5 ครั้ง

ๆ เหมือนประหนึ่งว่า ปัญญาเป็นคนที่ ๑ คิดทำการ ก่อสร้างหรูหรา ฟุ้งซ่านด้วยอาการต่าง ๆ คนที่ ๒ คือ สติพิเคราะห์การที่ทำไปนั้นเห็นดีตลอดปลอดโปร่ง ไม่มีทาง เสื่อมเสียที่จะป้องกันรักษาได้ อย่างนี้ก็นับเป็นดีได้ว่า ประกอบพร้อมทั้งสติและปัญญา ถ้าคนที่ ๑ คิดทำไป แต่ คนที่ ๒ คิดเห็นทางเสียหายหลายท่า คิดรักษาและป้องกัน มิได้ถ้าได้ก็ไม่เท่าที่เสียเช่นนี้ ก็นับว่ามีปัญญาทำไม่ตลอด ยังแตกต่างกันอยู่กับสติ ซึ่งนับว่าสติตริตรองรอบคอบถูก ต้อง ถ้าแม้ว่ามีปัญญาคิดจัดการอำนวยการอันใด ๆ ก็ดี ซึ่งเป็นที่สมควรไม่มีทางเสื่อมเสีย แต่สติขัดขวางไว้ ถ้า ผัดผ่อนพิจารณายาวเวลาอันควรเกินไป อย่างนี้นับว่าสติ มากเกินไป ทำให้เสียหายก็ได้ เพราะฉะนั้น สติและปัญญา ๒ อย่างนี้ ย่อม ประกอบกับการใด ๆ จึงจะสำเร็จบริบูรณ์เป็นอันดี แต
- ความสำคัญของสติและปัญญา