การทำงานเพื่อพระศาสนา วารสารกัลยาณมิตร ปี 2540 ฉบับที่ 3 หน้า 98
หน้าที่ 98 / 146

สรุปเนื้อหา

อัจฉรีน ศฟุสะอาด ต่อจากหน้า ๔๒ แต่ในวันนี้ พัทยากลับเป็นยิ่งกว่าวันวาน พัทยาที่เคย สวยงามยามแรกอรุโณทัยกลับทอประกายเจิดจ้าไปยิ่งกว่า ด้วยว่า ขุนพลกล้าแห่งกองทัพธรรม ได้กระหน่ำธรรมเถรีกังวานก็กล้อง ไปทั่วทั้งจักรวาล “เมื่อแสงธรรมเจิดจ้าแล้ว กองทัพแล้วตะวันออกไทย สุ่มเทสุดหัวใจ ท่องจาริกไปเผยแผ่พระธรรม ไปถึงไหนสว่างถึง นั่น อุปสรรคไม่เคยหวั่น มุ่งมั่นก้าวเดินต่อไป จนแผ่นดินไทย เปลี่ยนเป็นแผ่นดินธรรม” เสียงเพลง “กองทัพแล้วตะวันออก” กังวานขึ้นครั้งใด ท่าให้เห็นภาพเหล่าขุนพลกล้าแห่งกองทัพธรรมภาคตะวันออก ต่างทุ่มเทกายใจ ท่องจาริกไปเพื่อทำหน้าที่ “ยอดกัลยาณมิตร” นำพาเพื่อนพ้องและสัมพันธชนไปผู้เส้นทางธรรม โดยมีปลาย ทางคือ “งานบุญใหญ่ของวัดพระธรรมกาย” เป็นเป้าหมาย คุผลจึงวีย์ พันธุสะอาด หรือ "พี่จาด”

หัวข้อประเด็น

- การทำงานเพื่อพระศาสนา

ข้อความต้นฉบับในหน้า

อัจฉรีน ศฟุสะอาด ต่อจากหน้า ๔๒ แต่ในวันนี้ พัทยากลับเป็นยิ่งกว่าวันวาน พัทยาที่เคย สวยงามยามแรกอรุโณทัยกลับทอประกายเจิดจ้าไปยิ่งกว่า ด้วยว่า ขุนพลกล้าแห่งกองทัพธรรม ได้กระหน่ำธรรมเถรีกังวานก็กล้อง ไปทั่วทั้งจักรวาล “เมื่อแสงธรรมเจิดจ้าแล้ว กองทัพแล้วตะวันออกไทย สุ่มเทสุดหัวใจ ท่องจาริกไปเผยแผ่พระธรรม ไปถึงไหนสว่างถึง นั่น อุปสรรคไม่เคยหวั่น มุ่งมั่นก้าวเดินต่อไป จนแผ่นดินไทย เปลี่ยนเป็นแผ่นดินธรรม” เสียงเพลง “กองทัพแล้วตะวันออก” กังวานขึ้นครั้งใด ท่าให้เห็นภาพเหล่าขุนพลกล้าแห่งกองทัพธรรมภาคตะวันออก ต่างทุ่มเทกายใจ ท่องจาริกไปเพื่อทำหน้าที่ “ยอดกัลยาณมิตร” นำพาเพื่อนพ้องและสัมพันธชนไปผู้เส้นทางธรรม โดยมีปลาย ทางคือ “งานบุญใหญ่ของวัดพระธรรมกาย” เป็นเป้าหมาย คุผลจึงวีย์ พันธุสะอาด หรือ "พี่จาด” ตัวแทนผู้นำ กลุ่มแล้วพัทยา ได้เล่าให้ฟังถึงเรื่องราวการเสียสละเวลาทุ่มเท ทางานโดยไม่เห็นแก่ความเหนื่อยยากของเหล่าผู้นำบุญ สมาชิก ทีม “แล้วพัทยา” เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจแก่ทุกคนว่า “ใครจะรู้หรือไม่ เราไม่รู้ เรารู้แต่เพียงว่าได้ทุ่มเทให้พระ ศาสนา ได้บุญคือที่พึ่งเป็นความสุขที่แท้จริงแล้ว ไม่หวังสิ่งใด ตอบแทน” การทำงานทางโลก ทุกคนต่างต้องการผลประโยชน์เป็น สิ่งตอบแทน ไม่ใช่เฉพาะความร่ำรวยเงินทอง แต่มันหมายถึง ชื่อเสียงเกียรติยศ คำสรรเสริญเยินยอ และการยอมรับนับถือ ในสังคม สิ่งเหล่านี้เป็นเพียงโลกธรรม ที่มีได้ และเสื่อมได้ แต่ อะไรล่ะคือสิ่งที่จีรังยั่งยืน “เราไม่ได้ต้องการผลงาน แต่เราต้องกาวบุญ หากเมื่อ ใดที่กำลังบุญเราถึง ทุกสิ่งจะตามมาเอง แม้เราไม่ต้องการ ไม่ ไขว่คว้า มันก็จะได้ เราจะได้มาด้วยกำลังบุญของเรา และหาก เป็นของเรา ถ้าคนอื่นเขาต้องการเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ เรา ก็พร้อมจะสละให้ เพราะเราทํางานกันเป็นทีม ทุกอย่างจึงเป็น เสมือนของกลางที่เราหยิบอื่นมอบให้แก่กันและทุกคนเป็นเจ้าของ ร่วมกัน ขอให้เราได้สร้างบารมี ได้เป็นผู้นำบุญ เปลี่ยนทรัพย์ สมนาให้เป็นอริยทรัพย์ เพื่อประโยชน์ต่อการเผยแผ่พระศาสนา เพียงเท่านี้เรามีความสุข การทางานหาเงินเพื่อให้ได้เงินมาก่อน แล้วค่อยมาท่าบุญสร้างบารมี สำหรับเราแล้วเห็นว่าเป็นสิ่งไม่ ถูกต้อง จะไม่ท่าเลย เพราะว่าเวลาทํางาน งานก็จะดูดเอาเวลา การสร้างบารมีของเราไปหมด กว่าจะได้เงินมา งานก็เอาเวลา ของเราไปคุ้ม ผู้เราเอาเวลาทั้งหมดไปทุ่มให้กับงานพระศาสนา โดยตรงจะดีกว่า เราได้ทําหน้าที่ผู้นำบุญ เหมือนกับได้บำเพ็ญบารมี 00 ทัศ เราไปพบผู้คนหลากหลายอาชีพ ทั้งเข้าใจวัด ไม่เข้าใจวัด คนที่เข้าใจกีชื่นชมอนุโมทนากับการเสียสละเวลาของเรา ส่วน คนที่ไม่เข้าใจก็จะด่าว่าเรามา เราก็อดทนไม่ได้โต้ตอบ หากมี เวลามากพอเราก็พูดชี้แจงความจริงให้เขาเข้าใจ และต่อไปเขา นั่นแหละจะทําหน้าที่แทนเรา” ขั้นตอนการทางานของ “แล้วพัทยา" ได้มีการวางแผน งาน โดยจำลองระบบของการทำงานจากองค์กรภายในออกมา เป็นรูปแบมที่สามารถนำไปปฏิบได้ผลจริง พี่จาดได้เล่าให้ฟัง อย่างน่าสนใจว่า “เราจะแบ่งสายผู้นำบุญออกเป็น 5 สายด้วยกัน โดยตั้ง ตามชื่อของสวรรค์ 5 ขึ้นเช่น จาตุมฯ ดาวดึงส์ ยามา ดุสิต นิม- มานรดี ปรนิมมิตสวัตตี แบ่งกันไปตามตำบลหมู่บ้าน ซึ่งจะมี รายชื่อแบ่งแยกหมวดหมู่ไว้อย่างชัดเจน คือใครที่เป็นคนใหม่ เรา ก็จะขอชื่อที่อยู่เขาไว้ เพื่อตามให้กำลังใจ พูดคุยธรรมะ และ แจ้งข่าวสารงานบุญของทางวัดให้ทราบ อีกด้านหนึ่งเราจะมี ฝ่ายทะเบียนจัดเตรียมเอกสารไว้ให้พร้อม มีฝ่ายรับโทรศัพท์ ที่ เรียกว่า 'ชมพูทวีป” ซึ่งพร้อมจะตอบข้อซักถามและอำนวยความ สะดวก ในตอนค่ำ ผู้นำบุญที่แยกกันไปทั้ง 5 สายหรือที่เราเรียก ว่า “นักบุญเดินดิน” จะกลับมาประชุมร่วมกัน ?1656กเ อุปสรรค ต่างๆ ที่บางคนอาจพบเจอมา แล้วช่วยกันเสนอหาทางแก้ไข เพื่อให้การทางานครั้งต่อไปของเราบกพร่องน้อยที่สุด” ทุกคนในทีมงานแล้วพัทยา ต่างหล่อหลอมดวงใจเป็น หนึ่งเดียว คิดอะไรคิดด้วยกัน ท่าอะไรทาด้วยกัน พูดอะไรพูด เหมือนกัน หรือแม้กระทั่งการแบ่งปันทรัพยากรเพื่อการดำรง ชีวิตให้อยู่เป็นสุขได้ในสังคม “ทุกคนในทีมงานบอกว่า หากไม่มีพี่จาดกับพี่วี (คุณวีระ ศักดิ์ ชื่นครุฑ) ก็คงทำอย่างนี้ไม่ได้ เพราะทุกคนยังเป็นห่วง เรื่องปากเรื่องห้อง เขาจะไม่นึกถึงเรื่องงานพระศาสนา เรื่อง กาวสร้างบารมีหรอก เขาจะนึกถึงเรื่องปากห้องเป็นอันดับแรก ก่อน แต่เรา (พี่วีกับพี่จาด) คิดเหมือนกันว่า งานสร้างบารมีเป็น กัลยาณมิตร ๙๘ มีนาคม ๒๕๔๐
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More