ข้อความต้นฉบับในหน้า
ตรัสสิ่งใดย่อมเป็นจริงเช่นนั้นเสมอ จึงเกิดโกลาหลครั้งใหญ่ ในหมู่ ตรัสธรรมีกถาอันประเสริฐไพเราะ
ความสุขที่เกิดขึ้นในใจของเขาปาน เทวดาและมนุษย์ทั้งหลายต่างก็ช่วย จับใจ ทำให้ผู้ฟังเกิดอาการสุขกาย
ประหนึ่งว่าจะได้เป็นดั่งพุทธพยา กันป่าวประกาศไปทั่วทั้งชมพูทวีป สบายใจ ตัวเบาใจเบาดังจะลอยอยู่
กรณ์นั้นในวันรุ่งขึ้น ชีวิตของเขา เพื่อให้ทุกคนได้ทราบอย่างทั่วถึง บนอากาศ ส่วนพราหมณ์นั้นนั่งฟัง
นับแต่นั้นมาจึงดำรงอยู่เพื่อประกอบ จะได้มีโอกาสมาฟังพระธรรมเทศนา ธรรมอยู่ท้ายสุดของพระมหาวิหาร
กุศลกรรมต่างๆ ทั้งการรักษาศีล เพื่อจะได้ทำคุณประโยชน์ให้เกิดขึ้น พระธรรมเทศนานั้นได้ชำแรกหยั่ง
และถวายทานนานัปการ จนตลอด ทั้งต่อตนเองและผู้อื่น
อายุขัย เมื่อละจากอัตภาพในชาติ
นั้นแล้วก็ได้ไปบังเกิดเสวยสมบัติทั้ง
ลงในจิตใจของเชาท่าให้เกิดปีติ ๕
ในวันนั้นพราหมณ์สามีและ ประการ แม่บ้านไปทั่วทุกขุมขนใน
ร่างกาย ในขณะที่เวลานั้นเป็นปฐม
ภรรยาได้ปรึกษากันว่าใครควรจะไป
ในภพเทวดาและมนุษย์วนเวียนกัน ฟังธรรม ในเวลาใด
“เธอจะไปฟังธรรมในเวลา
ไปหลายภพหลายชาติ
จนกระทั้งม่านมาถึงกัปที่ ๙๔ กลางวันหรือกลางคืน” พราหมณ์
เขาได้จุติจากเทวโลกมาบังเกิดใน สามีถามภรรยาเพื่อให้โอกาสเธอ ผืนนี้ไปถวายแด่พระบรมศาสดา
ตระกูลพราหมณ์เก่าแก่ตระกูลหนึ่ง ตัดสินใจเลือกก่อน
ซึ่งมีฐานะยากไร้ ได้แต่งงานอยู่กิน
กับนางพราหมณี แต่ด้วยเหตุที่ว่า บ้านในเวลาค่ำมืดคงไม่เหมาะนัก พลันความตระหนี่ที่เป็นตัวอกุศลก็
ทั้งสองคนผัวเมียมีผ้าห่มอยู่เพียง การจะไปฟังธรรมได้ก็ต้องเป็นเวลา
ยามที่พระพุทธองค์ทรงแสดงธรรม
แรงปีติท่าๆให้พราหมณ์ดึงผ้าห่ม
ออกมาจากตัวด้วยคืดว่า จะนำผ้า
แต่ขณะที่กำลังพับผ้าห่มให้
“ดิฉันเป็นหญิง การออกนอก
เรียบร้อยเพื่อจะนำไปถวายนั้น
ผืนเดียว จึงได้ชื่อเรียกว่า เอกสาฎก
พราหมณ์ เขาทั้งสองผลัดกันใช้ผ้า
กลางวันคงจะดีที่สุด” นางพราหมณี
ผุดขึ้นในใจของพราหมณ์ด้วยความ
คิดแวบขึ้นมาว่า หากตนถวายผ้า
กลาวตอบ
ห่มผืนเดียวนี้เสียแล้ว ทั้งตนและ
ห่มผืนนั้นคนละครั้ง
คือถ้า
“ถ้างั้นเป็นอันตกลงว่า เธอ
นางพราหมณีผู้ภรรยาก็จะไม่มี
พราหมณ์สามีออกจากบ้านก็ห่มผ้า
จะไปฟังธรรมในเวลากลางวัน ส่วน
ผืนนั้นออกไปโดยให้ภรรยาอยู่บ้าน พี่จะไปฟังธรรมในเวลากลางคืน”
หากภรรยาออกจากบ้านก็ห่มผ้าผืน
นั้น สามีก็ต้องอยู่บ้าน เป็นต้น
ในคราวหนึ่งพราหมณ์สามี
เมื่อตกลงกันเรียบร้อยแล้ว
โอกาสไปไหนนอกบ้านได้อีกเลย
เพราะขาดผ้าห่มเสียแล้วนั่นเอง
ด้วยแรงแห่งความคิดนี้จึงทำให้เขา
ในวันแสดงธรรม ยามกลางวันนาง
พราหมณีก็ให้สามีเมาบ้าน ส่วนตน
ลังเลใจ ไม่อาจถวายผ้าผืนนั้นได้
ตามความตั้งใจแต่ต้น
ได้ยินข่าวมาว่า พระวิปัสสีพุทธเจ้า
ก็ห่มผ้าผืนเดียวผืนนั้นไปฟังธรรม
ซึ่งประทับอยู่ทีมฤคทายวัน กรุง
พอถึงเวลากลางคืน ตนก็เท่าบ้าน
พันธุมดี จะทรงแสดงพระธรรม
ให้พราหมณ์สามีห่มผ้าผืนนั้นไปฟัง
เทศนา ซึ่งเป็นธรรมะที่ทุกคนต่าง ธรรมตามที่นัดหมายกันไว้
รอคอยเพราะในทุกๆ ปี พระ
เมื่อใกล้ถึงวันที่จะทร
ที่จะทรงแสดงธรรม
พระวิปัสสีพุทธเจ้าทรงแสดง
ธรรมีกถาล่วงไปถึงมัชฌิมยาม ความ
ซาบซึ้งในพระธรรมดื่มเข้าสู่ใจ
บรมศาสดาวีปัสสีพุทธเจ้าจะทรง ตีพุทธเจ้ากำลังประทับนั่งบนอลง ศรัทธาที่จะถวายผ้าห่มผืนเดียวที่
แสดงธรรมเพียงครั้งหนึ่งเท่านั้น
กตธรรมาสน์ท่ามกลางพุทธบริษัท ตนมีอยู่ ครั้นแล้วเมื่อหวนระลึกถึง
พระหัตถ์ข้างหนึ่งทรงจับพัดอันวิจิตร ความยากลำบากของตนและ
กัลยาณมิตร (ป๒๖)
มีนาคม ๒๔๔๐
ของพราหมณ์หนุ่ม เขาเกิดความ
ภายในมหาวิหาร พระวิบัสฯ
ปีติยิ่งกว่าปฐมยาม เกิดความ