ข้อความต้นฉบับในหน้า
แน่นอนเหลือเกินว่าทั้งสามต้องรู้สึกเครียด แล้ว คงจะมิได้เป็นพระศาสนาให้คน
เพราะถูกจับจ้องมองจากสายตาของ
สมาชิกในครอบครัวและเพื่อนฝูงอีกมาก ติดต่อกันมาดังเช่นทุกวันนี้
มายตลอดเวลา และที่แน่ๆ ก็คือทั้งสาม
จำนวนล้านๆ ทั่วโลก ได้ประพฤติปฏิบัติ
จะต้องมีความรู้สึกแปลกๆ กับการปลงผม
โกนคิ้ว ตลอดจนการครองผ้ากาสาวพัสตร์
กระนั้นก็ตามนาคทั้งสามก็อยู่ในอาการ
หลังจากวันบวช พระสิริธัมโม
(ศุภกิจ นันทโรจนาภรณ์ หนึ่งในสามของ
พระนวกะ ที่อุปสมบทในวันนั้น) ได้เมตตา
ให้ข้าพเจ้าสัมภาษณ์ เมื่อเรียนถามถึง
อาตมาต้องยอมรับว่า ในตอนแรกนั้นก็มี
ความกังวลกับการตัดสินใจของตนอยู่
เหมือนกัน เพราะไม่แน่ใจว่าตนเองมี
ความพร้อมในการปฏิบัติตามความตั้งใจ
สิริธัมโมอยู่นั้น ข้าพเจ้าเข้าใจดีถึงความ
รู้สึกนึกคิดในใจของท่าน คำพูดของท่าน
ทำให้ข้าพเจ้ามองเห็นคุณค่าทางด้านจิตใจ
สงบอย่างน่าอัศจรรย์ใจ ลักษณะเช่นนี้ สาเหตุที่ท่านตัดสินใจบวชท่านได้ตอบว่า
จึงเป็นตัวอย่างอันดีเยี่ยม สำหรับพวก
“สิ่งแรกและสำคัญที่สุดก็คืออาตมา
หรือไม่”
ขณะที่ฟังคำให้สัมภาษณ์ของพระ
เราที่จะตามเข้าไปสู่พิธีอันสำคัญเช่นนั้น ต้องการปรับปรุงตนเองให้ดียิ่งขึ้นในฐานะ ซึ่งจะพึงได้รับจากการอุปสมบทอย่าง
บ้าง ดูเหมือนว่าความรู้สึกนึกคิดจิตใจ
ของทั้งสามท่านได้เปลี่ยน แปลงจากเดิม
ไปแล้วโดยสิ้นเชิง ก่อนพิธีอุปสมบทจะ
เสร็จสิ้นลงด้วยซ้ำ
พิธีกรรมทางศาสนาจะไร้ความ
หมายโดยสิ้นเชิง ถ้าเราไม่เข้าใจเจตนา
ที่เป็นบุคคลคนหนึ่ง อาตมายังรู้สึกไม่
พอใจกับสภาพที่ตนเคยเป็น ตลอดจน
วิถีทางที่เคยคิดมุ่งมั่น ตลอดชีวิตที่ผ่าน
มาอาตมาได้พยายามค้นหาหนทางที่จะ
ช่วยให้สามารถรู้จักตนเองให้มากขึ้น
ชัดเจนแจ่มแจ้ง ว่าในสภาวะแห่งสมณะ
เพศนั้น บุคคลสามารถพัฒนาจิตใจได้
อย่างมากทีเดียว แต่ลองกลับมาพิจารณา
พระวินัยดู ข้าพเจ้าได้ข้อสรุปให้กับตน
เองว่า แทนที่จะมองว่าศีล ๒๒๗ เป็นข้อ
และเคยคิดว่าพระพุทธศาสนานั้นจะเป็น จำกัด เราควรจะมองว่า แท้ที่จริงศีล
รมณ์ของพิธีกรรม แต่พิธีกรรมจะมีคุณ สิ่งสุดท้ายที่อาตมาหันไปหา แต่มาบัดนี้
ค่าอย่างยิ่งเมื่อมีการจัดทำอย่างรอบคอบ อาตมาได้ประจักษ์แล้วว่าพระพุทธศาสนา
ขณะที่เฝ้าดูพิธีกรรมอยู่นั้น ได้ให้โอกาสดีที่สุดสำหรับการเรียนรู้ตนเอง
พร้อมทั้งแก้ไขสิ่งผิด
เหมาะสม
ข้าพเจ้าก็เกิดความคิดขึ้นว่า ตนกำลัง
เป็นสักขีพยานในพิธีอุปสมบท ซึ่งเป็น
พิธีที่ก่อให้เกิดคณะสงฆ์ ผู้สืบพระศาสนา
ให้ยืนยาวมาหลายศตวรรษแล้ว ถือได้ว่า
เป็นพิธีที่มีส่วนสำคัญ ในการสืบสาน
เหตุผลประการที่สองก็คือ อาตมา
รู้สึกว่าตนเองยังขาดความรู้ด้านปฏิบัติ
ในพระพุทธศาสนา อาตมาคิดว่า การที่
เราจะศึกษาพระพุทธศาสนานั้น คงไม่มี
ประเพณีให้เกิดคณะสงฆ์ต่อเนื่องกันมา วิธีใดดีกว่าบวชเป็นพระภิกษุ เหตุผลอีก
โดยมิขาดสาย เพื่อเป็นกำลังสำคัญใน
การสืบทอดพระธรรมคำสั่งสอนขอ
นของพระ
สัมมาสัมพุทธเจ้า ทั้งนี้เพราะคณะสงฆ์
ได้เป็นแบบอย่างมาตรฐานอันสูงส่ง
สำหรับพวกเรา ในด้านศีลธรรมและการ
อย่างหนึ่งก็คือ อาตมาต้องการแสดง
กตัญญูกตเวทิตาต่อมารดา ที่ต้องอดทน
และเสียสละเพื่อชีวิตของอาตมาเป็นอย่าง
มาก การบวชเป็นวิธีดีที่สุดวิธีหนึ่ง ที่จะ
แสดงกตัญญูกตเวทิตา ต่อมารดาบิดาที่
พระธรรมคำสั่งสอนในพระพุทธศาสนา
ปล่อยวางไม่ยึดมั่นถือมั่นในความฟุ่มเฟือย เลี้ยงดูเรามา เหตุผลสุดท้ายก็คือเพื่อ
ทางโลกๆทั้งหลายเพื่อเข้าถึงความบริสุทธิ์ เป็นการวางรากฐานสำหรับชีวิตในอนาคต
หมดจดจากกิเลสทั้งปวง นอกจากนี้พระ
ภิกษุยังทำหน้าที่เป็นครูผู้เผยแผ่พระ
ธรรมคำสั่งสอนแห่งปัญญา อันประมาณ
ค่ามิได้อีกด้วย ถ้าปราศจากพระภิกษุ
สงฆ์ คำสอนในพระพุทธศาสนาก็อาจ
จะเป็นเพียงปรัชญาสาขาหนึ่งไปเสียนาน
คงจะช่วยให้อาตมาสามารถกำหนดแนว
ทางสำหรับการดำเนินชีวิตได้อย่าง
เหมาะสมถูกต้อง
ทั้งหมดนี้คือเหตุผลสำคัญ
€€
เหล่านั้นคือเสรีภาพ ทั้งนี้เพราะการปฏิบัติ
ตามศีลเหล่านั้น จะช่วยให้พระภิกษุเป็น
อิสระ จากการที่จะต้องมีภาระยุ่งยากใจ
เกี่ยวกับกิจวัตรประจำวัน เป็นต้นว่า เรื่อง
เรื่องแต่งกาย เรื่อง
ทรงผม เรืองเสอผ้าเครื่องแต่งก
อาหาร ว่าจะรับประทานอะไร เวลาใด
ตลอดจนเรื่องอื่น ๆ อีกจิปาถะ เพราะ
กิจวัตรประจำวันของพระภิกษุนั้น ได้ถูก
กำหนดไว้แน่นอนแล้ว ข้อกำหนดเหล่านี้
ได้ช่วยกำจัดความฟุ้งซ่านรำคาญใจออก
ไปได้มากทีเดียว ทำให้พระภิกษุสามารถ
ทุ่มเทเวลาให้กับการเจริญภาวนาและ
การปฏิบัติต่างๆ เพื่อพัฒนาจิตวิญญาณ
อย่างแท้จริง นอกจากนี้พระภิกษุยังได้
รับกำลังใจสนับสนุนจากคณะสงฆ์อีก
ดังนั้นการอุปสมบทเข้าไปอยู่ร่วมกับ
คณะสงฆ์ จึงเป็นการเสริมกำลังให้แก่
สังคมทั้งในด้านศีลธรรมและคุณธรรม
อย่างแท้จริง
ตามทรรศนะของชาวอเมริกัน ที่
มารดาบิดาไม่ได้เป็นพุทธศาสนิกชนอย่าง
ประการ ที่ทำให้อาตมาตัดสินใจบวช ผมนั้นแรงจูงใจที่จะไปอุปสมบทเป็นพระ
กัลยาณมิตร
๘é
ธันวาคม ๒๕๓๙