ข้อความต้นฉบับในหน้า
กินเราก็กินอย่างนี้ทุกวัน เสื้อผ้าก็ใส่อย่างนี้ทุกวัน ทำงานอย่าง
นี้ทุกวัน ต้องให้ชีวิตมีที่พึ่งบ้าง แม้เงินที่ฝากแข็งค์ไว้ก็ใช่ว่าจะ
ปลอดภัยเสมอไป แรกๆ บางคนก็พึ่งบ้างไม่พึงบ้าง ต่อๆ มาเขา
ก็เข้าใจ”
กุศโสบายซักชวนลูกน้องในบริษัทให้รู้จักและเริ่มหาบุญ
เป็นวิธีการที่ทั้งคุณกมลและคุณยุพาภรณ์มีความรักปรารถนาดี
ทั้งอยากจะให้พวกเขาได้มีที่พึ่งของชีวิตเช่นกัน
“ก็ค่อยๆ เริ่มชวนเขาไปวัด ใหม่ๆ ไม่ค่อยไป คือจะมีข้อ
ข้างสารพัด ไปครั้งหนึ่งแล้วก็หายไปเลยไม่ไปอีก ก็เลยมานั่งดีด
ว่าจะทำอย่างไรดี แล้วก็คิดได้ตอนไปนั่งทำใจใสๆ ที่สวนบัว
สำหรับคนที่ทางานกับเราทุกคน เราไม่อยากทั้งเขาเลย อยากให้
เขาได้สร้างบุญเช่นเดียวกับเราด้วย ผมก็คิดหลายๆ ด้าน ให้ได้
ประโยชน์มากที่สุดทั้งเขาและเราด้วย ก็คิดสอดคล้องกับนโยบาย
ของบริษัทว่าทำอย่างไรลูกน้องได้ประโยชน์ เราไม่เอาเปรียบคน
ยื่น อยากให้ทุกฝ่ายเสมอภาคกัน"
“ในส่วนนี้เราก็เข้าใจนะคะว่า ทุกคนเขาก็มีปัญหาของ
เขาอยู่ บางอย่างบางเรื่องก็แตกต่างกันไป และเป็นไปไม่ได้ที่
เราจะคอยแก้ปัญหา คอยช่วยเหลือไปเสียหมด ปัญหาต้องแก้ที่
ตัวของเขาเอง ดิฉันและคุณกมลก็จะคุยธรรมะ ให้หลักในการ
แก้ปัญหา บอกเขาว่าเธอต้องแก้ปัญหาของเธอเอง เอาธรรมะ
ข้อนี้ๆ ไปใช้ ถ้าปฏิบัติได้ก็แก้ได้”
0
“ก็เลยอยากให้เขาได้เห็นผลบุญทันตา ผมจึงคิดโครงกาว
ไม่วัดวันละ ๕๐๐ ขึ้น คือถ้าใครไปวัดวันอาทิตย์ผมก็ให้ปัจจัย
๕๐๐ บาท ถือว่าเป็นวันท้างาน หรือถ้าใครไม่เอาเงินก็อนุญาต
ให้ลาหยุดได้อีก 9 วัน กลัวเขาจะว่าเราจ้าง แต่จริงๆ แล้วก็จ้าง
อยากให้เขาไปวัด แล้วดีอย่างไร ผมก็อธิบายให้เขาฟัง เขาก็
มองหน้าผม ผมไม่รู้ว่าใจเขาคิดอย่างไร เมื่อเขาไปวัดกลับมา
แล้วเขาก็ได้รับผลบุญหันตา คือได้ปัจจัยคนละ ๕๐๐ บาท บาง
คนก็บอกว่า พี่ผมไม่เอาหรอก เขาเกรงใจและซาบซึ้งใจ แต่
พอได้ปัจจัยก็ยิ้มนะ ผมบอกเขาว่าปัจจัยนี้เอาไปสร้างองค์พระ
ธรรมกายประจำตัวก็ได้ แต่ตอนนี้บางคนก็เข้ามาบอกกับผมว่า
ไม่ต้องจ้างหรอกเขาไปได้ เดี๋ยวจะเป็นเหมือนถูกบังคับ ผมก็
บอกว่า ถ้าผมไม่บังคับคุณจะไปหรือ ผมจำเป็นต้องทำอย่างนี้
เพราะอยากให้คุณได้บุญกุศลด้วย ได้แนวทางชีวิตที่ดีด้วยและ
ผมก็จะบังคับคุณเพียง 10 ครั้ง ถ้าคุณเห็นว่าไปวัดแล้วไม่ดีก็ไม่
ต้องไปอีก ผมทำท่าเหมือนสมัยเด็กๆ เราก็เคยถูกพ่อแม่บังคับไป
โรงเรียนใช่ไหม ทำนองเดียวกัน ให้ไปวัดครั้งแรกอย่าเพิ่งปฏิเสธ
ผมให้โอกาสดีๆ ในชีวิตคุณแล้วคุณปฏิเสธทำไม ถ้าไม่ดีค่อยว่า
กันใหม่ ผมจริงใจและปรารถนาดีกับเขา ก็พูดให้เขาคิดว่าทำไม
ผมต้องยอมเสียเงิน เสียเวลาทำงาน เสียวันหยุดพิเศษให้เขา
ทั้งอีกหลายๆ คนที่ให้ขึ้นปฏิบัติธรรมที่สวนบัว ก็ยอมเสียเงินให้
ยอมเสียเวลาให้อีก 0 อาทิตย์ แถมเงินพิเศษติดกระเป๋าให้ไปทำ
บุญเพิ่มอีก คือทุกๆ วันที่ไปปฏิบัติธรรม เขาจะต้องได้บุญทั้ง
ทำทาน รักษาศีล และเจริญภาวนา บุญกุศลก็เป็นของคุณ คุณ
จะเห็นผลจะพิสูจน์ได้ด้วยตัวของคุณเอง ส่วนผมก็ได้บุญใน
ส่วนของผม”
จากการเสียสละทั้งปัจจัย ผลงานและเวลาในการทำงาน
ให้บริษัท เพื่อให้พนักงานที่ทำงานร่วมกันได้รับประโยชน์สูงสุด
ในชีวิต ได้ส่งผลสะท้อนกลับมายังผูให้ทั้งคุณกมลและคุณยุพา
กรฟ คือทุกคนในบริษัทมีความเข้าใจในเรื่องของบุญ มีสัมมา
ทิฏฐิ ตั้งใจทำงานด้วยความประณีตมากยิ่งขึ้น และเหนืออื่นใด
คือความรักความเข้าใจอนดีซึ่งกันและกัน
“กิจการดอนนี้ก็ดีขึ้นเรื่อยๆ ในฐานะของคนที่ท่าธุรกิจ
หรือไม่ว่าจะอยู่ในอาชีพไหนก็ตาม จะพบเจออุปสรรคมากน้อย
เพียงใดก็ตาม แต่เมื่อมีโอกาสจะทำในสิ่งที่ดีก็ทำให้ดีที่สุด ต้อง
มีความอดทน มีธรรมะ เช่นธรรมะที่ใช้ในการมีชีวิตร่วมกัน
อิทธิบาท ๔ พรหมวิหาร ๔ จำเป็นมาก แม้แต่เรื่องการทำทาน
รักษาคือ นั่งสมาธิ ก็ต้องทำอย่างสม่ำเสมอ เพราะสิ่งนี้จะมีผล
ต่อการทำงานทั้งสิ้น อุปสรรคต่างๆ จะผ่านพ้นได้ง่าย ถ้าท่า
ธุรกิจอย่างไม่มีธรรมะ อาจจะไม่มีหลักในการตัดสินใจที่ดี แล้ว
ข้อผิดพลาดจะตามมาได้ง่าย ถ้าทางานอย่างไม่มีธรรมะอาจจะ
ได้เงินมากก็จริง แต่สักวันหนึ่งคนรอบช้างอาจจะหายไปหมด
แต่ถ้าเราทำธุรกิจอย่างหนักแน่นในธรรมะ ธุรกิจของเราจะไปดี
ขึ้นเรื่อยๆ จะมีคนมาช่วยเรามากขึ้น ธุรกิจจะขยายขึ้นอย่าง
มั่นคง และจะไม่มีอุปสรรคต่างๆ มาทาลาย จะมีคนคอยรักษา
ผลประโยชน์ให้เราด้วย"
ทุกคำพูดหนักแน่นด้วยพลังแห่งความหวังดีที่ถ่ายทอดออก
มาจากประสบการณ์ชีวิตบนถนนสายธุรกิจ ที่แม้จะไม่ใช่ผู้ประ
กอบการรายใหญ่ แต่ก็มั่นใจได้ว่ามั่นคงและปลอดภัยตามแนว
ทางของผู้ประพฤติธรรมดังเรื่องราวของคุณกมล คุณยุพากรณ์
หรรโรจนาบุญ ผู้เป็นเจ้าของคำพูดในความหมายว่า “เราไม่ทั้ง
ลูกน้องและเพื่อนพ้องสัมพันธชน” เพื่อให้พวกเขาทั้งหลายได้
ก้าวเข้ามาสู่เส้นทางแห่งความดีเช่นกัน
กัลยาณมิตร
มีนาคม ๒๕๕๐