ข้อความต้นฉบับในหน้า
สมาธิภาวนา มนุษย์หรือปุถุชนทั้งหลายหากไม่ได้ปฏิบัติ
ธรรม หรือปฏิบัติแล้วแต่ใจยังไม่หยุดนิ่งแน่วแน่ ยังไม่
สว่างไสว ย่อมไม่มีทางรู้ถึงสิ่งที่กำลังหล่อเลี้ยงลมหายใจ
ที่อยู่ยั้ง หรือผลักไสชีวิตให้หันเหไปในทิศทางที่บางครั้งตน
เองก็ไม่ต้องการ
แต่ที่น่าเป็นห่วงมากกว่า นั่นคือ คนทั่วไปมักไม่รู้ว่า
สิ่งที่ตัวเองกอบก๋าเอาไว้นั้น ไม่ใช่ความสุขแท้จริงที่ตัวเอง
มุ่งแสวงหา และไม่รู้ว่าสิ่งที่กำลังวนว่ายอยู่นั้นคือ ทุกข์
ทั้งนี้เพราะผู้ใดก็ตามหากยังไม่ได้พบความสงบสุขจากใจที่
หยุดนิ่ง จะไม่มีวันเข้าใจได้เลยว่าความสุขจริงๆ คืออะไร
จึงทำให้คิดว่ากระแสชีวิตที่เวียนว่ายอยู่นี้นั่นแหละคือความ
สุขแล้ว
เขียนมาถึงตรงนี้ ท่านผู้อ่านคงทราบจุดประสงค์แล้ว
ว่าผู้เขียนต้องการให้ทุกท่านหันหน้ามาปฏิบัติธรรม ทำใจ
ให้สว่างไสว เป็นสุขเสียก่อน แล้วความสุขทั้งหลายที่
สมควรที่พึงได้ในชีวิตก็จะติดตามมาเป็นอัตโนมัติ อย่าง
เป็นธรรมชาติ เพราะทุกอย่างที่เกิดขึ้นในชีวิตล้วนเป็นสิ่งที่
สมควรแล้ว เหมาะสมแล้ว คู่ควรแล้วกับสภาพจิตใจของผู้
ที่กำลังได้รับอยู่ในขณะนั้น ดังนั้น จึงน่าจะเป็นเรื่องง่ายใน
การขับดันชีวิต เพราะเพียงแต่เริ่มต้นที่ใจเท่านั้น ทุกอย่าง
จะสำเร็จได้ดังประสงค์ เพียงแต่ว่าต้องค่อยเป็นค่อยไป
เพราะแต่ละคนล้วนเก็บกักของเก่า หมายถึงบาปเอาไว้คน
ละไม่น้อย กว่ากระแสกุศลที่เกิดจากการปฏิบัติธรรมจะ
เข้าไปกวาดใจให้โล่ง ทำความสะอาดจนใสกระจ่าง จึง
จำเป็นต้องกินเวลาไม่มากก็น้อย
กระนั้น ก็ขอให้มั่นใจเถิดว่าเมื่อใดที่ลงมือทำ เมื่อ
นั้นเรากำชัยชนะไว้ในมือแล้ว และนี่คือของฝากส่วนหนึ่ง
จากสิ่งที่ได้มาในวันเวลาของการพักผ่อนใกล้แม่น้ำเจ้าพระ
ยา ของฝากที่แม้จะดูธรรมดาๆ แต่ก็มีค่าไม่น้อยเลย
กัลยาณมิตร
๗
ธนวาคม ๒๕๓๗