ข้อความต้นฉบับในหน้า
๑
ปากดวงใจลูกที่รักแน่มากที่สุดในโลก
ตอนหลังมีน้องอีกกลุ่มมานั่งคุยด้วยจึงให้น้องเค้าถามตาม
สบาย คุยกันสนุกมากจนถึง ๕ ทุ่ม น้องก็เดินไปส่งที่บ้าน
พัก นุ่นกับพี่กุ้งก็เข้านอน
ตื่นมาตี ๕ ก็จัดการเก็บของแล้ว ไปเดินเล่น จน
ได้เวลามาทานอาหารเช้า วันนี้เป็นวันกลับ เรานั่งเล่นอยู่
ในห้องแถวๆ office เวลาเที่ยงทานอาหารเสร็จจึงคุยกับ
น้องต่อ ตอนบ่ายออกเดินทางโดยมีพี่สมพงษ์มารับ นั่นก็
นั่งคุยกับพี่กุ้ง พี่กุ้งบอกว่า รู้สึกว่าน้องยุวฯ เขาสนใจเรื่อง
นั่งสมาธิดี ความคิดความอ่าน อุดมการณ์ดี นั่นก็เสริมว่า
ดูตั้งใจกันดีกว่าที่คิดไว้มาก ไปคราวนี้รู้สึกสนุกสนาน ได้
เปลี่ยนบรรยากาศได้คุยกับน้องยุวฯ อากาศที่พนาวัฒน์ก็
ไม่หนาวมาก ตอนแรกนึกว่าจะหนาวกว่าที่ดอย อุตส่าห์
เอาเสื้อกันหนาวไปด้วย ตอนที่อยู่ที่พนาวัฒน์นุ่นก็กะจะ
ไม่ใส่เสื้อกันหนาวแล้ว พี่กุ้งบอก เอามาแล้วก็ใส่ไปเถอะ
นั่นจึงต้องใส่พี่กุ้งก็บอกว่า ดี สรุปแล้วชอบกันทั้งคู่ แต่
กลับมาแล้วรู้สึกเหนื่อยและเพลียคงเป็นเพราะนอนดึกติดกัน
๒ คืน แต่นั่นก็ยังอุตส่าห์หาเวลาเขียน จ.ม.ถึงแม่จนได้
เขียนวันถัดมาจากวันกลับนี่แหล่ะค่ะ เพราะอยากจะเล่า
ให้ฟัง นุ่นลืมเขียนบอกไปว่า นุ่นได้เจอพี่อุบาสิกาชุดนั่ง
สมาธิด้วย ดูพี่ๆ เขาสดใสกันดี แล้วยังได้เจอพี่อุบาสิการุ่น
ที่คุ้นเคยกันอีก เสียดายว่าไม่ได้พบป่าสมเพราะคุณ
ป้ายังไม่ขึ้นมาเลยค่ะ
วันพรุ่งนี้เป็นวันเกิดของพี่เมทินี อายุ ๑๕ ปีพอดี
นุ่นก็เตรียมการ์ดให้พี่เขาแล้ว คงจะเบิกบานกันในวันพรุ่ง
นุ่นเองอายุก็ใกล้ ๑๕ แล้วเหมือนกัน รู้สึกว่าเวลาผ่าน
ไปเร็วจริงๆ นุ่นอยู่ที่ดอยนี่ บางครั้งก็รู้สึกว่ามันไกลจาก
บ้านมาก เหมือนอยู่คนละประเทศเลย คงเป็นเพราะที่
ดอยนี่ต่างจากกรุงเทพฯ เพราะคอยดูเงียบสงบ เป็นป่าเขา
ไม่ค่อยมีอะไรแบบที่กรุงเทพฯมี เหมาะกับการนั่งสมาธิ
เพราะตัดสื่อต่างๆไปได้หมด ไม่มี TV ให้ดู ไม่มีสิ่งต่างๆ
ที่จะทำให้ใจหลุดจากกลางไปได้ง่าย คงจะเหมาะกับเพศ
ภาวะของ น.ร.อภิญญา ซึ่งถ้านุ่นอยู่แบบนี้คงจะเป็นชีวิต
ที่ดีสำหรับนุ่นใช่ไหมคะ สงบดีจริงๆ
ผลการปฏิบัติธรรมของนุ่นตอนนี้ยังขึ้นๆ ลงๆ อยู่
บ้างค่ะ เพราะเดินทางบ่อยเหมือนกัน เวลาเดินทางนั่นก็
จะตรึกได้เป็นช่วงๆ วันไหนที่นั่นนั่งดีจะรู้สึกว่าวางใจได้
สบาย ต่อเนื่องดีค่ะ บางช่วงก็มีฟังบ้าง คงเป็นเพราะตรึก
นอกรอบน้อยไป นั่นจะพยายามตรึกให้ได้มากกว่านี้ค่ะ
ตอนนี้ใกล้จะออกพรรษาแล้ว อีกไม่กี่วันเท่านั้น นุ่นยัง
รู้สึกเหมือนกับเข้าพรรษามาไม่นานนี้เอง เวลาผ่านไปเร็ว
จริงๆ บางที่คิดดูก็แปลกเวลาในโลกมันก็เท่าๆ กัน แต่
เราใช้ให้มันหมดไปไม่เหมือนกัน บางคนก็ทำงานหาเงิน
ใช้เงิน ทำอะไรต่างๆ ไปเรื่อยๆ บางคนก็ทำบุญ สร้าง
บารมี ขึ้นอยู่กับว่าใครจะใช้เวลาให้มีประโยชน์กว่ากัน
สำหรับนั่นเอง นั่นยังรู้สึกว่า ตัวเองไม่ค่อยจะรู้ค่าของ
เวลาสักเท่าไหร่ บางช่วงยังมีความประมาทในหลายๆ
เรื่องอยู่มาก แต่ก็ไม่ได้คิดอะไรมากนัก เพราะนุ่นว่าน่าจะ
ดีขึ้นได้เรื่อยๆ ถ้าเรามีความตั้งใจจริงและมีความพยายาม
นุ่นนึกอะไรขึ้นมาได้พอดี มีน้องยุวฯ เขาถามว่า
นุ่นตัดทางโลกได้อย่างไร ไม่รู้สึกอะไรบ้างเลยหรือ นุ่นจำ
ได้ว่านั่นตอบว่า นุ่นรู้ดีว่าวิชชาธรรมกายมีค่า รู้ว่าดี จึง
เข้ามาเป็น น.ร.อภิญญา ก็คิดอยู่แค่นี้ นุ่นว่าถ้าจะเปรียบ
ให้เห็นภาพเรื่องของทางโลกก็อาจจะเหมือนกับพลอยที่งาม
ดูว่างาม ทำความพอใจสุขใจให้กับผู้เป็นเจ้าของ แต่วิชชา
ธรรมกายคงเปรียบได้กับเพชรที่งามบริสุทธิ์ ไม่มีตำหนิ ดี
กว่าพลอยเม็ดแรกมาก หากนำมาให้เลือก แม้ว่าพลอย
เม็ดแรกนั้นจะสร้างความพอใจให้เราในระดับหนึ่ง แต่จะ
เอาจริงๆ แล้วก็ต้องเลือกเพชรอยู่ดี ความรู้สึกของนุ่นคง
จะเป็นแบบนี้ แต่นั่นก็เข้าใจความรู้สึกของน้องยุวเหมือน
กัน เพราะอายุเขาใกล้อุ่นมาก เขาคงจะยังตัดไม่ค่อยได้
แต่อุดมการณ์ของเขาก็ดีมาก พี่กุ้งยังชมให้นุ่นฟังเลย นุ่น
ก็ว่าจริง อ้อ หากใกล้ถึงวันออกพรรษาก็คงจะใกล้งานทอด
กฐินด้วย นั่นอาจจะได้ไปร่วมงาน อาจจะได้พบคุณแม่ก็ได้
ถึงตอนนั้นอาจจะมีเรื่องอะไรมาเล่าให้ฟังอีก นั่นขอให้
อานุภาพของพระธรรมกายจงดลบันดาลให้คุณแม่มีแต่
ความสุขด้วยค่ะ
ด้วยความเคารพรัก
Front Noon
กัลยาณมิตร
๑๑๖
ธันวาคม ๒๕๓๙