ข้อความต้นฉบับในหน้า
พระมโหสถ
เรือง : สํานานเก่า
ภาท : -9พงศ์ จิลหนัง
ความเดิม
----
เมื่อพระนางอุทุมพรเทวีทราบเรื่อง จึงเข้าไปกราบทูลพระเจ้าวิเทหราชให้ทรงทราบความจริงว่า
มโหสกเพียงคนเดียวเท่านั้นที่แก้ปริศนาได้ และอาจารย์ทั้งสี่ตอบท่าถามได้เพราะขอร้องให้มโหสกช่วย
เหลือพวกตนนั้นเอง พระเจ้าวิเทหราชจึงทรงดำริตั้งปัญหาข้อใหม่ เพราะทรงต้องการจะทดลองไหวพริบ
ปฏิภาณของมโหสกและอำมาตย์ทั้ง ๔ โปรดให้บุคคลทั้งหมดมาเข้าเสา แก้วตรัสถามว่า “คนมีปัญญาแต่
ไม่มีทรัพย์กับคนมีทรัพย์แต่อับปัญญา อย่างไหนจะประเสริฐกว่ากัน” มโหสกกราบทูลว่าคนมีปัญญาย่อม
ประเสริฐกว่าคนมีทรัพย์ เพราะคนมีปัญญาย่อมเป็นคนไม่ประมาท ทนั้นท่าทาน รักษาศีล เป็นบุญกุศล
ส่งให้ไปถึงพระนิพพาน ส่วนคนมีทรัพย์แต่อับปัญญา มีชีวิตอยู่ด้วยความประมาท ย่อมมีบาปอกุศลติดตัว
ไม่ในชาติหน้า ฝ่ายอาจารย์คราบทูลว่า คนมีทรัพย์ย่อมประเสริฐกว่าคนมีปัญญา โดยยกตัวอย่างเรื่อง
โควินเศรษฐีให้ทรงสดับอีกด้วย
กาพย์ยานี ๑๑
เล่นกพฤฒาจารย์ ชักตำนานเปรียบเทียบมา
ไหลไปยังสมุทร
มีไต้หยุดเป็นอัตรา
ทูลแก่พระราชา
ให้ผ่านทําทราบคดี
ไปพิ่มเติมขึ้นมา
สมุทราลึกด้วยดี
มนุษย์ก็ยกไว้ จะเปรียบไปให้ถ้วนถี่
เขาเรียกว่าสมุทรไท เขามีได้เรียกนที่
ต้นไม้ในพงที
นั้นย่อมมีผลหนักหนา
คงคาอันไหลรี่
ชื่อไม่มีลับลี้ไป
สุกห่ามงามไสว
ที่อาศัยแก่นกกา
คนมีเต้ปัญญา ดั่งคงคาสุราลัย
ปักษีแลปักษา
บิน ไปมาได้อาศัย
น้อยทรัพย์ลับลี้ไป
อุปไมยดั่งนั้นมา
เหมือนหนึ่งคนมีทรัพย์ เขาย่อมนับว่าเป็นใหญ่
อนึ่งคนศักดิ์ศรี
ย่อมเป็นที่คนพึ่งพา
คนยากจนเข็ญใจ
ย่อมอาศัยได้เมื่อจน
เหมือนหนึ่งชลรารา
หมู่มัจฉาย่อมอาศัย
อนึ่งดังคงคา
อันไหลมาทุกแห่งหน
ไต้โปรดซึ่งเกศา
ขอผ่านทําทราบพระมัย
ย่อมไหลไปปัดดล
ยังสายชลสมุทรไท
โดยจริงดั่งนี้ไชร้
จงทราบใต้บทมาลย์
แม่น้ำอันไหลมา
แต้พงปาพนาไพร
วิเทห์พระราชา
มังวาจาเฒ่าอาจารย์
ไหลตึงตะบึงไป
ย่อมมีไต้กลับคืนมา
เปรียบเทียบเป็นนิทาน
พระภูบาลตรัสมันที
กัลยาณมิตร /'T'X
๑๒๘
มีนาคม ๒๕๔๖