่ ไม่ทราบว่ามีคำภาวนาใด ใช้ในโอกาสใด เขียน จึงขอคัดลอกคำภาวนาที่ใช้ในงานศพ มาไว้ท้ายเรื่องประเพณีการทำศพ โดยขอเขียน คำภาวนาให้อ่านออกเสียงอย่างอ่านภาษาไทย ต่าภาวนาเวลารดน้าศพ ๕๖๙) เขียนแนะในหนังสือมงคลพิธี ฉบับมหา จุฬาบรรณาคารว่า “กายะกัมมัง วะจีกัมบัง มะโนกัมมัง อโทสิกัมบัง สัพพะปาปัง วินัสสะตุ คำแปล การทำทางกาย การพูดทาง วาจา การคิดทางใจ จงอโหสิกรรม สิ้นกัน หมดเวรหมดกรรม บาปทั้งปวงจงหมด ด่าภาวนาเวลาทอดผ้าใต้พระบังสุกุล “นามะรูปัง อะนิจจัง นามะรูปัง ทุกขัง ค่าภาวนาเวลารดน้ำศพมีหลายตำรา เขียนต่างกัน ขอให้ผู้อ่านเลือกใช้ตามความ นามะรูปัง อะนัดดา” เหมาะใจ เพราะความหมายก็คล้ายกัน คือ ขออโหสิกรรมต่อผู้ตาย ซึ่งเราอาจจะล่วงเกิน ด้วยกาย วาจา ใจ จะโดยตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ ก็ตาม ดังเช่น “อิทัง มะตะกะสะรีรัง อุทะกัง วิยะ สัญจิดัง อะโหสิกัมบัง” ค่าวแปล ขอร่างนี้จงอโหสิกรรมเหมือน น้ำที่ข้าพเจ้าได้รดแล้วนี้เกิด (คือน้ำที่รดแล้วจะแห้งเหือดไป เสมือน หมดเวรหมดกรรมต่อกัน) คำแปล นามรูป (ร่างกาย) ไม่เที่ยง นามรูปเป็นทุกข์ นามรูปไม่ใช่ตัวตน คำภาวนาเวลาเผาศพ ค่าภาวนาเวลาเผาศพ ใช้เหมือนกับค่า ภาวนาเวลารดน้ำศพ คือขออโหสิกรรมเหมือน กัน นอกจากนี้พระยาอนุมานราชธน (๒๕๐๕ : ๒๑ะ®) ยังเสนอแนะว่า ผู้ไปงานเผาศพควร เตือนใจและพิจารณาตนเองถึงความตายด้วย ค่าภาวนา ““อะยัมปิโข กาโย เอวังธัมโม เอวังภาวี หรือพระเทพวิมลโมลี (๒๕๒๒ : ๑๔๕) ไต้แนะไว้ในหนังสือระเบียบปฏิบัติของชาวพุทธ เอวังอะนะตีโต “อิหัง มะตะกะสะรีรัง อาสัญจิโตทะกัง วิยะ อะโหสิกัมบัง” คำแปล ร่างกายที่ตายแล้วนี้ ย่อมเป็น อโหสิกรรม ไม่มีโทษเหมือนน้ำที่รดแล้วฉะนั้น นอกจากนี้ท่านยังกล่าวว่า อาจภาวนาสั้นๆ ก็ได้ “กายะกัมมัง วะจีกัมบัง มะโนกัมมัง อะโหสิกัมมัง โหนตุ" คำแปล ข้าพเจ้าได้ล่วงเกินต่อท่าน ด้วย กายก็ดี ด้วยวาจาก็ดี ด้วยใจก็ดี ขอท่านได้โปรดอโหสิกรรมให้แก่ข้าพเจ้า ค่าแปล ถึงกายของเรานี้ ต้องมีอย่างนี้ เป็นธรรมดา คงเป็นอย่างนี้เหมือนกัน ไม่ล่วงพ้นความเป็นอย่างนี้ (ความตาย) ไปได้ ด้วยเถิด กัลยาณมิตร มีนาคม ๒๕๔๐
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More