ข้อความต้นฉบับในหน้า
วันที่ ๒๖ กรกฎาคม ๒๕๐๓ ประธานาธิบดีไฮน์ริช ลุบเก้แห่งสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมัน ทูลเกล้าฯ ถวายอิสริยาภรณ์ “แกรนด์ ครอส ออฟ ดิ ออร์เดอร์
ออฟ เมอริด” แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในงานถวายพระกระยาหารกลางวัน ณ ทำเนียบประธานาธิบดี กรุงบอนน์
ทศพิธราชธรรม หรือคุณธรรมของผู้นำประเทศ จึง คอใคร แต่ชาวไทยที่เคยเห็นพระบรมเดชานุภาพของพระ
เป็นหลักธรรมที่สำคัญยิ่งของผู้นำในทุกระบอบการปกครอง
มิใช่เฉพาะสำหรับพระราชามหากษัตริย์เท่านั้น สมกับที่
พระพุทธศาสนากล่าวไว้ว่า เมื่อพระเจ้าจักรพรรดิบังเกิดขึ้น
ทรงปกครองโลกให้ร่มเย็นด้วยทศพิธราชธรรมและรัตนะ ๗
ประการ อันเกิดจากพระบุญญาบารมีของพระองค์ แม้เรา
เกิดไม่ทันยุคนั้น แต่ชาวไทยก็มีบุญมากที่ได้เกิดในแผ่นดิน
ของพระมหากษัตริย์ผู้มีพระบุญญาบารมีดุจพระเจ้าจักรพรรดิ
รัตนะ ๗ ประการนั้นประกอบด้วย
๑.จักรแก้ว เป็นอาวุธที่มีฤทธิ์ มีไว้สำหรับปราบคน
พาลชั่วร้าย ถ้าปรากฏว่าผู้ปกครองหัวเมืองน้อยใหญ่ แว่น
แคว้นใดไม่ตั้งอยู่ในทศพิธราชธรรม ข่มเหงราษฎร รุกราน
เพื่อนบ้านประเทศใกล้เคียง จักรแก้วนั้นเหมือนมีชีวิตแล่น
ไปปรากฏต่อหน้า ข่มคนชั่วเหล่านั้นให้เกรงกลัวอำนาจ
ของพระเจ้าจักรพรรดิ จนต้องกลับตนเป็นผู้มีคุณธรรม
โดยพระเจ้าจักรพรรดิไม่ต้องยกทัพไปปราบปรามให้เสียชีวิต
ผู้คนพลเมืองเลย เราคงไม่มีโอกาสเห็นจักรแก้วแล่นไปปั่น
บาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่สยบเหตุการณ์ร้ายกาจก่อการ
จลาจลในวันที่ ๑๔ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๑๖ วันมหาวิปโยคและ
พฤษภาทมิฬ พ.ศ. ๒๕๓๕ ให้คืนสู่ความสงบเป็นปรกติ
ภายในเวลาเพียงค่ำคืนเดียว โดยไม่ทรงต้องใช้ศาสตราวุธ
ใดๆ เลย
๒.ข้างแก้ว เป็นช้างที่เกิดด้วยบุญฤทธิ์ สามารถใช้
บรรทุกผู้คนสิ่งของได้ครั้งละมากๆ ข้ามน้ำข้ามทะเลไปถึง
ที่หมายอย่างรวดเร็วและทันเหตุการณ์
๓.ม้าแก้ว เมื่อพระเจ้าจักรพรรดิเสด็จประทับทรง
ม้าแก้ว พระองค์ไปได้รอบโลกด้วยความเร็วสูง อุปมา
ดังว่า ทรงตื่นบรรทมเสด็จขึ้นประทับหลังม้าควบขับไปทั่ว
ทั้งแผ่นน้ำแผ่นดินจรดขอบทะเลมหาสมุทร แล้วเสด็จกลับ
มาเสวยพระกระยาหารเช้าทันพอดี เหตุนี้จึงทรงสามารถ
ตรวจตราดูแลทุกข์สุขของพสกนิกรได้อย่างทั่วถึง ให้ความ
ช่วยเหลือได้ทันท่วงที ดุจพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่
เสด็จพระราชดำเนินไปทุกแห่งหนแม้กลางป่าเขาลำเนาไพร
กัลยาณมิตร
......
๖๕
ธนวาคม ๒๕๓๙